SHARE

ช่วงนี้ ผมรอๆ การย้ายเซิร์ฟเวอร์อยู่เลยทำให้ต้องเลื่อนเวลาอัพบล็อกมาอีก 2 วัน หวังว่า ทุกคนจะรู้สึกว่ามันโหลดได้ไวขึ้น วันนี้ ผมกลับมาเล่าเรื่องลงบล็อกต่อแล้วครับ

วันก่อน ผมฝืนสังขารเดินทางไปงานหนังสือมาครับ ด้วยความที่ไปมาทุกปี แล้วก็ขนหนังสือกลับมาทุกปี แต่ผมก็มีข้อสังเกตให้กับตัวเองว่า ทุกครั้งที่ผมไปงาน ผมจะกลับมาพร้อมถุงหนังสือที่มีจำนวนน้อยลง และน้อยลง

งานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 13 .. ได้มา 3 เล่ม

เพราะอะไรน่ะหรือ?

ผมรู้สึกว่า ในครั้งก่อนที่ไปงานหนังสือมา ผมกลับมาบ้านพร้อมหนังสือกองโตประมาณหนึ่ง (ซื้อมากไม่ได้ เพราะไม่ค่อยมีเงิน) แล้วก็พบว่า หลายเล่มยังอ่านไม่จบเมื่องานหนังสือครั้งใหม่ผ่านมาถึง อาจจะด้วยเพราะเป็นคนอ่านหนังสือช้าหรืออะไรก็ตาม แต่ทำให้ได้คิดว่า จะซื้อหนังสือแต่จำนวนน้อย เพื่อจะได้ไม่ต้องมานั่งเศร้าใจที่หลายเล่มยังไม่ได้อ่านสักที

อีกทั้ง จะไม่ซื้อหนังสือประเภทอ่านเล่น วรรณกรรม หรืออะไรมาเก็บไว้ หรือซื้อให้น้อยๆ เอาที่คิดว่า ชอบจริงๆ เท่านั้น ส่วนหนังสือที่เลือกจะซื้อก็คือ หนังสือที่อ่านแล้วเอามาใช้กับสิ่งละอันพันละอย่างที่ทำอยู่ในปัจจุบัน อยู่ในความสนใจในปัจจุบัน สำหรับผม วรรณกรรมส่วนใหญ่ให้ความเพลิดเพลินแฝงสาระบ้าง ไม่แฝงบ้าง แต่กับคนที่อ่านช้าอย่างผม การอ่านแล้วหยุด หยุดแล้วมาอ่าน ไม่ปะติดปะต่อสักเท่าไหร่ หนังสือวรรณกรรมเลยไม่ค่อยเวิร์กสำหรับผม ยืมเอาดีกว่า เหอๆ (ไม่ได้บอกว่า หนังสือเหล่านี้ไม่มีคุณประโยชน์นะครับ)

ผมสังเกตว่า เดี๋ยวนี้ หนังสือในตลาดส่วนใหญ่ เน้นไปที่วัยรุ่นมากขึ้น นิยาย วรรณกรรมจากต่างประเทศไหลหลั่งเข้ามาไม่ขาดสาย เป็นเรื่องดีที่ชักจูงวัยรุ่นให้หันมารักชอบการอ่านมากขึ้น แต่คงไม่ใช่สำหรับผม

ผมเลือกใช้วิธีเดินดูทุกบูธอย่างคร่าวๆ ทั่วทั้งงาน (เมื่อยนาดูแฮะ) และมองหนังสือที่สนใจไว้ในใจ ก่อนจะเริ่มเดินดูอีกรอบ คราวนี้ เดินเพื่อเลือกซื้อหนังสือที่สนใจจริงๆ ตามบูธที่เราหมายตาไว้ เพื่ออะไรน่ะหรือ?

ก็จะไม่ได้ต้องซื้อหนังสือคราวละมากๆ แล้วมานั่งไล่อ่านไม่ทันแบบเดิมๆ ไง

อาจจะสวนทางกับหลายคนนะครับ แต่นี่คือวิถีของผม

และนี่คือ รายชื่อหนังสือที่ผมจับจ่ายมาครับ

  • ต้นไม้ใต้โลก – ทรงกลด บางยี่ขัน – a book – ราคาปก 185 บาท

เล่มเดียวที่หมายตาไว้ ด้วยคมความคิดจาก 100 เรื่องที่ผู้เขียนรวบรวมเอาไว้ ผมคิดว่า น่าจะได้ความคิดดีๆ เข้ามาในสมองทึ่มๆ ของผมบ้างไม่มากก็น้อย

  • Basic in DSLR – ณัฐวุฒิ ปิยบุปผชาติ – TechXcite/IDC – ราคาปก 209 บาท

ผมว่า นี่คงเป็นหนังสือที่เขียนเรื่องเกี่ยวกับกล้อง DSLR ได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด ช่วงนี้ ผมสนใจในการถ่ายภาพด้วยกล้องดิจิตอลอย่างจริงจัง ผมจึงเลือกสนใจซื้อหนังสือที่มีเนื้อหาประเภทนี้มากหน่อย

