SHARE

ในช่วงเวลาของความมืดหม่นและแตกแยะ บ้านเมืองตกอยู่ภายใต้ควันที่คุกรุ่นอยู่เหนือเปลวไฟ ผู้คนต่างมีดีกรีความเครียดพุ่งขึ้นสูง สติเท่านั้นที่พาให้เราเอาตัวรอดจาก “ความบ้า” มาได้ หลังเหตุการณ์นั้น หลายคนเริ่มคิดที่จะทำให้บ้านเมืองที่ตนอยู่ กลับมาสงบสุขอีกครั้ง โดยไม่ลืมบาดแผลที่ต่างร่วมกันผ่าน

งาน Ignite Thailand ถือเป็นอีกงานหนึ่งที่ผุดขึ้นมาในท่ามกลางสภาพบ้านเมืองเช่นนี้ ชวนคนทุกบ้านมาคิดบวก เพื่อเปลี่ยนเป็นพลังสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับประเทศบ้านที่เป็นที่เกิด เมืองที่เป็นที่นอนที่พักที่อาศัย และผมก็ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงานนี้ ไปร่วมงานแม้จะไม่ได้เป็นคนเด่นคนดังอะไร

งานนี้ จัดต่อเนื่องมาจากงาน Ignite Bangkok ที่ครั้งนั้นจัดที่ TCDC แต่ครั้งนี้เปลี่ยนมาจัด ณ สถานที่ๆ ใหญ่กว่าอย่าง “ลุมพินีสถาน” (Lumpini Hall) สวนลุมพินี

ผมเดินทางไปงานตั้งแต่หกโมงเย็นเพื่อที่จะไปให้ทันงาน แต่ก็รู้ว่ามันคงไม่ทันเวลา ขณะเดินทาง @nuishow ก็ขึ้นเวทีไปเรียบร้อย แต่ก็ถึงลุมพินีสถานทันเวลาที่เขาเปิดให้ลงทะเบียน

ข่าวว่า ปีนี้ มีการจัดงานนี้ไปในจังหวัดใหญ่ๆ ของประเทศ แต่ที่เรามาร่วมงานกันวันนี้ ก็คือ Ignite Thailand ในกรุงเทพฯ นั่นเอง

งานเริ่มที่การฉายภาพยนตร์โฆษณาที่โดนใจคนที่ไปร่วมงาน ด้วยภาพและเสียงอันน่าเศร้าใจของบ้านเมืองที่เพิ่งเกิดขึ้นและผ่านพ้นไป ก่อนจะเริ่มที่การแสดงสดของศิลปิน “จุ๋ยจุ๋ยส์” จาก Sony Music ที่ขนเอาเพลงเนื้อหาบวกๆ โดยเฉพาะเพลงเชียร์ฟุตบอลมาร้องให้ดูกันสดๆ ด้วย

เริ่มที่หัวเรี่ยวหัวแรงในการจัดงาน คุณเอ๋อ ปรเมศวร์ มินศิริ ที่เริ่มต้นเป็นคนแรก พูดถึงที่มาที่ไปของงาน Ignite Thailand ครั้งนี้ คอนเซ็ปต์ของงานก็คือการที่ให้ผู้พูด ซึ่งจะเรียกว่า Igniter ขึ้นมาพูด พร้อมฉายสไลด์ที่จะมีความยาว 20 สไลด์ภายในเวลา 5 นาที ทุกคนมีเวลาเท่ากันแต่เนื้อหาเท่านั้นที่แตกต่างกันออกไป ดั่งการสาธิตการพูดในแบบ Ignite อย่างไรอย่างนั้น หัวข้อทั้งหมดในวันนี้ จะเป็นธีมเดียวกัน คือ เรื่องของการคิดบวก พี่เอ๋อเริ่มต้นด้วยการยกตัวอย่างครอบครัวหนึ่งที่ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค แม้จะยากจน แต่ก็หาทางรวบรวมเงินจนสามารถรักษาหูของน้องคนหนึ่งจนหาย แล้วต่อจากนั้น ก็ถึงคิวของ Igniter แต่ละท่านจะขึ้นพูดบ้าง

