Mountain Walker | เดินเท้าก้าวเก้าภูเขา

เชื่อว่า หลายคนคงได้อ่านบทความ “เที่ยวภูสอยดาว” ทั้งแปดตอนของผมแล้วใช่มั้ยครับ คิดว่าคงชื่นชอบกันบ้างไม่มากก็น้อย เท่าที่อ่านจากคอมเมนต์ดูเหมือนจะชอบกันเสียเป็นส่วนใหญ่ มันน่าตื้นตันใจจริงๆ ที่มีคนชอบบทความท่องเที่ยวประกอบรูปภาพที่ถ่ายมาเองกับมือแบบนี้
ผมเป็นคนชอบท่องเที่ยว ทว่ากลับไม่ค่อยมีโอกาสได้เที่ยวท่องมากพอ ที่จะเอามาเขียนเป็นบล็อกท่องเที่ยวได้ เที่ยวทีนึง ก็เอามาเขียนเสียเ็ป็นล่ำเป็นสัน อ่านกันเป็นอาทิตย์ยังไม่จบ
มีที่มาอ้างอิงถึงอยู่แหล่งหนึ่ง ที่ผมอยากจะกล่าวถึงครับ นั่นคือ ก่อนที่ผมจะไปเที่ยวภูสอยดาวในครั้งนี้ ผมหยิบหนังสือเล่มหนึ่งขึ้นมาจาก B2S ใกล้บ้าน ใกล้ๆ ฤดูกาลท่องเที่ยวของผม ผมมักจะซื้อหนังสือประเภทนี้มาอ่านเพื่อเตรียมตัวเดินทางอยู่บ่อยๆ แต่หนนี้ ออกจะเป็นหนังสือท่องเที่ยวค่อนข้างน่าสนใจอยู่สักหน่อย
“Mountain Walker เดินเท้าก้าวเก้าภูเขา” ของ อำนวยพร บุญจำรัส

เก็บตก งานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 12

งานหนังสือทีไรนี่ได้เวลาร่ำลาเงินในกระเป๋าทุกทีเลยสิครับ ครั้งนี้ ตั้งใจว่าจะซื้อน้อยที่สุด เพราะว่า ครั้งก่อนๆ ซื้อมาแล้วไม่ค่อยจะมีเวลาอ่าน ทำให้ตอนนี้ ยังไม่อ่านไม่จบอีกหลายเล่ม บางเล่ม อ่านแล้วก็ไม่ชอบ (ซะงั้น) ทำให้เรารู้ว่า หนังสือไทย หาเล่มที่เขียนดีเขียนน่าสนใจนั้นยากพอดู แม้แต่นักเขียนที่ใครๆ ชื่นชมว่าเก่ง ก็อาจเขียนไม่ถูกใจเราได้ ผมก็เลยได้คิดว่า ไม่จำเป็นต้องซื้อให้มากมาย ไม่จำเป็นต้องไปซื้อตามที่คนอื่นเขาแนะนำว่าดี …
ซื้อเฉพาะที่เราอยากได้อยากอ่านก็พอ
ครั้งนี้ ผมก็เลยไปงาน มหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 12 โดยไม่มีรายชื่อหนังสือในหัว(อีกตามเคย) อาจจะนึกๆ ไว้สักเล่มสองเล่ม อย่างน้อยพอให้มีจุดหมายในการค้นหาบ้าง หลังจากเสร็จภารกิจ ผมก็เดินทางไปถึงงานทันทีในวันเสาร์ที่ผ่านมาครับ

Happy คนพลิกแบรนด์ แบรนด์พลิกคน

ว่าจะเขียนถึงมาหลายวันแล้ว หลังจากอ่านหนังสือเล่มนี้จบลง แต่ก็ยังไม่ได้โอกาสเหมาะที่จะนั่งลงเขียนสักที มาวันนี้ ก็คิดว่า ถึงเวลาแล้วละ ที่จะต้องเขียนถึงเสียที กับหนังสือแนวประวัติชีวิต+การตลาดแบบนี้
“Happy คนพลิกแบรนด์ แบรนด์พลิกคน”

