ผลพวงจาก “การสะกดผิด” ของคนไทย
สืบเนื่องต่อมาจาก ตอนที่แล้ว คำที่ไม่ “น่า” ผิด ก็ผิดกันได้ทุกทีสิน่า ตอนนี้ ก็เลยมาว่ากันต่อ ด้วยผมยังรู้สึกว่า สิ่งที่เราพูดกันมายังไม่หมด ยังมีอีกมากมายเกี่ยวกับการเขียนคำไทยของคนไทยที่น่าเป็นห่วง และเราก็ยังพบเจออยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ยิ่งพบก็ยิ่งรู้สึกว่า มันชักวิกฤตหนักข้อขึ้นทุกทีแล้ว
น่ากลัวว่า สักวันหนึ่ง ที่คนพวกนี้เติบโตขึ้นด้วยการมองว่า ภาษาไทยมีกฎเกณฑ์ที่ยุ่งยาก และเห็นว่าควรปรับเปลี่ยนให้มันเขียนง่ายใช้ง่ายตามใจอยากของตน ภาษาไทยคงถูกตัดทอนจนไม่เหลือเสน่ห์ เพียงเพื่อจะได้ใช้ “ภาษาไทย” ในแบบที่ “เอาง่ายเข้าว่า” ใส่ใจเพียง “สื่อสารได้(จริงหรือ?)ก็พอ” โดยลืมไปว่าตนเองกำลัง “มักง่าย(ซะมากกว่า)” กับ “ภาษาของตนเอง”
เอาละ ลองมาดูกันเพิ่มเติมอีกซิ
ว่า มีกรณีไหนอีกบ้างที่คนไทยใช้ภาษาแบบ “มักง่าย” กันอีกบ้าง
01
“โคตร” มักถูกใช้กันอยู่บ่อยๆ เป็นคำที่จะว่าหยาบก็ได้ จะว่าไม่หยาบก็ได้ หลายเว็บเลือกที่จะให้มันเป็นคำหยาบ บางคนจึงเลี่ยงไปเขียน “โครต” อันเป็นวิธีสะกดที่ผิดและในที่สุด ก็กลายเป็นความเคยชิน…. (น่าเศร้า)
02
สืบเนื่องจากข้อเขียนคราวก่อน มีคนมาช่วยเสริมเรื่องการเขียนที่มักสับสนการสะกดอยู่เสมอๆ “ค่ะ” กับ “คะ” หลายครั้งที่ใช้สลับกันเสียอย่างนั้น คือ ออกเสียงกันตามที่ใช้งานกันจริงอะแหละ แต่พอสะกดกลับผิดซะงั้น -_-”
“ไปไหนมาคะ?” ตรงนี้ ควรจะเป็น “คะ” ซึ่งเป็นเสียงสูง
“สวัสดีค่ะ” ตรงนี้ ควรจะเป็น “ค่ะ” ซึ่งออกเสียงต่ำตามความนิยมอ่านที่ต้องบอกว่า “ตามความนิยมอ่าน” ก็เพราะจริงๆ แล้ว “ค่ะ” นั้น ถือว่าเป็นการใส่วรรณยุกต์ที่ผิด “ค” เมื่อเจอกับสระเสียงสั้น ไม่มีทางผันด้วยไม้เอกได้อย่างเด็ดขาด ตรงนี้ ลามไปถึงการใส่ไม้เอกบน “ล” และ “ว” อย่าง “ล่ะ” และ “ว่ะ” ด้วย
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากคอมเมนต์ด้านล่างละกันครับ
03
หลายทีหลายคน เห็นกันเป็นประจำ และน่ารำคาญมากๆ “ไม่” ถูกเขียนเป็น “มั่ย”
“ใน” ถูกเขียนเป็น “นัย”
“ใจ” ถูกเขียนเป็น “จัย”
การเขียนแบบนี้ ไม่ได้ช่วยให้คุณเขียนไวขึ้นหรือง่ายขึ้นแต่อย่างไร เขียนลำบาก อ่านก็ลำบาก สมองต้องประมวลผล 2 ขั้นโดยไม่จำเป็น ก็ไม่รู้ว่ามัน “เท่” ตรงไหนที่เขียนแบบนี้
04
