Archive for year 2008
หมู-หมาเที่ยวลาว พักหนาว พักใจ ตอนที่ 2 : เวียงจันทน์
8เริ่มต้นทริปลาวกันเสียที รถเกาหลีคันนั้น มุ่งหน้าพาหมูกะหมาตัวน้อยไปกับกรุ๊ปทัวร์กลุ่มนี้ อย่างที่รู้กัน เมื่อเราไปกับกรุ๊ปทัวร์ สิ่งที่เราทำได้ก็คือ ซึมซับเรื่องราวจากที่ที่เราไปให้มากที่สุด ไม่สามารถจะเติมเต็มสัมผัสได้มากเท่าที่ต้องการ แต่ข้อดีของการมากับทัวร์ ก็คือ เราไม่ต้องไปหาข้อมูลมากมายว่าจะไปเที่ยวไหนดี (เพราะมีคนเลือกมาให้แล้ว) จะไปยังไง (เพราะมีคนพาไป) ไม่ต้องจัดการอะไรเอง (เพราะมีคนจัดการให้ตลอด) แต่สิ่งที่ได้กลับมาแทน ก็คือ การรีบๆ รนๆ แล้วไม่เต็มอิ่มกับแต่ละที่ที่ไป
ยังไงก็ตาม การไปกับทัวร์ก็ยังเหมาะกับการไปเยือนลาวครั้งแรกอยู่ดี
———————–
23.12.2008
เวลา 08.50 น.
รถทัวร์สัญชาติเกาหลีพาหมูกะหมามาถึงที่แรก เป็น “วัดสีเมือง” (ถ้าเขียนแบบไทย คงเป็น “วัดศรีเมือง” อะแหละ) วัดที่ผมจำเรื่องราวประวัติความเป็นมาไม่ได้เท่าไหร่ แต่ก็เป็นวัดที่มีตำนานเหมือนกัน วัดนี้มีนกตระกูลแร้งอยู่ตัวหนึ่ง ที่เฝ้าอยู่บนกำแพงอิฐมานานไม่ไปไหน ซึ่งเกี่ยวข้องกับตำนานที่หมาน้อยจำไม่ได้อยู่

หมู-หมาเที่ยวลาว พักหนาว พักใจ ตอนที่ 1
8เพิ่งกลับมาได้หมาดๆ กับทริปที่สองในรอบเดือน ช่วงนี้ ผมเที่ยวบ่อย เพื่อหย่อนใจและหลุดพ้นจากภาระที่หนักอกมาตลอดปี เป็นครั้งแรกที่ได้ไปเยือนดินแดนข้างเคียงที่ไม่เคยได้ไปถึง แลกกับการพักร้อน ที่น่าจะเรียกว่า การพักหนาวเสียมากกว่า เดินทางไปกลับกลุ่มคนที่เคยร่วมทำงานกันมาในช่วงหนึ่งของชีวิต
ยังรู้สึกเหนื่อยๆ อยู่เลย…
แต่ก็ขอบอกเล่าประสบการณ์ที่เกิดขึ้นให้อ่านกัน ก่อนจะเดินทางอีกครั้ง และอาจจะได้มาเล่าต่ออีกที หลังจากกลับมากรุงเทพฯ อีกครั้ง
———————-
22.12.2008
เวลา 18.00 น.

ภาพของหมาน้อยและหมูน้อย สองตัวจ้อยบนโลกใบใหญ่ แบกกระเป๋าพะรุงพะรังขึ้นรถไฟฟ้า รีบรุดเดินทางไปยังสถานที่รวมตัว ปรากฏแก่สายตาชาวกรุงผู้โดยสารรถไฟฟ้าขบวนนั้น ทั้งสองตัวลงสถานีสนามกีฬาฯ แล้วเรียกตุ๊กตุ๊กไปแถวโรงเรียนสาธิตจุฬาฯ
เลยเวลานัดหมายไปแล้ว แต่ทั้งสองตัวยังติดแหงกอยู่บนถนน…
กว่าจะถึงจุดหมาย ก็ล่วงเลยมาถึงหกโมงครึ่ง ยังดีที่ยังมีผู้ช้ากว่า เช็คชื่อกันเรียบร้อย เป็นอันรู้กันว่า เราได้เดินทางกับบริษัททัวร์ Sun Smile ที่จะดูแลเราตลอดเส้นทาง ทริปนี้ ออฟฟิศของหมูน้อยเขาจัดขึ้น เรียกให้หรูว่าเป็นการสัมนา (แท้จริงคือไปเที่ยว) เขาให้หมาภายนอกไปเที่ยวได้ ก็เลยขอไปเที่ยวด้วยตัวนึง
จุฬาฯ ยามนี้ ตึกใหม่ๆ ผุดขึ้นเยอะมาก นานๆ จะมาเยือนสามย่านแถวนี้ที ดูแปลกตาไปเยอะทีเดียว
ดู “สะบายดี หลวงพะบาง” ก่อนไปลาว
8ก่อนจะไปเที่ยวลาว คงต้องหาแรงบันดาลใจใส่หัวกันสักนิดนึง ด้วยการอ่านหนังสือลาวๆ ดูหนังลาวๆ
อันนี้ ผมไม่ได้ด่าใครนะครับ
ผมซื้อหนังสือเที่ยวลาวมาอ่าน ซึ่งก็ค่อนข้างเน้นไปที่รูปขาวดำ อธิบายเรื่องราวอย่างกันเอง แต่จับใจความยากไปนิด
ผมเคยเช่า “สะบายดี หลวงพะบาง” มาเปิดดู แล้วรู้สึกชมชอบในความเรียบง่ายของการดำเนินเรื่อง และอารมณ์ความเป็นลาว ถึงวันนี้ เมื่อกำลังจะไปเยือนในไม่กี่ชั่วโมง จึงขอหยิบมาดูอีกหนแล้วกัน

