SHARE
วิจารณ์หนัง: Begin Again เพราะรักคือเพลงรัก | เพลงเพราะโดนใจ

นานๆ เราจะได้ดูหนังที่มี “เพลง” เป็นองค์ประกอบหลักในการดำเนินเรื่อง หากคุณเป็นคนหนึ่งที่เคยชื่นชอบหนักรักที่อบอุ่นด้วยเสียงเพลงเพราะๆ ทั้งเรื่องอย่าง ‘Once (2006)’ นี่คือผลงานจาก John Carney ผู้กำกับเจ้าเก่าคนเดิมที่ช่วงก่อนนี้ เขาดูห่างหายไปจากความทรงจำของเรา แม้ว่าจะมีงานอยู่ตลอด แต่นี่คือผลงานแรกที่ออกมาสู่สายตาคนไทยนับจาก Once เรื่องนั้น

Begin Again เพราะรักคือเพลงรัก

เรื่องราวของคนที่รักเสียงดนตรีที่มาเจอกันและร่วมเดินทางไปพร้อมๆ กัน ‘Begin Again เพราะรักคือเพลงรัก’ อาจจะดูเหมือนกับเป็น ‘Once’ ในอีกเวอร์ชั่นหนึ่งที่มีโปรดักชั่นดีกว่า เรื่องของการเดินทางไปในเมืองๆ หนึ่ง พัฒนาชิ้นงานเพลงพร้อมๆ กันไปกับพัฒนาการทางจิตใจของตัวละคร

เมื่อทางเดินของคนสองคนที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงแต่มีเส้นบางๆ ซ้อนทับกัน ต่างได้มาเจอกัน คนหนึ่ง คือผู้ชายที่หย่าร้างกับเมีย โปรดิวเซอร์ที่กำลังเป๋บนเส้นทางสายดนตรี เขาถูกหุ้นส่วนไล่ออกจากออฟฟิศตัวเองเหตุเพราะไม่เคยหาศิลปินหน้าใหม่เข้าสังกัดได้สักคน ชีวิตที่ดูซอมซ่อ กระดกแต่เหล้าเป็นประจำวัน

เขาคือ แดน (Mark Ruffalo)

อีกคนเป็นสาวสวยที่ดูไม่เป็นสุขนักกับชีวิตในเมืองใหญ่ แม้เธอจะมีความสามารถด้านแต่งและร้องเพลง แต่เธอดูจะไม่อยากแสดงมันออกสักเท่าไหร่ ถ้าไม่เพราะเพื่อนอ้วนที่ชักชวนเธอขึ้นไปร้องบนเวทีคืนนั้น เธอคงจะไม่ได้พบกับผู้ชายคนแรก

เธอคือ เกร็ตต้า (Keira Knightley)

พระเอกกำลังตกอับบ้านแตกโดนหุ้นส่วนไล่ ถังกำลังแตกได้ที่ จนมาเจอกับสาวสวยที่ขึ้นไปร้องเพลงแบบไม่เต็มใจ แต่นั่นคือจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยเพลงรักเพลงรักตลอดทั้งเรื่อง เมื่อเขาเริ่มเข้าไปทาบทามจะโปรดิวซ์งานเพลงให้เธอ และเมื่อทุกอย่างไม่เป็นไปอย่างที่คาด พวกเขาจึงเริ่มจะอัดเพลงกันเองด้วยสตูดิโอเคลื่อนที่ตามจุดต่างๆ ของเมือง และเมื่อคนเราคุ้นเคยกันมากขึ้น เรื่องอะไรที่เก็บซ่อนไว้ก็จะถูกเผยออกมา..และบอกเล่าต่อกัน

Keira Knightley – Lost Stars (Begin Again Soundtrack)

‘Begin Again’ มีชื่อที่ใช้แตกต่างกันไปในบางประเทศ บ้างก็ใช้ชื่อว่า ‘Can A Song Save Your Life?’ บ้างก็ใช้ว่า ‘New York Melody’ แต่ในไทย มันมีชื่อว่า ‘Begin Again เพราะรักคือเพลงรัก’

