ซีรี่ส์เกาหลี กับ ละครไทย

17 Nov
2008

ช่วงนี้ไม่รู้เป็นไร เหมือนไม่อารมณ์เขียนบล็อก หลังงานแฟตมา เอาแต่ทำงาน ทำงาน และทำงาน แถมเจอเรื่องน่าเบื่อๆ แทรกซึมเข้ามาอีก งานเล็กงานน้อยสุมรุม ประกอบกับภารกิจเสาะหาของเล่นราคาแพงตัวใหม่ ไปๆ มาๆ ก็เลยไม่มีเวลาจะขีดๆ เขียนๆ แย่จังแฮะ

วันนี้ เลยขอหยิบเอาสิ่งที่เขียนสรุปๆ ไว้มาใช้งานไปก่อน

ซี่รี่ส์เกาหลี กับ ละครไทย

ผมดู ละครไทย มาตั้งแต่เด็กๆ พบเห็นความซ้ำซากมามากพอดู จนเดาออกมาหมดแล้ว ว่าเรื่องมันจะเป็นยังไง ฉากนี้จะมีไดอะล็อกแบบไหน ผมว่า ผมไม่ได้้เป็นคนเดียว หลายคนก็คงรู้สึกอย่างผม เริ่มชินชากับความซ้ำซากกันมามากพอดู จนวันหนึ่ง…

ซีรี่ส์เกาหลี ซีรี่ส์ญี่ปุ่น ทะลักเข้าประเทศ คนไทยที่เริ่มเบื่อหน่ายความซ้ำซาก เริ่มยักย้ายถ่ายเทไปดูของนอก ไปๆ มาๆ กระแสความฟีเวอร์เริ่มหนักข้อ จนเป็นอย่างที่เห็นในปัจจุบัน ผมเองก็ได้ดูซีรี่ส์พวกนี้ไปกับเขาด้วย จนบางทีก็ติดไม่แพ้พวกสาวๆ เหมือนกัน ไปๆ มาๆ ก็เลยอุตริมานั่งเรียบเรียงว่า ทำไมเราถึงรู้สึกว่า ซี่รี่ต่างชาติพวกนี้มันดีกว่าละครบ้านเราเอง

