SHARE

วันวานที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้ไปงานน่าสนใจมางานหนึ่งครับ งานนี้ รวบรวมเอาคนในวงการไอที และวงการต่างๆ ไว้มากมายพอสมควรทีเดียว พร้อมกับคอนเซ็ปต์งานที่ค่อนข้างโดดเด่นจนน่าจะแตกย่อยไปได้อีกมาก ไม่ได้เกี่ยวกับไอทีหรือเทคโนโลยีเป็นการเฉพาะ แต่เน้นไปที่เรื่องของการเป็นแรงบันดาลใจเสียมากกว่า

Ignite Bangkok

ทุกคนมีความฝัน แต่บางคนทำมันให้เป็นจริงแล้ว พวกเขาจึงมาเป็น Igniters

ครับงานนี้ คือ Ignite Bangkok นั่นเอง

งานนี้ จัดโดยทีมงานหลักๆ ก็จะเป็น Kapook ร่วมด้วย THNIC พ่วงมาด้วยทีมงานจากหลากหลายสำนัก ต้นตอนั้นมาจากงาน Ignite Global ที่จัดขึ้นในเมืองนอกมีหลายครั้ง จนในที่สุด มันก็เกิดขึ้นในเมืองไทยเป็นครั้งแรก งานมีสองวันครับสำหรับเมืองไทย คือ 3-4 มีนาคม 2553 แต่ผมติดธุระในวันแรก จึงไปได้ในวันที่สองเพียงวันเดียว

Ignite เป็นงานที่จัดขึ้นเพื่อให้ผู้คนจากสารพัดวงการมานำเสนอความคิดที่สร้างสรรค์ จุดประกายไอเดียใหม่ๆ หรือเล่าเรื่องราวที่จะทำให้เกิดแรงบันดาลใจแก่ผู้ฟัง ผ่านการเล่าเรื่องในรูปแบบต่างๆ ที่แต่ละคนถนัด ในบรรยากาศแบบ เป็นกันเอง ซึ่งงานนี้ก็ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Pecha Kucha Nights นั่นเอง ทั้งนี้ Igniters (วิทยากร) แต่ละท่านจะมีเวลาพูดคนละ 5 นาที ผ่านสไลด์ 20 แผ่น โดยแต่ละแผ่นจะเปลี่ยนภายในเวลา 15 วินาที งาน Ignite นี้จัดครั้งแรก เมื่อปี 2006 ที่ Seattle จากนั้นงานนี้ก็กลายเป็นงานระดับโลกที่หลายๆ ประเทศนิยมจัดกัน ไม่ว่าจะเป็น Finland, France หรือ New York และอื่นๆ อีกมากมาย

งานจัดที่ TCDC ณ เอ็มโพเรียม เห็นว่าเริ่มลงทะเบียนเข้างานกันตั้งแต่ 17.30 น. และเหล่า Igniters เริ่มไล่เรียงขึ้นมาพูดกันตั้งแต่ 18.30 น. แต่กว่าผมกับ Igniter คนนึงในวันนี้จะไปถึง เวลาก็ล่วงไปราวทุ่มเศษแล้ว แถมยังกินข้าวกินปลากันแถวฟู้ดคอร์ตอีกต่างหาก ไปถึงงานจึงพบว่า วันนี้ มีเรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจมากมายให้เราฟังกันเพียบเชียว

ไม่ว่าจะเป็น…

เคววิน หว่อง กับ เรื่อง “what i had learnt at doi tung” กับสไลด์ที่เต็มไปด้วยภาพ และตัวหนังสือใหญ่ สั้นและได้ใจความ

ดร.เขียนศักดิ์ แสงเกลี้ยง กับเรื่อง “Art in A(i)rchitecture” สถาปนิก เป็นงานของผู้มีความสร้างสรรค์ หลายๆ งานของคนๆ นี้ เล่นเอาอึ้งกันไปทั้งห้องเลย เช่นการออกแบบในคอนเซ็ปต์ Air นี่ยังน่าจะต้องมีเรื่องน้ำด้วยนะเนี่ย