“สะบายดี หลวงพะบาง” คือชื่อที่สะกดตามแบบลาว ถ้าจะสะกดแบบไทยก็คงจะเป็น “สบายดี หลวงพระบาง” เป็นหนังที่ร่วมทุนกันจากกลุ่มคนหลายกลุ่มจากทั้งฝั่งไทยและลาว ทำให้เกิดหนังของชาติที่ไม่ได้มีออกมาราว 30 ปี
หนังเปิดเผยทิวทัศน์อันเป็นธรรมชาติและสงบเงียบ วิถีชีวิตที่เรียบง่าย ทัศนคติการใช้ชีวิตที่แตกต่างไปจากสังคมไทยในปัจจุบัน แม้ว่าจะเป็นบ้านใกล้เรือนเคียง แต่บางอย่างกลับแตกต่าง ด้วยสายน้ำโขงที่กั้นพรมแดน แม้จะมีจุดเชื่อมต่อ 2 ประเทศถึง 5 จุด แต่ความรู้จักกันยังน้อยมาก
Transporter 3 บู๊ซิ่งไปกับสาวกระ
10เมื่อเย็นวันจันทร์ที่ 15 ธันวาที่ผ่านมา ผมไปดูหนัง(ฟรี)มาอีกแล้วครับ คราวเป็นหนังบู๊แอ็คชั่นมันสะใจ เรื่อง “Transporter 3 เพชฌฆาตสัญชาติเทอร์โบ”

ปกติ เดือนหนึ่งๆ ผมจะดูหนังในโรงประมาณ 1 – 3 เรื่อง แต่เดือนยอดดูหนังในโรงของผมถึง 3 เรื่องไปเรียบร้อยแล้ว คาดว่าจะทะลุไปที่ 4 เรื่องในไม่ช้า นี่ยังมีหนังที่เช่ามาดูอีก เรียกว่าดูกันให้เต็มที่ไปเลย ช่วงนี้
Transporter 3 เป็นหนังภาคต่อก็จริง แต่คงต้องบอกกันตามตรงว่า ไม่สามารถหาภาค 1 กับ 2 มาดูก่อนได้ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญ เพราะถึงไม่เคยดูภาคก่อนหน้า ก็ใช่จะดูภาคนี้มิรู้เรื่อง
ครั้งนี้ กระปุก ใจดีเช่นเคย นำหนังเรื่องนี้มาให้บล็อกเกอร์ได้ดูฟรีกันอีกแล้ว
“ดอยผ้าห่มปก-เชียงใหม่” Trip ตอนจบแล้วล่ะ
5ตอนสุดท้ายซะทีนะ ขอบคุณทุกคนที่ตามอ่านกันจนถึงตอนนี้ ขอบคุณจริงๆ จากใจเลย
หลังจากเดินถนนคนเดินพร้อมได้ของฝากมาพอสมควร แล้วก็พักผ่อนนอนหลับที่ Imm Eco พวกเราก็ตื่นมาแต่เช้า รู้สึกได้ว่าตัวเองยังนอนไม่เต็มอิ่มนัก แต่เมื่อตื่นมาแล้ว มันก็คงไม่หลับแล้ว ลุกดีกว่า อาบน้ำแต่งตัวออกไปเดินเล่นในบริเวณ Imm Eco
บรรยากาศตอนเช้าดีพอสำหรับการเดินเล่น พวกเราจึงเดินไปเล่นในบริเวณที่ยังไม่เคยไป เราพบว่าที่นี่มีร้านอาหารบรรยากาศโรแมนติก+ชิลล์ๆ อยู่ด้วย เขาเรียกมันว่า Barn House ที่นั่น เราสั่งเครื่องดื่มสำหรับเช้าๆ อันสดใสมาทานกัน

ไม่นาน สมาชิกทั้งหลายก็พร้อมที่จะออกเดินทาง เรียกรถแดงให้พาเราไปหาอะไรกินยามเช้ากันดีกว่า อาหารเช้าวันนี้ เป็น “ข้าวต้ม” ครับ


