SHARE

วันนี้ ไปเก็บตกหนังอนิเมชั่นที่ไม่ได้ดูเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว เป็นหนังอนิเมชั่นที่ตอนแรกเหมือนจะบูม ไปๆ มาๆ ก็เงียบฉี่ ผมรอให้วันหยุดเวียนมาถึงอีกครั้ง ผมจึงรุดไปดูในโรงเสียหน่อย ไม่ได้สืบข่าวเช่นเดิมแหละ ว่าผลตอบรับต่ออนิเมชั่นเรื่องนี้เป็นยังไง แต่ความที่ไม่ได้ดูมานานแล้วล่ะ แอนิเมชั่นในโรงเนี่ย ขอไปดูสักหน่อยแล้วกัน… “Bee Movie | ผึ้งน้อยหัวใจบิ๊ก”

แอนิเมชั่นเรื่องล่า จากสตูดิโอดรีมเวิร์กส์อนิเมชั่น เรื่องราวของผึ้งหนุ่มที่มีความคิดไม่เหมือนใคร ประพฤติตัวก็ไม่เหมือนใครด้วย

“แบร์รี่ บี เบนสัน เจ้าผึ้งหนุ่มที่เติบโตในรังผึ้งแห่งหนึ่งของสวนสาธารณะแห่งหนึ่ง เมื่อเขาเรียนรู้วิชาการผึ้งมาจนจบระดับมหา’ลัย เขาจะต้องเลือกหน้าที่ของตัวเอง แต่เป็นหน้าที่ที่จะต้องทำไปจนตาย แบร์รี่เริ่มลังเล เขายังไม่ตัดสินใจเลือกหน้าที่ใดๆ ทั้งสิ้น ก่อนที่โบยบินไปทัศนาโลกภายนอกไปกับผึ้งนักล่าน้ำหวาน และเกือบไม่รอดเมื่อโดนมนุษย์ใจร้ายหมายคร่าชีวิต…

แต่แล้วก็มีวาเนสซ่า มนุษย์ผู้หญิงใจดี ที่ช่วยชีวิตเขาเอาไว้ เขาฝ่าฝืนกฎของผึ้ง เข้าไปพูดจาขอบคุณเธอ หากแต่วาเนสซ่าเป็นเจ้าของร้านดอกไม้นี่สิ…

แบร์รี่เกิดได้รู้เห็นเรื่องราวที่มนุษย์เอาน้ำผึ้ง อันเป็นผลผลิตจากเหล่าผึ้งมาวางขาย และสืบไปได้ว่า พวกเหล่าถูกหลอกใช้งานยังไง เหตุการณ์ฟ้องร้องมนุษย์จึงเกิดขึ้น โดยได้รับการช่วยเหลือจากวาเนสซ่า พันธมิตรที่เป็นมนุษย์ของเขาเอง”

—————————

เรื่องภาพ ผมคงไม่เถียงว่า ผมตื่นตาตื่นใจมากกับภาพบนจอผืนใหญ่ ภาพดูสดใส ดนตรีฟังสบายหู ผมว่าเด็ก ๆ คงชอบ เนื้อเรื่องก็ปูขึ้นมาอย่างน่ารัก พาผู้ชมเข้าไปเจาะลึกถึงชีวิตผึ้ง แบร์รี่เติบโตมาในเมืองเล็กๆ ที่จัดหน้าตาเหมือนสวนสนุก ผึ้งทุกตัวเข้าเรียนอย่างมนุษย์ มีระดับประถม มัธยม แล้วก็ระดับมหา’ลัย ก่อนจะถึงวัยทำงานซึ่งเจ้าตัวเกิดรู้สึกไม่ชอบมาพากลขึ้นมา เมื่อรู้ว่า ต้องเลือกและทำมันไปตลอดชีวิต เขากำลังค้นหาตัวเองอยู่…

