2-3 วันก่อนที่ผมจะได้ไปดู “District 9″ ในโรง ผมพบกับข้อความบอกไว้ใน twitter ด้วยความเห็นที่แตกต่างกันไป บ้างก็ว่าดี บ้างก็ว่าชอบ บ้างก็ผิดหวัง แต่จุดหนึ่งที่ทำให้ผมเข้าใจว่าจะไปเจออะไรก็คือ การที่มีคนบอกว่า มันเป็นหนังสิทธิมนุษย(ด่างดาว)ชน ซึ่งนั่นทำให้ผมเข้าใจว่า จะได้เจออะไรที่ต่างไปจากความคาดหวังที่เกิดหลังการได้ดูตัวอย่างหนัง

District 9 – Official Trailer 2 [HD]

ตัวอย่างหนังอาจจะทำให้เรารู้สึกว่านี่คือหนังแอ็คชั่นอลังการ ที่มีพล็อตค่อนข้างแตกต่างไปจากที่เคยดู แต่ความจริงที่เห็นในโรงนั้นมันไม่ใช่ District 9 มีลักษณะการดำเนินเรื่องในลักษณะของหนังสารคดีมากกว่าจะเป็นหนังแอ็คชั่น

ชื่อของ Peter Jackson คนทำหนังโนเนมที่โผล่ขึ้นมาทำหนังระดับอภิมหากาพย์อย่าง “Lord of the Rings” ทำให้หลายคนคาดหวังว่า นี่จะต้องเป็นสุดยอดหนังที่ต้องดู แต่ความจริง Peter Jackson นั่งแท่นเป็นผู้อำนวยการสร้าง หากผู้กำกับตัวจริง คือ Neill Blomkamp ผู้ที่สร้างชื่อมาจากการทำแอนิเมชั่น 3 มิติที่ฉายทางทีวี แต่หาใช่คนที่เราคุ้นชื่อไม่ เรื่องราวหนังยาวที่พัฒนามาจาก “Alive in Joburg” หนังสั้นของของ Blomkamp นั่นเอง

น่าตื่นตาตื่นใจอยู่ไม่หยอกกับภาพที่หนังตัวอย่างสร้างความอยากดูให้กับเรา สำหรับคนที่คาดหวังว่าจะได้สนุกกับหนังมนุษย์ต่างดาวมันๆ ต้องขอบอกว่า อย่าไปตั้งความหวังแบบนั้น แม้ว่าหนังเรื่องนี้ อาจจะมีฉากแอ็คชั่นบ้าง แต่โดยรวมแล้วหนังไม่ได้มีจุดประสงค์จะเป็นหนังแอ็คชั่นเต็มตัว หากมีส่วนผสมของความเป็นหนังไซไฟ, ดราม่า และทริลเลอร์ ที่นำเสนอในรูปแบบของหนังสารคดี ฟังดูอาจแปลกประหลาด แต่ต้องชมว่า พวกเขาช่างคิดจริงๆ กับเนื้อหาที่ค่อนข้างแฝงแนวความคิดอยู่เยอะพอสมควร แต่ในขณะเดียวกัน ก็ให้ความบันเทิงกับเราได้ผ่านตัวละครที่ดูเป็นหนังมนุษย์ต่างดาว

ภาพยานอวกาศของมนุษย์ต่างดาวใน District 9

เรื่องราวของหนัง มันคือเรื่องราวของ Wikus van de Merwe คนๆ หนึ่งที่บังเอิญจับพลัดจับผลูได้เป็นหัวหน้าภารกิจเท่านั้นเอง เพียงแต่มันเป็นภารกิจที่ดูไม่มีใครอยากจะทำ ในที่สุด ก็ตกลงปลงใจให้คนที่ดูไม่ฉลาดที่สุดเป็นคนทำ นั่นคือเป็นตัวแทนของ MNU ในการเข้าไปเจรจากับมนุษย์ต่างที่มีลักษณะเหมือนมนุษย์กุ้งในค่ายกักกันนาม District 9 (เขต 9) เพื่อให้ยอมย้ายไปอยู่เขตใหม่ที่ห่างไกลเขตเมืองโจฮันเนสเบิร์กออกไป หากแต่ความจริงแล้ว องค์กรนี้กลับมาจุดประสงค์แอบแฝงบางอย่างที่คนนอกอาจไม่ได้รับรู้

MNU คืออะไร?