ช่วงที่ 1

ท่านเจ้าคุณพระศรี ญาณโสภณ (ปิยโสภณ) : พลังบวกสร้างชาติ
เราจะคืนกำไร ให้แผ่นดินได้อย่างไร มิใช่แต่จะทำกำไรจากแผ่นดิน – ประโยคที่ยังติดอยู่ในหัว เรามาคิดกันแบบนี้แล้วทำเพื่อชาติกันเถอะ

คุณศิระ สัจจินานนท์ : No color – Truth has no color
เว็บไซต์ NoColor.ORG ไม่แบ่งแยก ไม่แบ่งสี ค้นหาความจริง แยกแยะเหตุผลโดยไม่เข้าข้างฝ่ายใด

คุณรวิทัต ภู่หลำ : Positive Thinking in the Petsitive World
ไอ้ชั่ว ไอ้เชี่ย ไอ้เหี้ย – I Sure, I Cheer, I Hear เปลี่ยนความคิดจากมุมมองด้านลบ มาเป็นมุมมองด้านบวก ด้วยตัวอย่างที่เข้าใจง่าย พร้อมแคแรคเตอร์สุดยิด อย่าง Petdo ที่หลายคนรู้จักกันดี

คุณนที สรวารี : Just See Him ….. To FRIENDS
ประสบการณ์จิตอาสาช่วยเหลือคนที่สนามหลวง ก่อนที่พวกเขาจะเปลี่ยนจากผู้รับกลายเป็นผู้ให้ในเวลาต่อมา

ผศ.ดร.สุชนา ชวนิชย์ : แอนตาร์กติก
อาจารย์ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล ที่บอกเล่าถึงประสบการณ์การทำงาน ณ ดินแดนหนาวสุดขั้วโลกใต้

คุณภาวุธ พงษ์วิทยภานุ : 3 เทคนิคนำความสุขมากระแทกตัว – เทคนิคส่วนตัวที่ใช้แล้วได้ผล..!
อยู่กับปัจจุบัน, คิดบวก อย่าคิดมาก, พูดดี คำพูดสร้างพลัง นี่คือเทคนิคสามข้อเพื่อนำความสุขมาเข้าสู่ตัว

คุณชินวิทย์ โสดี : วัยรุ่นสายพันธุ์ใหม่ ใส่ใจจิตอาสา
Igniter ที่อายุน้อยที่สุดในงาน กับประสบการณ์จิตอาสา เล่นดนตรี เล่านิทาน เล่นเกม ทำอะไรก็ได้ที่ไม่ต้องหวังสิ่งตอบแทน สิ่งที่คืนกลับมาคือ ความสุข

คุณณัฐศักดิ์ ท้าวอุดม (ครูยุ) : ทำไมต้องสอนว่ายน้ำให้เด็กหูหนวก
จากนักกีฬาว่ายน้ำที่เคยเป็นเด็กพิเศษ เลือกจะสอนว่ายให้กับเด็กหูหนวกและเด็กพิเศษ อีกหนึ่ง session ที่ได้เสียงปรบมือและคำชื่นชมมากมาย

คุณปรัชญา สิงห์โต : ว่าด้วยเรื่องของ อ๊อด อ๊อด
นินทางเพื่อนผู้มีนิสัยลดความสุขของผู้อื่น คนๆ นั้นอาจอยู่ใกล้ตัวคุณ หรืออาจจะเป็นคุณเองก็ได้นะ (เข้าตัวเลยนะนี่)

คุณพิทยากร ลีลาภัทร์ : เครื่องบินหลากสี
เครื่องบิน ที่ถูกแยกแยะองค์ประกอบ และมองมันอย่างองค์รวม เป็นระบบและมีหลายมุมมอง มองชีวิตดังเครื่องบิน จากวันเชิดหัวขึ้น จนวันแลนดิ้ง

คุณสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม : สิ่งที่เห็นไม่ใช่สิ่งที่เป็น
ไฮโดรเจน ติดไฟ ออกซิเจน ช่วยให้ไฟติด เมื่อรวมกันจนกลายเป็นน้ำ มันคือสิ่งที่ใช้ดับไฟ

