SHARE

หลายวันผ่านไป หลายคนคงสงสัย ว่าทำไมบล็อกนี้ถึงไม่เขียนถีง “Up” สักที ทั้งที่มันก็ล่วงเลยผ่านวันเข้าฉายไปแรกไปเนิ่นนานแล้ว ไม่ใช่อะไรหรอกครับ บางครั้ง อารมณ์มันไม่มี ตัวหนังสือมันก็ไม่ออกมา เท่านั้นเอง

กว่าบทความนี้จะถูกเขียนจนจบก็คงใช้เวลาอีกนานทีเดียว เพราะฉะนั้น คนอ่านก็ค่อยๆ อ่านไปจนจบก็แล้วกันนะ

โอเค วันนี้ เราจะว่ากันด้วยอนิเมชั่นเรื่อง “Up” กันครับ

ด้วยความที่เป็นอนิเมชั่นจากค่าย Pixar ซึ่งผมเป็นแฟนเหนียวแน่นอยู่แล้ว เรื่องไหนๆ ผมก็ตีตั๋วเข้าไปดู เรื่องนี้ผมย่อมไม่พลาด อาจจะไม่ได้เข้าไปดูในวันแรกที่เข้า แต่ก็ถือว่า เข้าฉายเพียงไม่กี่วัน ผมก็อดใจไม่ไหวต้องไปดูเสียแล้ว หลายคนบอกว่า นี่เป็นอนิเมชั่นเรื่องที่ดีที่สุดเท่าที่ Pixar เคยสร้างมาเลยทีเดียว

ซึ่งผมเอง เมื่อได้เข้าไปดู ก็รู้สึกว่า มันให้ความรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ ครับ เรื่องราวที่หลากหลายในด้านอารมณ์ กินใจในด้านเนื้อหา และฮาในด้านไดอะล็อก พวกเขามาทำได้ดีที่สุด ในเรื่อง “Up” นี่เอง

ถามตัวเองว่า เคยมั้ยที่ดูหนังอนิเมชั่นของฝรั่งแล้วน้ำตาซึมตั้งแต่ตอนต้น ผมตอบตัวเองว่า น่าจะยังไม่เคย ที่ตอบด้วยคำว่า “น่าจะ” ก็เพราะจริงๆ ผมเป็นพวกขี้ลืม เมื่อไม่แน่ใจว่าจะจำได้แม่นก็เลยขอใส่ “น่าจะ” เอาไว้ด้วย

“Up” ทำให้ผมรู้สึกเช่นนั้น เพราะหนังเล่าเรื่องราวของผู้ชายคนหนึ่ง นาม “คาร์ล” ผู้ใฝ่ฝันอยากจะมีโอกาสสักครั้งในชีวิตเดินทางไปไกลถึงอเมริกาใต้ ไปให้ถึง Paradise Fall ไปปลูกบ้านอยู่ที่ริมน้ำตก ความฝันอันนี้ เป็นความฝันเดียวกันกับเด็กผู้หญิงกะโปโลอีกคนหนึ่ง “เอลลี่”

ด้วยความฝันนี้ ดึงดูดคนสองคนให้มาเจอกัน รักกัน แต่งงานกัน แต่ความฝันก็ไม่เคยเป็นจริง

จวบจนเอลลี่ตายจากไป…

คาร์ลในวัยชรานั่งอยู่คนเดียวในบ้านหลังเดิม น้ำตาไหลซึมด้วยความเศร้าไปกับชีวิตของคาร์ล … 10 นาทีที่ทีมงานเล่าเรื่องด้วยภาพ ไม่มีบทพูดใดๆ แต่กินใจมากมาย

รอบๆ บ้านเปลี่ยนแปลงไปมากมาย ตึกสูงใหญ่กำลังถูกสร้างขึ้นรายรอบ? เงินที่เก็บหอมรอมริบ เพื่อวันหนึ่งจะได้ทำตามฝัน ก็ร่อยหรอลงไปทุกครั้งกับภารกิจต่างๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างการแต่งงาน

