SHARE
รีวิวหนัง: Little Forest: Summer & Autumn | สาวน่ารัก ปลูกผักกินเอง

ผมต้องยอมรับว่า กว่าจะได้ดูหนังเรื่องนี้ มันต้องใช้เวลาเป็นสัปดาห์เลยทีเดียว ต้องเดินทางไป Lido ถึง 3 ครั้ง 3 ครา กว่าจะได้ดู ทั้งนี้ก็เพราะกระแสที่ค่อนข้างดี เต็มทุกรอบ (ที่ House RCA ก็เช่นกัน) จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเดินชิลๆ เข้าไปซื้อตั๋วและเข้าโรงได้ทันทีเหมือนกับเรื่องอื่นๆ วันนี้ ผมจึงเลือกจะเผื่อเวลาราว 3 ชั่วโมง เพื่อซื้อตั๋วรอบที่ต้องการในตอนที่ที่นั่งยังคงว่างพอให้เลือกอยู่ และในที่สุดผมก็ได้สัมผัสกับชีวิตสโลว์ไลฟ์จาก ‘Little Forest: Summer & Autumn’ หนังที่สร้างจากมังงะผลงานของไดสุเกะ อิงาราชิ เรื่องนี้เข้าจนได้

Little Forest: Summer & Autumn

ก่อนเข้าไปชมนี่ แทบจะไม่ได้หาข้อมูลเกี่ยวกับหนัง หวังจะให้เป็นความสดใหม่ที่สุดเมื่อยามได้ดู แล้วก็พบว่าเรารับกับหนังเรื่องนี้ได้อย่างสบาย นี่มันเป็นหนังที่เต็มไปด้วยภาพของธรรมชาติ ชีวิตของคนในชนบท คนที่รักการทำอาหาร คนที่รักการเพาะปลูกแบบไม่ใช้สารเคมี ผมเป็นคนที่วัยเด็กเคยเติบโตมากับเรื่องพวกนี้แต่กลายเป็นคนเมืองในเวลาต่อมา และเป็นคนกรุงในกาลปัจจุบัน ซึ่งบางทีก็ยังคิดอยู่ว่า เราน่าจะไปลงเอยที่บ้านนอกอีกครั้งเนอะ

เรื่องราวมันเริ่มขึ้นตรงที่ว่า สาวน้อยหน้าตาน่ารักคนหนึ่ง อิชิโกะ (Ai Hashimoto/ไอ ฮาชิโมโตะ จาก ‘The World of Kanako’) ที่ย้ายไปใช้ชีวิตอยู่ในเมืองสุดจะเล็กๆ เมืองหนึ่งในญี่ปุ่น ด้วยเหตุผลกลใดไม่มีคนดูคนใดรู้ แต่ดูเธอจะมีความสุขกับชีวิตแบบนั้นมาก

บ้านของเธอตั้งอยู่บนเนินเขา เป็นบ้านหลังเล็กสองชั้น (เอ..หรือชั้นครึ่งนะ) ทั้งเรื่องเกือบจะเหมือนมีเธออยู่เพียงคนเดียว ทั้งทำนา ปลูกผัก เลี้ยงเป็ด ตกปลา และก็นำมาทำอาหารกินเอง หลากหลายเมนูที่หยิบมาทำ หนังเจาะมาทุกเม็ดในการทำแต่ละเมนู ตัดต่อแบบเรียบๆ ง่ายๆ สไตล์ญี่ปุ๊นญี่ปุ่น ขนาดที่ผมเพิ่งทานข้าวมาหยกก่อนเข้าโรง ยังต้องยอมรับว่า “หิว” อีกรอบ

เขาเล่นกระเพาะเราซะอยู่หมัดจริงๆ

ตัวอย่างหนัง ‘Little Forest: Summer & Autumn’

นางเอก เพื่อนนางเอก น่ารักมาก

มันเป็นหนังที่หยิ่งทะนงซะจริงๆ หนังเลือกจะเป็นตัวของตัวเอง เล่าเรื่องในแบบตัวเอง และเมื่อดูไปครึ่งเรื่อง คุณจะได้รู้ว่าจริงๆ แล้วมันมีสองภาคที่ต่อกัน เรื่องราวในฤดูร้อน (Summer) จบลงไป ก็ได้เวลาของฤดูใบไม้ร่วง (Autumn) จากช่วงเวลาที่ฝนโปรยปราย ใบไม้เขียวขจี สายหมอกปกคลุมเมืองค่อยๆ หายไป ลมหนาวคืบคลานเข้ามา ตามด้วยหิมะโปรยปราย แต่สาวน้อยของเราก็ยังคงตั้งหน้าตั้งตาปลูกผักทำนาต่อไป และก็ยังคงทำอาหารเมนูต่างๆ ที่เข้ากับฤดูนั้นให้เราได้ “หิว” กันต่อ