ช่วงที่ 2

คุณณัฐวัฒน์ ชั้นอินทร์งาม : ท้องถิ่นกับการพัฒนาแนวใหม่
ผู้นำองค์กรท้องถิ่น ที่พัฒนาท้องถิ่นเพื่อความยั่งยืนรอบด้าน เปลี่ยนเมืองไทยเริ่มจุดที่ตัวเองยืนอยู่ก่อน

คุณรณพงศ์ คำนวณทิพย์ : Twitter For Thailand (#TWT4TH)
@rockdaworld หนึ่งในผู้ผลักดันโครงการดีๆ อย่าง Twitter For Thailand

คุณรัฐ จำปามูล : แอนิเมชั่นส่งผ่านกำลังใจ
ผู้ริเริ่มการทำแอนิเมชั่นแบบ Opensource และผู้สร้าง Sunset Love Song (เพลงพระอาทิตย์) แอนิเมชั่นเสริมกำลังใจ ตั้งแต่ต้นยันจบ ชื่นชมในความสามารถ และหัวใจ

นพ.จอม ชุมช่วย : สร้างเสริมพลังบวกให้ลูกรัก
เจ้าของ มีรักคลินิก บอกเล่าเรื่องราวการเสริมพลังบวกให้กับลูกตนเอง ด้วยลีลาการเล่าที่น่าติดตาม

คุณสราวุธ เฮ้งสวัสดิ์ (นิ้วกลม) : ความงามใต้หัวนมซ้าย
นักคิด นักเขียน ที่เลือกใช้วิธีการอ่านกลอนแทนการพูด ประกอบพรีเซ็นเตชั่นแบบ minimal สุดๆ

ดร.สรณรัชฎ์ กาญจนะวณิชย์ : ไลเคนดีด้วยวิถีจักรยาน
พวกเราอยู่ได้ ถ้าไลเคนอยู่ได้ สิ่งมีชีวิตที่เกิดจากราและสาหร่าย ที่ปริมาณและการมีอยู่มันสัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตของมนุษย์อย่างเรา สุดท้าย ความหวังว่าพวกเราจะกลับไปอยู่อย่าง simple เป็นสิ่งที่ผมก็หวังจะให้เกิดขึ้นเช่นกัน

คุณดนัย จันทร์เจ้าฉาย : ดีที่ได้ทำ
อีกหนึ่งรูปแบบการคิด จิตอาสาแบบที่ไม่หวังสิ่งตอบแทน “ดีที่ได้ทำ” ประโยคสั้นๆ ที่แทนได้ทุกสิ่งที่คุณดนัยพูดมา น่าชื่นชมจนต้องปรบมือให้อย่างยาวนาน

รศ.ดร.ปาริชาต สถาปิตานนท์ : เปลี่ยนโลก เริ่มต้นจากแปลงตัวตน
ยกตัวอย่าง หนูที่ทนทุรนทุรายจากยาเบื่อ และชักชวนเราทุกคนมาเปลี่ยนความ เปลี่ยนตัวตน นึกถึงภาพดีๆ ของวัน ก่อนจะหลับตา

คุณทรงกลด บางยี่ขัน : สิ่งที่ไม่ควรลืม
การพรีเซ็นต์ที่ไม่เหมือนใคร ไม่มีเสียงพูด มีเพียงตัวอักษรที่ให้เราต้องอ่าน เรื่องราวในวันวานที่เป็นวัยรุ่นคนหนึ่ง ไม่มีอำนาจเปลี่ยนแปลงอะไรได้ แต่จงไม่ลืมมัน วันหนึ่งคุณจะมีอำนาจพอจะเปลี่ยนแปลงอะไร คุณต้องไม่ลืมมัน… ทรงพลัง

คุณขัตติยา สวัสดิผล : การเมืองในครอบครัว
ลูกสาวของเสธ.แดง ผู้ล่วงลับ ผู้ที่หลายคนเกลียด แต่เธอบอกว่าไม่มีการเมืองภายในครอบครัว การยืนหยัดเข้มแข็งในวันที่ไม่เหลือคนข้างกายและใจ ที่อาจถึงขั้นเปลี่ยนทัศนคคิของหลายคนในงานไปตลอดกาล