เริ่มกันเลยแล้วกันครับ

  1. ไม่มีตัวละครที่เป็นตัวดี ตัวร้ายแท้จริง แม้แต่คนที่เลวร้าย ก็ยังกลับใจเป็นคนดีได้โดยไม่ต้องรอจบท้ายเรื่อง เป็นศัตรูกันก็กลายมาเป็นเพื่อนกันได้ ซึ่งหาไม่ได้ในละครไทย
  2. ค่อนข้างเน้นและพิถีพิถันที่จะบ่งบอกสิ่งที่ตัวละครเป็นจริงๆ เช่น ตัวละครเป็นเชฟ ซีรี่ส์เกาหลีก็จะพยายามใส่ช่วงเวลาที่เขาทำหน้าเป็นเชฟอย่างเต็มที่ อย่างน้อยก็ทำให้เราเชื่อว่า เขาเป็นเชฟจริงๆ อีกทั้งยังหยิบอาชีพต่างๆ ที่แสนจะหลากหลายในสังคมมาพูดถึง ถ้าละครไทยจะทำน่ะเหรอ ก็ต้องเป็นอาชีพที่ผู้คนสนใจและใคร่อยากเป็น เช่น นางงาม, นางเอก, นักร้อง เท่านั้นแหละ
  3. ตัวละครเอกมักจะมีความใฝ่ฝันอย่างใดอย่างหนึ่ง ที่ต้องการจะทำให้สำเร็จ และตั้งใจพยายามทำทุกอย่างตามความฝันของตัวเอง ลักษณะแบบนี้ ผมก็พบเจอในหนังญี่ปุ่นเช่นกัน คน 2 ชาตินี้มีอะไรคล้ายๆ กัน ทำอะไรทำกันจริงจังสุดโต่ง ช่างต่างกับคนไทยลิบลับ
  4. ซีรี่ส์เกาหลีเน้นครอบครัวทุกเรื่อง ความไม่เข้าใจ การไม่พูดกัน ทัศนคติที่ไม่ตรงกัน สะท้อนปัญหาสังคมได้ดี และสะท้อนในแง่มุมที่ใกล้เคียงความจริง
  5. ใส่ลูกเล่นกับอะนิเมชั่นและเอ็ฟเฟ็กต์ เล่าเรื่องด้วยไอเดีย ทั้งน่ารัก ทั้งขี้เล่น และไม่น่าเบื่อดี
  6. เข้าใจผูกเรื่อง พยายามหาหนังสือ เทพนิยาย มาช่วยผูกเรื่อง และเล่นเล่าอยู่กับสิ่งๆ นั้นไปตลอดเรื่อง แสดงให้เห็นว่า คนในชาตินี้ค่อนข้างรักการอ่าน
  7. ตัวละครเหมือนโลดแล่นอยู่ในพล็อตนิยายน้ำเน่า แต่ก็มีมุมที่เป็นไปได้ในโลกจริง เช่น ผู้หญิงปลอมตัวเป็นผู้ชายหลอกคนได้ทั้งเรื่อง (บ้านเราก็มีนะแบบนี้) แต่ก็ช่วยกันทำมาหากิน ก่อร่างสร้างร้านกาแฟจนเติบโต
  8. รักสามเส้าเกิดขึ้นเสมอๆ ในซีรีส์เกาหลี บางเรื่องก็จะเป็นสี่เส้าห้าเส้าหกเส้า เล่นเอาคนดูมึนกันไปเลยก็มี
  9. เพลงประกอบที่แต่งขึ้นมากมายสำหรับใช้ในซีรีส์โดยเฉพาะ ผิดกับบางประเทศ ที่ชอบแอบเอาเพลงของชาวบ้านมาประกอบโดยไม่บอกเจ้าของอยู่เสมอๆ เพลงประกอบเหล่านี้สร้างธีมให้กับหนังโดยปริยาย แถมแต่งมาเสียเพราะ จนคนดูต้องเสียเงินซื้ออัลบั้มเพลงประกอบตามไปอีก ความที่เพลงเยอะ ก็ทำให้รวมเป็นอัลบั้มเฉพาะเรื่องได้ โดยไม่ต้องรวมเอาจากหลายเรื่องเหมือนบ้านเรา
  10. ถ้านางเอกไม่สวยหรือน่ารักโดนใจคุณล่ะก็ ตัวรองก็มักจะสะกดใจคุณอยู่เสมอ บางเรื่อง คุณอาจถึงขั้นเลือกไม่ถูก ว่าจะชอบคนไหนดี
  11. ตัวละครทุกตัว มีงานมีการทำจริงๆ มีช่วงเวลาและมีความรู้ในใจการงานของตัวเองจริงๆ เช่น เราได้เห็นตัวละครทำอาหารให้เราดูจริงๆ จนเราเชื่อว่าเขาเป็นเชฟใหญ่ เราได้เห็นเขาคร่ำเคร่งกับตำรา และแก้ไขโจทย์ปัญหาทางคณิตศาสตร์ จนเราเชื่อว่า เขาเป็นอัจฉริยะจริงๆ ไม่ใช่การกล่าวอ้างกันลอยๆ แต่ไม่มีเรื่องราวที่บ่งบอกและอธิบายส่งเสริมคำกล่าวอ้างนั้น การจะทำเช่นนี้ได้หมายถึง คนเขียนบทและคนทำซีรีส์ต้องทำการบ้านมากมาย แต่นั่นก็คือ ความสมจริงที่คนดูจะรู้สึก
  12. ซีรีส์เกาหลี ถ้าแบ่งกันแบบใหญ่ๆ ก็น่าจะแบ่งได้ 2 แนว คือ แนวเศร้าโศกบรม กับ แนวน่ารักฮาแตก พิษภัยถือว่า น้อยมากๆ ไม่มีกรี๊ดวีนแตกแบบละครบางชาติ ซึ่งส่งเสริมให้เยาวชนเติบโตเป็นพวกไร้ EQ แบบทุกวันนี้
  13. มักชอบสอดแทรกความเป็นชาติตัวเองใส่เข้าไปอย่างแนบเนียน ส่งผลให้เรารู้จักความเป็นเกาหลีได้จากหลายสิ่งหลายอย่าง ทั้งประเพณี การแต่งกาย อาหาร ฯลฯ
  14. ความเป็นเพื่อน คือสิ่งที่หาได้ทั่วไปในซีรีส์เกาหลี
  15. แฟชั่น คือ สินค้าที่ค่อนข้างโดดเด่นในซีรีส์ของประเทศนี้ ตัวละครเอกมักจะมีเสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย ที่ค่อนข้างเป็นแบรนด์เนม อาจจะทำให้คนดูฟุ้งเฟ้อตามเอาได้ แต่ว่า เราก็ดูเอาเพลินๆ แล้วกันนะ อย่าไปอยากมีอยากแต่งตามเขาแล้วกัน
  16. ระดับชนชั้นแทบหาไม่ได้ในซีรีส์ อย่างมากก็คือ พูดถึงฐานะทางเศรษฐกิจ และฐานะทางสังคม ไม่ค่อยพบเจอบทที่ดูถูกคนจนกว่า ไม่ตีค่าคนที่เงิน แค่บอกว่า คนที่จนกว่าค่อนข้างด้อยโอกาสทางสังคมเท่านั้นเอง
  17. ซีนอารมณ์ค่อนข้างตั้งอกตั้งใจมาเป็นอย่างดี ปูพื้นเรื่องไล่เรียง ทำให้คนดูอินน้ำตาไหลตามได้ หันมาดูละครบ้านเรา หาเรื่องที่ดูแล้วร้องไห้ยากเหลือเกิน

