SHARE

วันนี้ ผมได้ดูหนังดีอีกแล้วครับ หนังดีที่ว่า เป็นหนังรักที่ดูแล้วมีความสุข สร้างจากนิยายขายดีของญี่ปุ่น ดูแล้วต้องบอกต่อ วันนี้ก็เลยมาบอกต่อ

Heaven’s Bookstore ปาฏิหาริย์รักดอกไม้ไฟ ครับ

Heaven’s Bookstore (?????, ‘Tengoku no honya’) เป็นภาพยนตร์ญี่ปุ่นที่ออกฉายในปี 2004 ที่กำกับโดย Tetsuo Shinohara เรื่องราวของนักเปียโนคลาสสิคที่ถูกไล่ออกจากงาน ก่อนจะถูกส่งไปยังสวรรค์เพื่อทำภารกิจบางอย่าง

เท่าที่หาข้อมูลมา มันถูกดัดแปลงบทมาจากนิยาย 2 เรื่อง ที่ถูกเขียนโดย Atsushi Matsuhisa และ Wataru Tanaka.

เริ่มต้นเรื่องด้วยสไตล์เดินเงียบๆ แบบหนังญี่ปุ่น วันนี้ ผมรู้สึกเพลียอย่างมาก ขนาดที่ว่า ถ้านอนดูอาจจะหลับได้ แต่พอดีผมนั่งดูครับ ยังไงก็ไม่หลับ จนได้พบความรู้สึกที่ตื้้นตันในช่วงท้าย ขนาดที่ว่า น้ำตาเอ่อได้ตลอดช่วงเลยทีเดียวล่ะ

ผมสะดุดใจตั้งแต่หน้าปกดีวีดี และใบปิดหนังแล้ว ทำออกมาได้สวยมาก ดูแล้วรู้เลยว่า นี่ต้องเป็นหนังรักอบอุ่นๆ แน่ๆ แล้วก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ

เคนตะ (Tetsuji Tamayama) นักเปียโนคลาสสิคที่อยู่ดีๆ ก็ถูกไล่ออกจากวงออเคสตร้าโดยไม่ได้บอกสาเหตุ เขาไปดื่มเหล้าเมามายในบาร์ ก่อนที่จะตื่นขึ้นมาพบว่า …

….ตัวเองอยู่ในร้านหนังสือบนสวรรค์

คอนเซ็ปต์ของการขึ้นสวรรค์ในหนังเรื่องนี้ ออกจะผิดแปลกไปจากความเชื่อของบ้านเราอยู่ประมาณหนึ่ง เจ้าของร้านหนังสือที่ทุกคนเรียกว่า “หัวหน้า” ที่ชื่อยามากิ (Yoshio Harada) บอกว่า มนุษย์มีอายุที่ 100 ปี หากใครตายก่อน ก็จะมาใช้ชีวิตที่เหลือที่บนสวรรค์ ก่อนที่พวกเขาจะกลับลงไปเกิดใหม่

บนสวรรค์ เคตะได้พบกับ โชโกะ (Yuko Takeuchi) นักเปียโนที่เขาชื่นชอบตอนที่เธอยังมีชีวิตอยู่ ที่นี่ พวกเขาร่วมกันเขียนบทเพลงที่เธอได้เขียนไว้ แต่ยังไม่จบด้วยกัน

ขณะที่บนโลก นัทซึโกะ หลานสาวของโชโกะ (Yuko Takeuchi) ผู้ต้องการจะจัดงานแสดงดอกไม้ไฟขึ้นอีกครั้ง หลังไม่ได้ถูกจัดขึ้นมา 12 ปีแล้ว เธอตามหา ทากิโมโตะ (Teruyuki Kagawa) ผู้เคยสร้าง ‘ดอกไม้ไฟแห่งรัก’ อันสวยงาม แต่หลังจากสูญเสียคนรักที่เป็นนักเปียโน เขาก็ไม่เคยทำดอกไม้ไฟอีกเลย…

—————————————-

มาถึงช่วงเวลานี้ หากใครได้ดู ก็คงนั่งลุ้นเหมือนผม ว่า

…ทากิโมโตะ จะกลับมาทำดอกไม้ไฟแห่งตำนานนั้นอีกหรือไม่

…เคนตะจะได้เรียนรู้อะไรจากชีวิตบนสวรรค์

ยังมีปมเล็กปมน้อย ที่ถูกใส่ลงมาในหนัง เช่น สาวน้อยที่ทำงานเป็นผู้ช่วยของหัวหน้าในร้านหนังสือ เธอก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ยังไม่ได้ตาย แต่ได้มาอยู่บนสวรรค์ชั่วคราว ด้วยปมในจิตใจ เธอจึงถูกนำขึ้นมาเพื่อทำภารกิจบางอย่าง เธอคิดว่า ตัวเองเป็นสาเหตุให้น้องชายถูกรถชนเสียชีวิต