ในที่สุด ความฝันก็เกือบจะถูกลืมเลือน…

ไม่เพียงความฝันถึงการผจญภัย แต่ยังรวมไปถึงความฝันที่จะมีลูกอีกด้วย เมื่อทุนนิยมรุกเร้า บ้านพักคนชรากำลังจะเป็นที่สุดท้ายของชีวิต แต่แล้ว ปู่คาร์ลก็ยกชีวิตช่วงสุดท้ายของตนให้กับความฝันที่รอคอยมาตลอดของชีวิต รุ่งเช้าวันนั้น ปู่คาร์ลกางลูกโป่งนับพันใบขึ้นมา มันพาบ้านหลังนั้นลอยขึ้นสู่ฟ้า เขากำลังเดินทางสู่อเมริกาใต้…

แต่คุณปู่ไม่ได้เดินทางเพียงผู้เดียว ยังมีเด็กน้อยอีกคนที่เดินทางไปด้วย “รัสเซล” ลูกเสือตัวน้อยที่รบเร้าอยากจะช่วยเหลือคนชราเพื่อหวังเข็มอันสุดท้าย แม้ปู่คาร์ลจะไม่เต็มใจ แต่เมื่อเด็กน้อยขึ้นมาอยู่ในบ้านแล้ว ก็จำต้องรับไปด้วยกัน และกลายเป็นผู้ร่วมผจญภัยสู่ดินแดนมหัศจรรย์นั้นในเวลาต่อมา

เมื่อเดินทางร่วมกัน คุณปู่ก็เริ่มรู้จักลูกเสือตัวน้อยที่เคยเป็นตัวน่ารำคาญสำหรับเขามากขึ้น เด็กที่ครอบครัวแตกแยก เขาอาศัยอยู่กับพ่อและแม่เลี้ยง แต่เขากลับเหงาด้วยความเหินห่างของพ่อ ทางเดียวที่เขาจะได้เจอหน้าพ่อ คือวันมอบเหรียญเลื่อนชั้นลูกเสือ

เหลือเข็มอีกเพียงอันเดียว เขาจะได้เจอพ่อแล้ว…

แต่วันนี้ เด็กน้อยกำลังได้ช่วยเหลือคนชราพร้อมกับการเดินทางที่ยิ่งใหญ่ ความเหงาของผู้ใหญ่คนหนึ่ง กับเด็กอีกคนหนึ่ง กำลังเติมเต็มกันและกันด้วยการเดินทางครั้งนี้ มันมิได้เป็นเพียงการเตินทางตามฝันของคนแก่คนหนึ่งเท่านั้น มันเป็นการเดินทางของจิตใจอีกด้วย เมื่อคนแก่มีฝันแสนเหงาที่หมกตัวอยู่กับอดีต พูดกับบ้านเสมือนหนึ่งพูดกับเอลลี่ ต้องมาผจญภัยกับเด็กไร้ความอบอุ่นจากความบ้านแตก เรื่องราวในครึ่งหลังจึงสอนอะไรเรามากมาย ค่อนข้างเป็นอนิเมชั่นของ Disney Pixar ที่เล่าเรื่องได้ลึกซึ้งมากกว่าเรื่องใดๆ ที่ผ่านมา พวกเขากำลังไปถึงอีกขึ้นหนึ่งแล้ว…

ยังมีตัวละครอีกมากมายที่ยังไม่ได้ถูกผมพาดพึงถึง

ระหว่างการเดินทาง ยังมี “นกอีก๋อย” ตัวยักษ์ตัวหนึ่ง มันถูกชะตากับเด็กน้อย เขาตั้งชื่อให้มันว่า “เควิน” มันกลายเป็นตัวละครสำคัญไปโดยปริยาย นอกจากนี้ ยังมีหมาน้อยชื่อ “ดั๊ก” หมาน้อยนิสัยน่ารักแต่ท่าทางออกเนิร์ดๆ ที่อยู่ฝ่ายร้ายและจิตใจใฝ่ดี ที่สำคัญมันกับพรรคพวกสร้างความขำขันให้กับเราได้มากที่สุด