วิทย์ สุขศิลป์ชัย กับเรื่อง “ความสนุกของงานออกแบบเสียง (sound design)” น่าสนใจตรงที่นำเรื่องราวเบื้องหลังของหนัง ที่ต้องประกอบด้วยเสียงครึ่ง และภาพเคลื่อนไหวอีกครึ่ง เน้นไปที่เทคนิคของการเก็บเสียง Ambience เป็นศาสตร์ที่น่าสนใจ และดูผู้พูดก็จะชื่นชอบในศาสตร์ด้านนี้เอามากๆ ทีเดียว

ไพฑูรย์ ยอดรัก กับเรื่อง “ความฝันบนความจริง” ความฝันของคนอยากทำหนัง ที่สร้างหนังของคนมีฝันอีกคน โหน่ง วงศ์ทนง แห่ง a day

กระทิง พูนผล กับเรื่อง “Societal transformation via entrepreneurship, technology, and innovation” ประสบการณ์การทำงานใน Silicon Valley และยังคงมีพลังสร้างสรรค์ไม่หยุดหย่อนจบจวนปัจจุบัน

Ignite Bangkok

พลอย มัลลิกะมาส กับเรื่อง “มนุษย์..เดินทางไปไหน” ผู้หญิงนักเดินทางที่ชอบถ่ายภาพเท้าตัวเอง มีคำพูดโดนมากมาย สำหรับผมก็คงจะเป็น “มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวที่เดินทางเพื่อการท่องเที่ยว” ประสบการณ์ดีๆ ที่คนรักเที่ยวน่าจะรู้สึกร่วมกัน

ชิตพงษ์ วุทธานันท์ กับเรื่อง “ตามหาแชงกรีลา” หนุ่มน้อยผู้ไม่เคยรู้อะไรเลยเกี่ยวกับแชงกรีลา ได้แรงบันดาลจากการได้ดู National Geographic แล้วออกเดินทางตามฝันกับเพื่อนกลุ่มหนึ่ง ได้พบประสบการณ์ใหม่ๆ ด้วยเงินเพียงหมื่นเจ็ด พูดจนหลายคนเพ้ออยากเดินตามรอยเขา

สุภาภรณ์ ผดุงสวัสดิ์ กับเรื่อง “Travel is poetry” ผู้หญิงอีกคนที่รักการเดินทาง น่าประทับใจตรงที่เธอเดินทางไปพม่าด้วยตัวคนเดียว และเดินทางอย่างคนเดินทางจริงๆ ไม่ใช่นักท่องเที่ยวทั่วไป

จากงาน Ignite Bangkok ครั้งแรกนี้ มันทำให้ผมคิดได้อย่างหนึ่งว่า

พบว่า คนที่พูดโดยไม่ได้ขายอะไร สร้างความประทับใจให้กับผู้ฟังได้มากกว่านะ

ขอบคุณที่ทำให้เกิดงานดีๆ แบบนี้ : Ignite Bangkok

PatSonic Blog Comment

10 COMMENTS

  1. “ชิตพงษ์ วุทธานันท์ กับเรื่อง “ตามหาแชงกรีลา” หนุ่มน้อยผู้ไม่เคยรู้อะไรเลยเกี่ยวกับแชงกรีลา …” >> หนุ่มน้อยจริงอะ อิอิ

  2. “คนที่พูดโดยไม่ได้ขายอะไร สร้างความประทับใจให้กับผู้ฟังได้มากกว่านะ”

    โดนนนน !! เบื่อมากเวลาที่ไปงานสัมนา แล้วจะไม่ได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอัน มีแต่โฆษณา(อย่าเรียกว่า “แฝง” เลย) ตลอด !!

  3. 555 ผมก็ไปวันเดียวกันกับคุณ Pat และแน่ใจว่าที่คุณ Pat บอกว่า คุ้นๆ หน้า คงจะที่งาน Ignite เพระาผมยืนหัวเหม่งอยู่ตรงประตูทางเข้าเลย

LEAVE A REPLY