รายรอบตัวละครทั้งสองตัวที่เข้ามาร่วมสร้างเรื่องราวให้เกิดขึ้น คงไม่พูดถึงคนเหล่านั้นมากนัก เอาแค่การแสดงของเคียร่า ไนต์ลี่ย์ ที่ร้องเพลงได้เพราะแบบนี้ก็ทำให้อึ้งแล้ว ว่าเธอก็มีความสามารถตรงนี้อยู่ด้วย ความสวยในแบบของเธอ บวกกับท่าที่การจับกีตาร์ ทำให้คนดูเชื่อได้ไม่ยากว่าเธอเป็นนักดนตรี ขณะที่มาร์ค รัฟฟาโล่ ก็สวมบทบาทโปรดิวเซอร์ขี้เหล้าได้เข้าที ทั้งสองคนต่างทำให้เรื่องราวในหนังดูจริงดูน่าเชื่อถือแม้มันจะดูพาฝันไปบ้าง แต่เราก็พร้อมจะเชื่อ หวั่นไหว และคล้อยตามในสิ่งพวกเขาได้เจอ

หนังไม่ได้มีตัวละครแค่สองตัว มันยังมีทั้ง แฟนหนุ่มของเกร็ตต้า เขาคือ เดฟ โคห์ล (Adam Levine นักร้องนำวง Maroon 5) ผู้กำลังจะได้เป็นศิลปิน, สตีฟ เพื่อนสนิทของเกร็ตต้า, ภรรยาและไวโอเล็ต (Hailee Steinfeld) ลูกสาวคนสวยของแดนที่น่ารักเซ็กซี่และขาวโดนใจจริงๆ

Begin Again - Poster เวอร์ชั่นไทย Begin Again - Poster เวอร์ชั่นอังกฤษ

ผลงานที่ดูมีความใกล้เคียงกับ ‘Once’ ที่ผู้กำกับคนนี้เคยสร้างความประทับใจเอาไว้ แต่ด้วยการถ่ายทำที่สมบูรณ์กว่า ความดิบและคลาสสิกจึงดูน้อยกว่า เรื่องราวที่เล่าแบบง่ายๆ ไม่เร้าอารมณ์อะไรนัก ปล่อยให้มันเป็นแบบธรรมชาติ มันจึงยังดูจริงมากพอจะทำให้เรารู้สึกร่วมไป ใครจะมองว่าหนังเรื่องนี้ยังมีช่องโหว่ แต่ผมไม่เห็นอะไรตรงนั้น โดยรวมแล้ว นี่คือหนังฟีลกู้ดเพลงเพราะและนักแสดงมีเสน่ห์ ดูแล้วอิ่มและมีความสุข บอกได้เท่านั้นแหละ

เชื่อว่าหลายคนที่ไปดู ‘Begin Again’ กลับมาแล้ว ต้องหาอัลบั้มเพลงประกอบหนังเรื่องนี้มาฟังเป็นแน่ เพราะว่าทุกเพลงในนั้นมันเพราะจริงๆ แถมเนื้อหาของมันยังล้อไปเรื่องราวอีกด้วย ก่อนเข้าไปดู ผมชอบ ‘Lost Stars’ มากๆ แต่พอเข้าไปดูแล้ว ก็พบว่ายังมีอีกหลายเพลง โดยเฉพาะ ‘Tell Me If You Wanna Go Home’ ที่จะเป็นอีกเพลงที่เพราะคุณต้องชอบ เวอร์ชั่นในหนังนั่นเพราะมาก

ลองไปฟังในหนังเอาเองนะครับ

—————————-

PatScore PatScore: 4.5/5

ชื่อภาพยนตร์: Begin Again / เพราะรักคือเพลงรัก
ผู้กำกับภาพยนตร์: John Carney
ผู้เขียนบทภาพยนตร์: John Carney
นักแสดงนำ: Keira Knightley, Mark Ruffalo, Adam Levine, James Corden, Hailee Steinfeld, Catherine Keener, CeeLo Green
แนว/ประเภท: Comedy, Drama, Music, Romance
ความยาว: 104 นาที
เรท: ไทย/ , USA/R
วันเข้าฉายในประเทศไทย: 3 กรกฎาคม 2557
ผู้ผลิต/ผู้จัดจำหน่าย/สตูดิโอ: Exclusive Media Group, Sycamore Pictures, Apatow Productions, The Weinstein Company, M Pictures

PatSonic Blog Comment

LEAVE A REPLY