ช่วงเวลาที่มีเจ้าหมากับนกอีก๋อย คือช่วงที่เราได้หัวเราะไปกับหนังจริงๆ แน่นอน เรื่องในหนังไม่มีวันเกิดขึ้นได้จริง บ้านที่ลอยด้วยลูกโป่ง นกอีก๋อยที่เชื่องกับคน หมาน้อยที่พูดได้ แต่คุณก็อินไปกับหนังเรื่องนี้ได้อย่างไม่น่าเชื่อ

หนังดึงคนสองขั้วมาเจอกัน เด็กน้อยขาดความอบอุ่นจากพ่อ กับ ชายแก่ผู้ยึดติดอดีตและไม่เคยได้เป็นพ่อ

การเดินทางของจิตใจยังไม่สิ้นสุด หากคุณยังไม่ได้เดินไปผจญภัยกับมันด้วยตัวเองหรอกครับ!

—————————–

ขอบคุณ “ผมอยู่ข้างหลังคุณ” ที่ต่อเติมเรื่องราวให้กับความทรงจำที่เริ่มเลือนใหกับผมอีกครั้ง มิฉะนั้น บทความหน้านี้คงไม่สมบูรณ์

ปล. ผมชอบ “Partly Cloudy” หนังสั้นเปิดที่มาก่อนจะเรื่อง Up นะครับ คุณชอบเหมือนกับผมบ้างหรือเปล่านะ อิอิ

PatSonic Blog Comment

11 COMMENTS

  1. ชอบ Partly Cloudy ที่เปิดตัวหนังเหมือนกันค่ะ แบบว่าถึงแม้ว่าจะไม่ต้องมีคำบรรยายใดๆ แต่ภาพก็สื่อถึงข้อความออกมาได้อย่างชัดเจน และประทับใจคนดูมากๆด้วยอ่ะ

    ส่วนหนังเรื่อง Up ก็ทำออฟน้ำตาซึมไปเหมือนกัน แล้วก็กลับมาหัวเราะให้กับเนื้อเรื่องได้อีกครั้ง

    อ้ออยากรู้จังเลยค่ะ ว่า “นกอีก๋อย” เวลาเค้าพากย์อังกฤษ เค้าเรียกว่าอะไรหรอคะ (ออฟดูพากย์ไทยอ่ะ)

  2. ทำไมผมไม่ได้อารมณ์ซึ่งเลย ได้แต่ สนุก ตลก และก็ประทับใจ หรือเพราะว่าเราดูแบบ…. ฮ่าๆๆๆๆ

  3. ช่วงเริ่มเรื่องที่ปล่อยให้ภาพไหลไปพร้อมเพลงบรรเลงประกอบทำเอาผมเกือบน้ำตาไหล แต่จบเรื่องก็ทำให้รู้สึกอิ่มใจดีฮะ ชอบเรื่องนี้ในส่วนของเนื้อเรื่องส่วนที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของตัวละคร

  4. ผมรู้สึกว่าคุณปู่แกแข็งแรงขึ้นอย่างมากหลังจากแค่สองวันที่ไปผจญภัย

  5. เป็นหนังที่ดี เศร้าบ้าง หนุกหนานบ้าง ครบเครื่องจริงๆ หนังแบบนี้เคยเห็นแต่แบบเกาหลีนะเนี้ย

  6. ผมร้องไห้ตั้งแต่สิบนาทีแรกเลยทีเดียว กับแฟน กับคนข้าง ๆ

    อีกฉากนึง คือตอนที่บ้านของเรา up อีกครั้ง ฉากนี้ใครไม่ร้อง ผมว่าแปลกอ่ะ

Comments are closed.