  • ตากล้องต้องรู้ ตอน อุปกรณ์สำหรับกล้อง DSLR – สุรกิจ จิรทรัพย์สกุล / รวิศร์ กิจเจริญโรจน์ / อาทิตย์ แก้วรัตนปัทมา – ราคา 179 บาท

อาจจะคิดว่า ผมซื้อหนังสือที่มีเนื้อหาเหมือนกันมาเพื่ออะไร ผมเองเจอหนังสือเล่มนี้ก่อนเล่มก่อนหน้า และตัดสินใจซื้อมาก่อนเป็นเล่มแรก หลังจากเปิดอ่านแล้ว ผมก็พบว่า ถึงจะเขียนเกี่ยวกับกล้อง DSLR เหมือนกัน แต่ก็มีเนื้อหาบางส่วนที่เน้นต่างกันออกไป ถ้ามีทั้งสองเล่ม ก็น่าจะได้อะไรที่ครบถ้วน เท่าที่หนังสือภาษาไทยจะให้กับผมได้เกี่ยวกับกล้องประเภทนี้

————————–

ผมใช้เวลาเพียงเฉียด 2 ชั่วโมงในงาน “มหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 13” ที่ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ แต่แค่นี้ก็เมื่อยขบแล้วล่ะครับ คุณล่ะครับ วันนี้ ไปงานหนังสือมาหรือยัง?

PatSonic Blog Comment

16 COMMENTS

  1. เปลี่ยนชื่อไปมา 3 รอบ กว่าจะลงตัวที่ชื่อนี้ ตอบไวจริงๆ ครับ คุณ kohsija

  2. อยู่ใกล้ แต่ไม่ค่อยได้ไปค่ะ ไปเจอคนมากๆ ทีไร มึนตึ้บทุกที
    ปีก่อนเคยไปแล้วขนหนังสือกลับมาเยอะแยะ แล้วก็กองสุมๆ ไว้อ่านไม่ทันอ่ะค่ะ
    หลังๆ มานี้ก็อาศัยซื้อจากร้านหนังสือเอา ไม่ค่อยรองานหนังสือแล้ว

    แต่ไงๆ งานหนังสือก็น่าสนใจอยู่ดี ตรงที่หนังสือเยอะ กับโปรโมชั่นลดแลกแจกแถม อิอิ
    สงสัยเริ่มแก่แล้วค่ะ เลยไม่สนุกเวลาเบียดคนเยอะ -_-“

  3. ครั้งที่ 12 ไปเดินมา จำได้ว่าได้หนังสือต่วย’ตูนมา 5 เล่มมั้ง จนป่านนี้ยังไม่มีเวลาอ่านให้จบทุกเล่มเลย กับหนังสือเกี่ยวกับการตลาดทางเน็ตอีก 2 เล่ม อันนี้ก็ยังอ่านไม่จบ(อีกตามเคย) อีกอย่างไปเดินทีไร ไม่ครบทุกบูธเลย เมื่อยซะก่อน ==’

  4. ขอนอกเรื่องหน่อยนะครับ .. รบกวนถามคุณแพท เรื่อง Theme ที่ PatSonic.com ใช้อยู่ตอนนี้น่ะครับ คือผมลองไปลงดู แต่มีปัญหาสองเรืองน่ะครับ
    1 Sidebar ในหน้าแสดงผลแสดงข้อความเออเรอร์ครับ
    2 ในส่วนของ Admin เมื่อเข้าไปจัดการกับหน้า Widget แต่ไม่มีหน้า Widget

    ไม่ทราบคุณแพทตอนติดตั้งเจอปัญหาเดียวกันนี้หรือเปล่าครับ และแก้ยังไงครับ ขอบคุณครับ

  5. โห ซื้อสามเล่ม แต่ถ้าเราอ่านครบมันก็คงเป็นเรื่องที่เหมาะสม
    โดยส่วนตัว ครั้งนี้ก็ซื้อน้อยลง แต่ก็ยังถือว่าเยอะถ้าเทียบกับบางคน
    แต่คราวนี้ก็พยายามซื้ออันที่อยากอ่านจริงๆ มั่นใจว่าจะ่อ่านแน่ๆ
    ไม่อยากให้มันวางค้างมาเหมือนกับครั้งก่อนๆ ที่จนบัดนี้ผ่านมา 1-2 ปียังไม่ได้อ่าน

    ส่วนเรื่องซื้อหนังสือเนื้อหาใกล้กันเราว่าไม่แปลก จริงๆ มันน่าจะเป็นอย่างนั้นด้วยซ้ำ
    เพราะกำลังสนใจเรื่องนั้นๆ ก็ย่อมอยากอ่านจากหลายผู้เขียน

  6. กำลังลังเลอยู่ว่าจะไปดีหรือเปล่า?
    เพราะที่ซื้อมาครั้งที่แล้วก็ดองไว้เหมือนกันครับ