ไม่เข้าใจเหมือนกันครับ ว่าทำไม ของไทย เรียก “ละคร” แล้วของเขาถึงไปเรียกว่า “ซีรี่ส์” ใครรู้ช่วงแถลงไขที

สุดท้าย ผมว่า มันเป็นเรื่องธรรมดาที่เราจะเห็นของคนอื่นดีกว่า เพราะเราดูของเรามานานพอแล้ว และมันก็ไม่เคยมีอะไรใหม่ จนเมื่อเจอของชาวบ้านที่จริงๆ ก็ถือว่า “น้ำเน่า” ได้อยู่ เพียงแต่บางอย่าง เขาทำได้เนียน และน่าดูกว่าเรา เท่านั้นเองแหละมั้ง

ใครอยากเพิ่มเติม ก็ช่วยผมทีเถอะครับ

บทความที่เกี่ยวข้อง

  • No Related Post

หากเห็นว่าบทความน่าสนใจ ฝากบุ๊คมาร์กให้ด้วยนะครับš

DekDigg MaDigg DekADD HippoBa MonoJung VoteJung BookmarkDigg SiamSocialBookmark SiamDigg Digg in Thai Submit in Thai Voyage Digger DukDigg FollowADD WordThai SiamBookmark SpiceDay ThaiZad Techkr DiggSa DayADD DoogDigg DigGaza DukeDig NungLub

 

16 Responses to ซีรี่ส์เกาหลี กับ ละครไทย

Avatar

boydchan

November 17th, 2008 at 23:54

แรกๆ ผมเห่อซีรี่ย์เกาหลีตั้งแต่ Full House มาจนหลังๆ ไม่ค่อยมีเวลาผมก็เปลี่ยนดูซี่รี่ย์ญี่ปุ่นมากขึ้น รู้สึกว่าสั้นกระชับและแฝงแง่คิดไว้ได้ดีทีเดียวฮะ อย่าง Honey&Clover, Nodame Cantabile, Kurosagi, Slow Step และ Operation Love

Avatar

PatSonic

November 18th, 2008 at 0:00

โหย อยากดู Slow Step ยืมมั่งดิ

Avatar

Oaddybeing

November 18th, 2008 at 0:38

ไม่ค่อยได้ดูเลยแฮะๆ….ซีหลีเกาลี่ เนี่ย 555

Avatar

แอ๋ม

November 18th, 2008 at 7:32

ผมชอบมุมกล้องกับบรรยากาศของซีรี่ส์เกาหลีครับ

มันเป็นธรรมชาติดี

ของไทย… เหมือนกันทุกเรื่อง

Avatar

Rising-Top

November 18th, 2008 at 10:02

ชอบดูซีรี่ย์ญี่ปุ่นของค่าย SOD, DEX, Prestige หรือไม่ก็ NANIWA ครับ เค้า casting นางเอกได้ตาถึงมากมาก เช่น มิยาบิ, มิยุ โฮชิโนะ

อ้าว…ผิดซีรี่ย์

Avatar

iGolf

November 18th, 2008 at 10:11

ละครไทยถ่ายทำมักง่ายครับ สักแต่ว่าทำ (แฟนผมดูนะ ผมไม่ได้ดู :) )

อย่างเช่น

..บางฉากกำลังเดินเข้าไปในบ้าน ยังสว่างอยู่เลย พออยู่ในบ้านปุ๊ป มองเห็นหน้าต่าง โอ้ มืดซะแล้ว!