ในภาค Autumn นี่ ดูเหมือนผู้ชมจะได้รับรู้มุมมองเกี่ยวกับตัวอิชิโกะมากขึ้นกว่าภาค Summer รวมทั้งได้เจอตัวละครอื่นๆ มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนข้างบ้านสุดน่ารักอีกคน อย่าง คิกโกะ (Mayu Matsuoka) กลุ่มแม่บ้าน และอีกสองสามคน นอกเหนือไปจากพ่อหนุ่มรุ่นน้องที่ได้เจอในภาคแรก ทำให้มันดูมีน้ำมีเนื้อมากกว่าจะมีแค่นางเอกจะหาวัตถุดิบ ทำอาหารและนั่งทานให้เราดูเพียงเท่านั้น

แถมยังทำให้เราอยากติดตามต่อในภาคที่เหลือด้วยนะ

งานภาพนับว่าสวยมาก

‘Little Forest: Summer & Autumn’ คือหนังในสไตล์กึ่งเรียลิสติก นำเสนอชีวิตพอเพียงที่ถ่ายทำกันในโลเกชันแบบบ้านนอกสุดๆ สีสันส่วนใหญ่ของหนังจึงเป็นสีเขียวของใบไม้ ต้นไม้ หนังญี่ปุ่นไม่เร่งเร้าไม่รีบร้อน เรื่องนี้นำเสนอความเรียบง่ายของชีวิตที่ไม่ได้ห่างจากเทคโนโลยีมากนัก แต่คือการเลือกใช้เทคโนโลยีเท่าที่จำเป็น สิ่งสำคัญก็คือการอยู่กับธรรมชาติ ภาพของสาวน้อยขี่จักรยานไปบนถนนที่ไม่มีรถเลย ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจยิ่งนัก

เป็นหนังที่ภาพธรรมชาติพาให้อิ่ม แต่ภาพของการทำอาหารทำให้หิว

เพลง/ดนตรีประกอบเพราะมาก

องค์ประกอบที่สำคัญอีกอย่างของหนังเรื่องนี้ หนีไม่พ้นงานดนตรีประกอบ แม้จะดูมินิมอลแต่กลับอบอวลไปด้วยรายละเอียด ฟังเพลินๆ เคล้ากันไปได้อย่างดีกับงานภาพที่สดสวยและดูสงบเย็น ส่วนเพลงประกอบที่เป็นเสียงของ YUI (FLOWER FLOWER) ก็ยิ่งต้องบอกว่าเพราะมากทั้งสองเพลงที่ปะปิดท้ายสองภาค ดูหนังจบแล้ว

คุณต้องนั่งดูหน้านางเอกพร้อมฟังเพลงไปจนจบเหมือนผมแน่นอน

โปสเตอร์แบบแรก ของ Little Forest: Summer & Autumn

การได้ “หิว” กับอาหารทุกเมนูที่อิชิโกะทำให้เรา(ได้แค่)ดู อิ่มไปภาพของธรรมชาติในชนบทที่แสนสงบเรียบง่าย เพลินไปเสียงดนตรีและเพลงเพราะๆ ที่นำมาประกอบ ถือเป็นการผสมองค์ประกอบเสริมด้วยเครื่องปรุงที่ทำให้ ‘Little Forest: Summer & Autumn’ เป็นหนังที่กลมกล่อมจนเกินจะบรรยาย

และตั้งใจไว้ว่าผมต้องตาม ‘Little Forest: Winter & Spring’ ให้ครบ 4 ฤดูอย่างแน่นอน

————————————–

PatScore PatScore: 5.0/5

ชื่อภาพยนตร์: Little Forest: Summer & Autumn
ผู้กำกับภาพยนตร์: Junichi Mori
ผู้เขียนบทภาพยนตร์: Daisuke Igarashi (manga), Junichi Mori (screenplay)
นักแสดงนำ: Ai Hashimoto, Mayu Matsuoka, Yoichi Nukumizu, Karen Kirishima, Takahiro Miura
ความยาว: 111 นาที
แนว/ประเภท: Drama
อัตราส่วนภาพ:
เรท: ไทย/ , MPAA/
ประเทศ: สหรัฐอเมริกา
วันที่เข้าฉายในประเทศไทย: 9 เมษายน 2558
สตูดิโอ/ผู้สร้าง/ผู้จัดจำหน่าย: Shochiku

คิดเห็นอย่างไรกับหนังเรื่องนี้ ฝากคอมเมนต์ไว้ข้างล่างนี้ได้เลยนะครับ

PatSonic Blog Comment

2 COMMENTS

LEAVE A REPLY