ผมไปค้นมา MNU คือ Multinational United องค์กรอิสระที่รับจ้างทางทหาร แต่ในหนัง ผมเห็นขึ้นซับว่า สนส. ไม่เข้าใจว่าจะแปลไทยทำไมเหมือนกัน

ภารกิจที่วิคัสได้รับมา ไม่ใช่ภารกิจที่น่าทำเท่าไหร่ จึงไม่มีใครอยากทำมัน การเจรจาให้พวกกุ้งเซ็นหนังสือยินยอมพร้อมใจไม่ใช่เรื่องที่จะทำกันง่ายๆ ค่ายกักกันมนุษย์ต่างดาวก็เหมือนค่ายกักกันของพวกหลบหนีเข้าเมือง พวกอพยพ หรือพวกอะไรก็แล้วแต่ที่ดูเป็นพวกชนชั้นที่ต้อยต่ำกว่า แน่นอนว่า การถูกกดขี่เป็นเรื่องเกิดขึ้นจนชินตา เพียงแต่หนังเลือกที่จะให้พวกนั้นเป็นพวกต่างดาวแทน ยานลำยักษ์ที่จอดอยู่เหนือเมืองนั่นมา 20 ปีไม่เคยเคลื่อนไปไหน ค่ายกักกันจึงกลายเป็นสลัมไป แถมยังมีทุกอย่างที่แหล่งเสื่อมโทรมควรจะมี รวมทั้งมาเฟียที่เป็นมนุษย์โลก

ดูแล้วผมว่า หนังให้แง่คิดถึงความเป็นจริงในสังคมมนุษย์โลกบางอย่างที่เราอาจจะเห็นอยู่ แต่ทำเป็นละลืมมันไป ในความเป็นจริง ผมคิดว่า มนุษย์ต่างก็มีสองมาตรฐานในตนเอง (แต่เลือกที่จะมองว่าคนอื่นสองมาตรฐานเสียมากกว่า) เราอาจะเหยียดหยามคนที่อื่นที่เราเห็นว่าต่ำกว่า แต่อีกด้าน เราก็อาจตักตวงผลประโยชน์ของคนอื่นโดยไม่มองว่าตนนั่นแหละ กำลังทำสิ่งที่ควรเรียกว่าต่ำอยู่ หรือเราเองเสียอีกที่วันหนึ่งต้องเปลี่ยนตัวเองเป็นอีกพวกเพื่อความอยู่รอดหรือเพื่อสิ่งที่ตัวเองต้องการ ไม่รู้สิ ผมว่ายังมีอีกหลายแง่มุม ที่ผมอาจจะไม่ได้พูดถึง หรือยังคิดไปไม่ถึง

โปสเตอร์ District 9 แบบแรก โปสเตอร์ District 9 อีกแบบหนึ่ง

นี่ไม่ใช่หนังที่ดูเอาสนุก ขนาดฉากเปิดเรื่องยังเล่นการบทสัมภาษณ์ยาวเป็นสิบนาที สำหรับคนที่ไม่ได้เตรียมใจมาพบกับสิ่งที่ตรงข้ามกับความคาดหวัง คงรู้สึกเกลียดหนังเรื่องนี้ไปได้เหมือนกัน ภาพออกมาในลักษณะของแฮนด์เฮลด์ มุมกล้องที่สั่นไหวตลอดเรื่อง อาจจะทำให้มึนหัวเอาได้เหมือนกันนะ

แต่ลองมองดูเถอะ นี่คือการจำลองความเป็นมนุษย์ในโลกของความจริงผ่านเรื่องราวสมมติ มันอาจได้อะไรมากกว่าจะมองแค่สิ่งที่ผิดจากความคาดหวังก็เป็นได้ คนที่เรามองว่าเขาต่ำและน่าเหยียดหยาม อาจจะสร้างสิ่งอันสูงและล้ำกว่าที่เราทำอยู่.. มันก็อาจเป็นไปได้

ผมเองสับสนอยู่เลยว่า ไปๆ มาๆ ผมมาอยู่ข้างมนุษย์ต่างดาวได้ยังไงเนี่ย