..ยิ่งฉากในป่ากลางคืน ไฟสว่างอย่างกะกลางวัน สังเกตเงาบนพื้นเหมือนดาราอยู่กลางสนามฟุตบอล

ผู้สร้างดูถูกคนดูแบบนี้ ผมก็พร้อมจะดูถูกละครไทย และไม่เคยคิดจะดูละครไทย

Avatar

feekz

November 18th, 2008 at 10:22

ผม คนนึงละที่เบื่อหน่ายวงการ ละครบ้านเรามานาน
แนวเรื่องเดิมๆ เดินเรื่องซ้ำซาก ตบตีแย่งผู้ชาย นางร้ายนางอิจฉาเดิมๆ
นางเอกก็ นางเอ๊กนางเอก พระเอกนางเอก จะดูดีนิสัยดี แหมจะว่าไป
กี่ปีๆ กี่เรื่องๆ ก็เดาแนวเรื่องได้หมด เหมือนกินข้าวรสชาติเดิมๆ นั่นแหละ

เมื่อไหร่จะพัฒนากันหนอ… ???

Avatar

donuzz

November 18th, 2008 at 12:20

ใช่เลย.. ถูกทุกข้อเลยครับ
แต่เวลานางเอกหรือพระเอกอกหัก หรือมีเรื่องเครียดๆ ชอบไปนั่งดื่มไอ้ขวดเขียวๆ กันอ่ะครับ..? :P

Avatar

Ford AntiTrust

November 18th, 2008 at 21:54

ตอนนี้ผมแนะนำ Team Medical Dragon ครับ เพิ่งจบภาค 1 ปีจากช่อง TPBS ครับ ทำได้ดีและเนียนมาก ในเรื่องนี้ต้องบอกเลยว่าไม่มีนางเอก -_-’ แถมพระเอกยังไม่เคยยิ้มเลยในเรื่อง แต่เพลงที่เป็นธีมของเรื่องทำออกมาได้ดีมากครับ รอดูภาค 2 ครับว่าจะมาฉายหรือเปล่า

Avatar

Ford AntiTrust

November 18th, 2008 at 22:00

ลืมบอกไปครับ ตอนนี้แนะนำเรื่อง Galileo ทาง TPBS เช่นกันเป็น ซีรี่ญี่ปุ่นแนววิทยาศาสตร์ สนุกเช่นเคย เป็นเรื่องของการต้องพิสูจน์ปรากฎการณ์ต่าง ๆ ที่เป็นเรื่องลี้ลับด้วยวิทยาศาสตร์ครับ สนุปมาก แนะนำอีกเรื่องพลาดไม่ได้ครับ

Avatar

Oakyman

November 19th, 2008 at 13:50

ผมว่าเกาหลีก็น้ำเน่านะครับ
เรื่องอะไรบาหลีๆ เนี่ย แม่พระรอง (หรือพระเอกก็ไม่รู้) ดูถูกนางเอกสุดๆ

อ้อ ส่วนใหญ่ตัวเอกจะตายตอนจบ

Avatar

si.

November 21st, 2008 at 11:11

ซีรีย์เกาหลี ญี่ปุ่นก็ดูบ้างค่ะ ไม่ได้ติดตามตลอด กลัวไม่เป็นอันหลับอันนอน อิอิ
เรื่องที่พอจำชื่อได้ก็อย่างเช่น Rookie ตลก ขำๆ
หรือบันทึกน้ำตา 1 ลิตร ดูไปร้องไห้ขี้มูกโป่ง แต่ทำให้คนที่ครบ 32 เกิดกำลังใจ

ละครไทยดีๆ ก็มีนะคะ อย่าง สุดแต่ใจจะไขว่คว้า (นานไปไม๊)

ที่รำคาญละครไทยมากๆ คือฉากตัวอิจฉามาเจอกันค่ะ ถ้านั่งหันหลังให้จอจะได้ยินแต่เสียงกรี๊ด นึกในใจว่าถ้าไม่หยุดภายใน 3 วิ ฉันจะเปลี่ยนช่องแล้วนะ… สุดท้ายก็ต้องเปลี่ยนช่องจริงๆ เพราะกรี๊ดไม่ยอมหยุดกันเลย