ผมสังเกตว่า หลังๆ มานี่ เด็กไทยเขียนภาษาไทยไร้การ “เว้นวรรค” บ่อยครั้งเป็นอย่างยิ่ง พิมพ์ยาวเป็นพรืด ยิ่งมาเจอเบราเซอร์ที่ตัดคำไม่เก่งนี่ หน้าเว็บถูกดึงกระจาย การเขียนภาษาไทยของคนบ้านเราเข้าขั้นวิกฤตแล้วล่ะ
05
พอดีกว่ามั้ง เหนื่อย(ใจ)ละ
ทีนี้ มาคิดต่อ ว่าผลพวงจากการที่คนไทยเขียนภาษาไทยกันแบบนี้ มีสร้างปัญหายังไงต่อไปบ้าง
- เมื่อเราพิมพ์ข้อความเพื่อค้นหาตาม Search Engines ต่างๆ ถ้าเราพิมพ์สะกดถูกๆ บางทีก็หาไม่เจอ เมื่อไม่เจอก็ต้องคิดว่า คนอื่นเขาจะสะกดผิดๆ ยังไง จะได้หาเจอ คราวนี้ ทุกคนก็ต้องมีแพทเิทิร์นที่สับสนในหัว ตกลง อันไหนสะกดถูก สะกดผิดวะเนี่ย
- การเขียนคำไทย โดยไม่คำนึงถึงความถูกต้อง กำลังกัดกร่อนความแข็งแรงของภาษาตนเองอย่างช้าๆ วันหนึ่ง มันจะถูกกัดกร่อนอย่างเร็วมากขึ้น วันนั้น ภาษาไทยอาจไม่เหลือโครงสร้างอีกต่อไป ใครอยากจะใช้อย่างไรก็ใช้ กลายเป็นภาษาที่อ่อนแอ คล้ายภาษาที่เกิดใหม่ อยากเห็นวันนั้นกันไหมล่ะ
- การเขียนผิดกันเป็นปกติวิสัย ขยายวงไปทั่วทั้งชาติ ไม่มีใครรู้ว่า อะไรเขียนถูก อะไรเขียนผิดอีกต่อไป คิดดูแล้วกันว่า ความยุ่งยากในการสื่อสารจะเพิ่มขึ้นแค่ไหน การสะกดผิดๆ ปรากฏอยู่เต็มเอกสารสำคัญ แม้แต่กฎหมาย อาจก่อให้เกิดการตีความผิดๆ ตามความเข้าใจที่ไม่เหมือนกันของแต่ละคน ไม่สนุกเลยนะ วันนั้น
- ความน่าเป็นห่วงอีกอย่าง ก็คือสิ่งที่ผมเปรยไปข้างต้น ผมเกรงว่า วันนึง พอคนรุ่นใหม่โตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ อาจคิดเปลี่ยนรูปแบบและเอกลักษณ์ของภาษาไทยไปตามความ “มักง่าย” ของตนเอง (เหมือนที่สมัยหนึ่งรัฐบาลเคยปรับเปลี่ยนภาษาไทยมาแล้ว) การเปลี่ยนแปลงของภาษาไม่ใช่เรื่องที่แปลก เพราะตราบใดที่ยังเป็นภาษาเป็น ไม่ใช่ภาษาที่ตายแล้ว มันย่อมต้องเปลี่ยนแปลง แต่ควรจะค่อยเป็นค่อยไปตามสถานการณ์ หรือเปลี่ยนตามใจอยากกันล่ะครับ?
ผมอาจตระหนกมากไปเองก็ได้ แต่ใครจะรู้ บางข้อมันอาจเกิดขึ้นกับคุณแล้ว บางข้อ อาจจะเกิดขึ้นในไม่ช้าก็ได้
ภาษาไทยที่แข็งแรงมาหลายร้อยปี อาจถึงจุดเปลี่ยนอย่างที่ไม่อาจหวนกลับ รักษามันไว้ให้คงอยู่กับบ้านเมืองตลอดไปก็แล้วกัน
บ่นเหมือนคนแก่เลยเนอะ!



น้อยคนนะที่จะคิดถึงผลกระทบจากการง่ายเข้าว่า จนเป็นมักง่าย เหมือนที่คนตะก่อนเปรียบเปรยกับการทานอ้อย จะทานหวานก่อนหรือจืดก่อน