    คิดว่าจะตั้งกติกากับตัวเองไว้ว่า ดองได้แค่ 5 เล่ม
    ถ้าอยากซื้อใหม่ ต้องอ่านที่ดองไว้ให้จบก่อน เล่มต่อเล่ม

    เดี๋ยวจะซื้อมาให้ปลวกแทะอีก T-T

  7. ตอบคุณ hmongasia

    1 ตอนติดตั้ง theme หนแรก ก็รู้สึกจะมีปัญหาเหมือนกันที่ sidebar ผมว่า น่าจะเกิดจากไม่ได้เปิดใช้ หรือไม่ได้ลง plugins บางตัวอะนะครับ ลองหามาใช้ให้ครบน่าจะหาย อย่าง recent comment เราอาจจะใช้คนละตัวกับคนที่ทำธีมเขาใช้ ก็แก้ไขโค้ดที่ใช้ได้กับ plugins ตัวที่เราใช้อยู่แหละครับ
    2 ธีมนี้ไม่ support widget อยู่แล้วครับ เพราะฉะนั้น ทุกอย่าง ถ้าจะแก้ ต้อง “ทำมือ”

    ปล. บทความของผม ทำให้หลายคนลังเลที่จะไปงานหนังสือรึเปล่าเนี่ย? ไม่ได้ตั้งใจนะ ไม่ได้ตั้งใจ

  8. จริงๆเป็นคนไม่ชอบอ่านหนังสือ แต่ถ้าเล่มไหนโดนใจมากๆผมก็ไม่พลาดเหมือนกัน กำลังคิดว่าจะไปเดิน แต่..ไม่มีเพื่อนไป อิอิ

  9. ขอบคุณ คุญแพท ครับ ถ้าอย่างนั้นเปลี่ยนใจแล้วครับ คงต้องหาธีมใหม่แล้ว ไม่ค่อยมีความรู้เรื่องโค๊ดเท่าไหร่

    สำหรับงานสัปดาห์หนังสือ ผมเคยไปที่เค้าจัดครั้งแรกๆ เลย ประมาณปี 44 (หรือเปล่า) หลังจากนั้นก็ไปเกือบทุกครั้ง แต่สองสามปีมานี้ผมไม่เคยไปอีกเลย ไม่ค่อยได้อยู่ กทม. ด้วยน่ะครับ

  10. พักหลังๆนี้ผมไม่ค่อยชอบไปงานหนังสือ ล่าสุดไปเมื่อปีที่แล้ว ก่อนหน้านี้ไม่ได้ไปเป็นสิบปี

    ที่ไปเมื่อปีที่แล้วเพราะลูกสาวอยากไป แต่เขาเดินดูหนังสือกับแม่เขา ส่วนผมก็แวะคุยกับคนรู้จักในวงการที่มาออกร้าน ซึ่งไม่ได้เจอเป็นหลายๆปีเหมือนกัน

    ผมไม่ชอบซื้อหนังสือที่งานขายหนังสือเพราะคนมาก แย่งกัน ไม่ได้ดูละเอียด

    การซื้อหนังสือสำหรับผมนั้น ต้องมีเวลาเปิดดู สำรวจภายในภายนอก สัมผัส พุดคุยกับหนังสือ (สำรวจเนื้อหาคร่าวๆ) จึงชอบซื้อที่ร้านหนังสือมากกว่า

    ร้านที่ผมชอบก็เป็นร้านที่พนักงานต้องไม่มาวุ่นวาย คอยสอดส่องชำเลืองมอง หรือพูดทำนอง หาไม่เจอก็สอบถามได้นะคะ/นะครับ ซึ่งไม่จำเป็นต้องพูดเลย ถ้าหาไม่เจอก็ต้องถามอยู่แล้ว

    เรื่องล่าสุดที่อ่านจบเมื่อวันก่อนคือ เศรษฐวิบัติ ของ พอล ครุกแมน พูดถึงวิกฤตเศรษฐกิจปัจจุบัน ย้อนรอยไปถึง 2540 ปีที่ต้มยำกุ้งมีแต่พริก แสบท้องไปทั้งเอเชีย

    ผมก็เหมือนคุณ Pat แหละครับตอนนี้ ไม่ซื้อหนังสือมาเก็บไว้เพื่อจะอ่าน เพราะไม่ได้อ่าน ซื้อเฉพาะเล่มที่ต้องการอ่านเท่านั้น อ่านจบค่อยหาเล่มต่อไป

    เล่ามาเรื่อยเปื่อย ขอจบดื้อๆก่อนครับ สวัสดี

  11. ไม่นึกว่า บทความเก่าๆ จะได้รับความสนใจด้วยนะเนี่ย ขอบคุณคุณโกศลครับที่เข้ามาอ่านแถมยังคอมเมนต์อีก
    มาเล่าร่ายยาวให้อ่าน ชอบครับ แล้วมาอ่านและคอมเมนต์กันอีกบ่อยๆ นะครับ

LEAVE A REPLY