จะว่าไปทีวีไทยไม่ค่อยมีอะไรให้ดูเท่าไหร่เลยเนอะ มีอยู่ครั้งนึง วันเสาร์หรืออาทิตย์เนี่ยแหละ เปลี่ยนช่องหาอะไรดูไปเรื่อยๆ ด้วยความพยายามอย่างมาก สุดท้ายก็ต้องปิดค่ะ ไม่มีอะไรจะดูจริงๆ

-_-”

Avatar

iNhumBa

November 21st, 2008 at 23:40

ผมดูบ้างครับ แล้วแต่เวลาว่าง ของเขาดููแล้วได้อะไรเยอะกว่าของบ้านเราที่ซ้ำๆ พล๊อตเดิมๆ

Avatar

Eka-X

November 25th, 2008 at 14:01

ผมว่าซี่รีย์เกาหลีกับละครไทยมันก็คล้ายๆ กันครับ จะเห็นได้ว่ามีหลายเรื่องมากที่เป็นเจ้าชาย เจ้าหญิง
พล็อตเกาหลีมันก็วนๆ ซ้ำๆ กับเรื่องความรักเป็นใหญ่
สรุปมันก็คือแปลกว่าละครไทย แต่มันก็ไม่ได้หลากหลายมากนัก

มาดูซี่รีย์ญี่ปุ่นกันบ้าง ผมว่ามันหลากหลายที่สุด มีตั้งแต่หมอจริงจังอย่าง Team Dragon, ผู้หญิงนักสู้อย่าง Fighting girl, นักสืบวิทย์ติังต้องในเรื่องกาลิเลโอ, เรื่องเศร้าอย่างบันทึกน้ำตา 1 ลิตร, รักครอบครัวอย่างซูเปอร์สตาร์ถามหารัก, เซฟเก่งสุดๆ อย่าง Antique แล้วยังมีที่ผมจำชื่อเรื่องไม่ได้ ที่ผู้ชายอายุน้อยกว่าผู้หญิงเป็น 10 ปี แต่ก็ดันไปหลงรัก

คือมันไม่ได้มีแค่ธีมเดียว ไม่ได้เน้นความรักชายหญิงอย่างเดียว อย่างใน Team dragon พระเอก-นางเอกก็ไม่ได้เป็นแฟนกัน หรือ fighting girl ที่นางเอกก็ไม่มีแฟน

แล้วซี่รีย์ญี่ปุ่นมันยังสั้นกระชับ ได้แง่คิดหลายมุมครับ ผมเลยชอบของญึ่ปุ่นมากที่สุด

Avatar

PatSonic

November 25th, 2008 at 14:32

อ่า สรุปมาได้ละเอียดลออทีเดียว เห็นด้วยกับความคิดเห็นของคุณ Eka-X ครับ ผมโฟกัสไปที่เกาหลีก็เลยข้ามที่จะพูดถึงของญี่ปุ่นไป จะว่าไป ผมก็ดูซีรี่ส์ของญี่ปุ่นน้อยไปหน่อย เลยไม่ได้รวบรวมมาเขียนด้วยอะนะ

ขอบคุณที่มาแชร์ความคิดกันครับผม

Avatar

dman

December 4th, 2008 at 10:48

เห็นด้วยกับบทความเลยครับ ว่าละครไทยมันเดาได้ครับ ผมเองก็ได้หันไปดูเกาหลี ญี่ปุ่น แต่ละครไทยก็ยังดูนะครับ มาช่วง 3 ปีหลัง เริ่มดูซีรี่ส์ฝรั่งครับ ติดเลยครับ แนวเรื่องหลากหลายมาก มีให้เราเลือกหลายรูปแบบเลยครับ เรื่องแรกที่ผมดูก็คือ 24 ครับ ดูทาง truevision แต่ผมเริ่มที่ season 3 นะครับ ตอนนี้เลยหันมาดูฝรั่งเพิ่มเติมด้วยครับ เพื่อความหลากหลายครับ ยังไงลองหามาดูกันครับ

ส่วนคำว่าละครกับซีรี่ส์นั้น ผมเข้าใจว่าคำว่าซีรี่ส์น่าจะใช้กับซีรี่ส์ฝรั่งนะครับ เพราะว่าแต่ละเรื่องมันไม่ได้จบแค่ season เดียว มันยังมีต่อเนื่องไปได้อีก เพราะโครงเรื่องเค้าได้วางไว้แล้วครับ อันนี้ตามความเข้าใจนะครับ

Comment Form

top