แต่ความรู้สึกมันไปสะดุดตรงที่แอนิเมชั่นเรื่องนี้ มีฉากในศาลเข้ามาแทรก ผึ้งฟ้องร้องมนุษย์ที่หยิบฉวยเอาน้ำผึ้งไปจากพวกเขา ฉากว่าความในศาลมันจึงเกิดขึ้น และพบว่า มันกลายเป็นจุดเปลี่ยนไปในทันที…

เปลี่ยนจากชอบไปเป็นเฉยๆ ในทันที

ผมว่า มันไม่เข้าพวกกันเกินไปหน่อย นี่คงเป็นความรู้สึกส่วนตัว แต่คงต้องเขียนไปให้ตรงตามใจของตัวเองว่า ไม่ชอบฉากในศาลของอนิเมชั่นเรื่องนี้อย่างแรง ธรรมดา ถ้าฉากศาลมันไปอยู่ในหนังคนแสดงก็ค่อนข้างน่าเบื่อพออยู่แล้ว พอมาอยู่ในแอนิเมชั่นสำหรับเด็ก (ก็แอนิเมชั่นฮอลลีหวูดเขาทำให้เด็กดูนี่นา) มัน… เอ่อ…

สุดท้าย ผึ้งน้อยผู้ค้นหาตัวเองก็คงได้ค้นพบสาระสำคัญอะไรในชีวิตบางอย่าง ก่อนที่จะจบลงอย่างแฮปปี้เอนดิ้ง นี่คงไม่ผิดใช่ไหมที่ผมบอกเช่นนี้ ก็มันเป็นรูปแบบที่แอนิเมชั่นจากฮอลลีหวูดทุกเรื่องต้องเป็นนี่นา ส่วนคนที่อยากพิสูจน์และเดินเข้าไปพบกับเรื่องราวด้วยตนเอง

ถ้ากลับออกมาแล้ว จะคิดเหมือนหรือต่างจากผมก็ตาม ช่วยมาเม้นต์บอกไว้ด้วยนะ อยากรู้… อิอิ

PatSonic Blog Comment

6 COMMENTS

  1. หลังๆมานี่ผมไม่ได้ดูหนังที่เป็นอนิเมชั่นเลยครับ ทั้งๆที่เมื่อก่อนดูแทบทุกเรื่อง เพราะรู้สึกว่าเนื้อเรื่องเริ่มตันกันหมดแล้ว ไม่ค่อยมีอะไรใหม่ ไม่ว่าจะเป็นทาง Pixar หรือ Dreamwork หรือ Blue Sky

    กำลังรออะไรที่มันปิ๊งๆอยู่ครับ

  2. หลังๆมานี่ผมไม่ได้ดูหนังที่เป็นอนิเมชั่นเลยครับ ทั้งๆที่เมื่อก่อนดูแทบทุกเรื่อง เพราะรู้สึกว่าเนื้อเรื่องเริ่มตันกันหมดแล้ว ไม่ค่อยมีอะไรใหม่ ไม่ว่าจะเป็นทาง Pixar หรือ Dreamwork หรือ Blue Sky

    กำลังรออะไรที่มันปิ๊งๆอยู่ครับ

  3. ยังไม่ได้ไปดูครับ
    แต่ทำให้นึกถึง การ์ตูนญี่ปุ่น ตอนเช้า เมื่อสัก 30 ปีแล้ว!!!
    เป็นเรื่อง ผึ้งน้อย ตามหาแม่ … มีอุปสรรคมากมาย
    inspire จริงๆ … ไม่รู้คุณ pat เคยดูหรือเปล่า (เกิดทันไหม?)

    : )

  4. ยังไม่ได้ไปดูครับ
    แต่ทำให้นึกถึง การ์ตูนญี่ปุ่น ตอนเช้า เมื่อสัก 30 ปีแล้ว!!!
    เป็นเรื่อง ผึ้งน้อย ตามหาแม่ … มีอุปสรรคมากมาย
    inspire จริงๆ … ไม่รู้คุณ pat เคยดูหรือเปล่า (เกิดทันไหม?)

    : )

LEAVE A REPLY