เรื่องราวที่ถ่ายทอดมาจากเหตุการณ์จริงในบริษัทเครือข่ายมือถือยักษ์ 1 ใน 3 ของประเทศ TAC ตั้งแต่ช่วงตกต่ำด้วยพิษเศรษฐกิจ การเข้ามาของเครือข่ายมือถือต่างชาติยักษ์ใหญ่อย่าง Orange จนต้องให้ Telenor ยักษ์ใหญ่โทรคมนาคมจากนอร์เวย์มากอบกู้บริษัท นำพาให้กลายเป็นบริษัทที่มี 2 CEO ปรับตัวยกใหญ่ กลายเป็น DTAC สร้างแบรนด์ใหม่ด้วยการฉีกแนวความคิดแบบเดิมออกไปนอกกรอบ อย่าง Happy จนกลายมาเป็นกำลังและรายได้หลักให้กับบริษัทในปัจจุบัน

เมื่อ “คนดนตรี” หันมาเขียนหนังสือ

เดี๋ยวนี้ หนังสือก็ยังคงเป็นสิ่งที่คนไทยส่วนใหญ่ไม่ใส่ใจจะอ่านอยู่เช่นเคยแหละครับ ถึงแม้ว่า คนไทยไปเบียดเสียดกันในงานหนังสือทุกปีก็ตาม แต่คนที่ไปร้านหนังสือส่วนใหญ่ ก็คงคงออกันอยู่แค่โซนนิตยสารอยู่ดี เมื่อเดินทางบนรถไฟฟ้าก็ยังพบว่า มีเพียง 1 - 2 คนเท่านั้นที่หยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน (บางที 1 ในนั้นเป็นชาวต่างประเทศซะอีกครับ)
หนังสือเริ่มจะกลายพันธุ์ไปอยู่บนสื่ออิเล็กทรอนิกส์กันในไม่ช้า แต่ผมว่า หนังสือที่ด้วยกระดาษแบบเดิมๆ นี่แหละโดนใจดี ถือไปไหนก็ได้ ไม่ต้องพึ่งพากระแสไฟฟ้ามาหล่อเลี้ยง ผมก็อ่านมันได้ จริงมั้ยครับ

เรามาเข้าเรื่องที่ผมจะเขียนถึงวันนี้กันดีกว่าครับ วันนี้ ผมจะหยิบยกเอาคนดนตรีที่ผมรู้จักมักจี่ในวงการดนตรี แต่วันนี้ เขาหันมาหยิบจับงานเขียนกันดูบ้าง เริ่มกันที่ พี่บอย ตรัย ภูมิรัตน ที่เพิ่งมีงานเขียนของตัวเองไปเมื่อสิ้นปีที่แล้ว เหอๆ เหมือนจะไม่นานเลยใช่ไหมครับ

แล้ว Miyuki ก็จบลง

ในที่สุด Miyuki ทั้ง 5 เล่มก็ถูกผมอ่านจนจบ เห็นใครบอกว่า อ. อาดาจิ มักจบแบบทำร้ายใจคนอ่าน แต่ผมว่าไม่นะ Miyuki จบแบบที่ผมอยากให้เป็นพอดีเลย แต่ก่อนจบนี่สิ ทำร้ายจิตใจกันน่าดูเหมือนกัน เพราะเหมือนกับว่า เนื้อเรื่องจะพาคนอ่านใจแป้วไปเสียแล้วด้วยคิดว่า มันจะไปจบอีกแบบหนึ่ง
แต่ที่ไหน ในที่สุด มันก็จบอย่างที่เราอยากให้เป็น
ทำไงได้ คนอ่านการ์ตูน คนดูหนัง ก็มักจะสมมติตัวเองเป็นพระเอหรือนางเอก อินสุดๆ ละครับ แม้จะไม่ตั้งใจ แต่คนเรา อ่านมาเป็นพันๆ หน้า มันก็ต้องอินมั่งละนะ