——————————————-

งานดีๆ งานนี้ สนับสนุนโดย สสส., เครือข่ายพลังบวก และผู้ร่วมสนับสนุนอีกมากมาย ขอบคุณทุกคนที่ได้พบและเจอะเจอในค่ำคืนวันนั้น ขอบคุณทุกคนที่ร่วมกันจัดงานดีๆ นี้ขึ้นมา ขอบคุณ Igniter ทุกคนที่ร่วมกันสร้างพลังบวกให้เฟื่องฟูตามลุมพินีสถาน และขอบคุณตัวเองที่ได้ไปยืน นั่ง เดิน อยู่ในงานวันนั้น

ขอพลังบวกจงอยู่กับคุณ…

——————————————-

สุดท้าย ขอแชร์ภาพยนตร์โฆษณา “ขอโทษประเทศไทย” ที่ได้รับการนำมาฉายในงานก่อนที่ใด แต่สุดท้ายถูกแบนไม่ได้รับการออกอากาศ

ขอโทษประเทศไทย โฆษณาที่โดนแบน

PatSonic Blog Comment

6 COMMENTS

  1. ไม่ได้ไปเหมือนกัน แต่ถ้ามีท่าน ว.วชิรเมธี ไม่พลาดแน่นอน

  2. การเมืองของไทยไม่เกี่ยวกับการดำเนินชีวิตของชุมชนหรือประชาชน ในเมื่อเราร่วมกันพึงพากันมันสมองเรามากกว่าคนที่อยู่ในสภาอีก ร่วมกันสร้างปลูกจิตสำนึกพึงพาตนเองในชุมชน หลายชุมชนก็เป็นเมือง เรามีพื้นฐานของทรัพยากรมากพอ ที่จะอยู่อย่างพอเพียงอย่างชาญฉลาด แหล่งอาหารในแต่ละพื้นที่จะถ่ายโอนกันภายในประเทศ ทำให้เงินหมุนเวียนอยู่ในประเทศทุกคนมีงานทำไม่ต้องเดินทางไปรับจ้างที่อื่น แต่อย่างประเทศอื่นๆน้ำมันหมดก็อดตาย ประเทศไทยอุดมสมบูรณ์มากมาย ถ้าให้คนอื่นครอบครองโดยผู้มีอำนาจได้ผลประโยชน์เล็กน้อย จะทำให้คนส่วนมากอยู่ลำบากขึ้นแน่นอน ไม่ต้องบอกและยกตัวอย่างก็มีให้เห็นมากมายหลายเรื่อง สงสารลูกหลานว่าจะลำบากขนาดไหนเพราะตอนรุ่นเรานี้ยังลำบากขณะนี้ จากสามัญชนไม่คิดมากไม่บ่นมากแต่กำลังช่วยทำอยู่นี้แหละ เป็นคนดีที่กำลังจะเหนื่อยตายอยู่แล้วรู้ไหม

  3. เรียนหนังสือมา ไม่มีอาจารย์คนไหนสอนดีเท่า พ่อแม่ เลย เพราะอะไร พ่อแม่สอนทำให้เรามีจิตใจเอื้ออารี รับผิดชอบงาน สอนการบ้าน โดยส่วนใหญ่ใครที่จะโตได้จะต้องขึ้นอยู่กับพื้นฐานทางครอบครัวลูกเคารพพ่อแม่ แม่เป็นภรรยาที่ดี พ่อเป็นหัวหน้าครอบครัวที่สง่า โบราณว่าจะทะเลอะกันได้อย่างไรในเมื่อมีอาหารการกินอยู่อย่างสมบูรณ์ ถ้าประเทศไทยเป็นอย่างทุกวันนี้อีก 100 ปี ก็ยังมีรัฐประหารอย่างแน่นอน 1000% แล้วจะให้ลูกหลานเราไปวิ่งหลบลูกปืนทำไม

LEAVE A REPLY