ที่นี่ ที่บนสวรรค์ เธอก็ได้พบน้องชายของเธอ เป็นฉากแรกที่เรียกน้ำตาลูกผู้ชายอย่างผม

หนังยังหยิบดนตรีเข้าไปใส่อย่างกลมกลืน เพราะมันเป็นเนื้อเดียวกับหนัง เป็นส่วนที่ใช้ดำเนินเรื่อง และการพัฒนาของตัวละคร เป็นส่วนที่พามาถึงฉากจบอันสุดแสนประทับใจ

เล่ามาขนาดนี้ ยังไงก็ลองหามาดูกันนะครับ…

รูปแบบของพล็อตเรื่อง คล้ายกับ “15 ค่ำเดือน 11” ของพี่เก้ง เปลี่ยนจากการจัดงานบั้งไฟพญานาค มาเป็นจัดงานดอกไม้ไฟแทน แต่มีเรื่องความรัก และสวรรค์เข้ามาเกี่ยวข้อง การจัดงานใหญ่ขึ้นมาสักงาน งานที่ทำให้ผู้คนมีความสุข ช่างนำความอิ่มเอมใจมาสู่ผู้สร้างงานยิ่งนัก

————————————-

นางเอกของเรื่อง แสดงเป็นสองบท โชโกะ นักเปียโนผู้เสียชีวิตไปอยู่บนสวรรค์ และ นัทซึโกะ หลานสาวของโชโกะ ผู้ต้องการจัดงานดอกไม้ไฟขึ้นอีกครั้ง ทั้งสองบนแสดงโดย Yuko Takeuchi เธอมีผลงานที่คนไทยรู้จักดี จาก “Be With You” และ “Ring” จะเห็นได้ว่า เธอมีชื่อทั้งจากหนังรักและหนังผีเลยนะนี่

เรื่องนี้ ผมว่า สไตลิสต์และคอสตูม ทำหน้าที่ได้ดีมาก น้าและหลาน แทบจะกลายเป็นสองคนได้เลย ทั้งที่แสดงโดยคนๆ เดียวกัน น้าสาวดูสวยเรียบๆ ปล่อยผมลงปิดแก้ม แต่ก็ยังน่ามอง ขณะที่หลานสาวกลับดูน่ารักกว่า ต่างกันอย่างเห็นได้ชัดจริงๆ

เพลงบรรเลงเปียโนที่โชโกะแต่งไม่จบนั้น ช่วงแรกๆ อาจจะฟังไม่เพราะเท่าไหร่ ยิ่งเวลาผ่านไปๆ ก็ยังพบว่า ทำนองนั้นดูแสนจะเรียบง่าย แต่ไปๆมาๆ เมื่อได้ฟังเต็มๆ กลับพบว่า มันเพราะมาก ผสานไปกับเนื้อเรื่องที่กินใจ น้ำตาก็พลันเอ่อออกมาไปหยุด เป็นน้ำตาที่มากับความสุข หาใช่ความโศกอย่างหนังญี่ปุ่นทั่วไปที่ได้ดู

เพลงประกอบตอน end title เพราะมากๆ จนอยากให้เพลงไทย ทำนอง ร้อง และเรียบเรียง ได้ดีอย่างนี้เยอะๆ จัง

PatSonic Blog Comment

4 COMMENTS

  1. เคนตะไม่ได้ตายนะ เขาถูกส่งขึ้นไปบนสวรรค์เพื่อทำภารกิจบางอย่างเท่านั้น
    นอกจากเคนตะที่ไม่ได้ตาย แต่ได้ไปท่องสวรรค์ ก็ยังน้องผู้หญิงอีกคนที่เล่าไปข้างบน

    ต้องดูถึงตอนจบ ก็จะรู้ว่า ภารกิจนั้น สร้างให้เกิดเหตุการณ์ใดขึ้นมาครับ

  2. ได้ดูเรื่องนี้แล้วเช่นกันค่ะ ซื้อ DVD แผ่นแท้เวอชั่น Hong Kong แบบมีของแถมมาด้วยเลยล่ะ

    เป็นเรื่องที่ดูแล้วรู้สึกดีมากๆ เห็นด้วยเรื่องเพลงที่เพราะจริงๆ อ่อ แต่ขอเสริมว่านอกจากสไตลิสท์จะเก่งจนทำให้เห็น Yuko เป็นคนละตัวละครแล้ว ก็ต้องชมการแสดงของเธอด้วยนะคะ ที่ทำให้เห็นถึงความแตกต่างจริงๆ

    ชอบช่วงท้ายของเรื่องมากๆค่ะ ซึ้งจริงๆ

LEAVE A REPLY