SHARE

ช่วงนี้ ดูเหมือนดูหนังเรื่องไหนก็ไม่ค่อยจะสร้างเสริมแรงบันดาลให้อยากเขียนถึง ไม่ใช่ว่าหนังจะไม่มีดี แต่ด้วยอะไรบางอย่าง ทำให้ไม่ค่อยอยากเขียนบล็อกซะงั้น

ช่วงที่ผ่านมา ผมเข้าโรงหนัง ดู “Inkheart” หนังเยาวชนที่พูดถึงเรื่องราวของ นักอ่านที่ปลดปล่อยตัวละครในวรรณกรรมออกมาโลดแล่นในชีวิตจริงๆ หนังดูเรื่อยๆ เอื่อยๆ ตามประสาหนังจินตนาการที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นเด็กและเยาวชน ถัดมาอีก 1 อาทิตย์ ผมได้เข้าไปดู “Underworld : Rise of the Lycans” ภาคที่ 3 ของ Underworld หนังสงครามของ 2 เผ่าพันธุ์ หนังมีแต่เรื่องราวในเวลากลางคืน หรือความมืด ดำเนินเรื่องสนุกใช้ได้ แต่ไม่ได้เป็นหนังที่ไปดูเพราะความอยากของตัวเอง

Mama Mia!

มาถึงเรื่องนี้ดีกว่า “Mamma Mia!”

ปกติหนังเพลงนั้น ไม่ค่อยจะถูกสเปกผมเท่าไหร่ น้อยเรื่องที่จะทำให้ผมอยากดูจนต้องไปเสาะหามัน หลังจากมีหลายคนสะกิดบอกว่ามันดี ต้องดู ก็เลยขอดูสักหน่อย

เท่าที่ดูจาก Special Features ในดีีวีดี หนังเรื่องนี้ เคยเป็นละครเวทีมาก่อน ด้วยคอนเซ็ปต์ของการนำเอาเพลงเก่าๆ ของ Abba มาร้องประกอบ แต่งเนื้อเพลงบางส่วนเสียใหม่ ใส่อารมณ์ของละครเวทีเข้าไป ประสบความสำเร็จล้นหลาม จนวันหนึ่ง มันก็กลายมาเป็นหนังใหญ่จนได้

ในนาม “Mamma Mia! The Movie”

เมื่อสาวน้อยวัยใส (20 แล้ว ยังใสอยู่มั้ยนะ?) ผู้อาศัยอยู่กับแม่ กับกิจการโรงแรมบนเกาะแห่งหนึ่งในกรีซ เธอเกิดอยากแต่งงานตามแบบพิธีดั้งเดิม งานแต่งสุดโรแมนติกกำลังจะมีขึ้นบนเกาะ

แต่เธอยังไม่รู้เลยว่า พ่อเธอเป็นใคร…

ค้นเจอไดอารี่ของแม่ เธอพบว่าแม่เธอมีสัมพันธ์สวาทกับผู้ชาย 3 คนในเวลาใกล้เคียงกันก่อนจะมีเธอขึ้นมา พ่อของเธอต้องเป็น 1 ใน 3 นี้แน่ๆ แผนจึงกำเนิดขึ้น เธอเชิญว่าที่พ่อทั้งสามของเธอมางานแต่งนี้ด้วย โดยไม่ได้บอกแม่ กะให้เซอร์ไพรส์.. ว่างั้น

แต่ไปมาๆ ก็วุ่นใหญ่ เมื่อแผนไม่เป็นไปตามแผน แม่รู้เรื่องผู้ชายทั้งสามเข้าจนได้ ขณะที่แฟนหนุ่มเมื่อรู้เรื่องเข้า และเริ่มไม่เห็นด้วยกับแผนนี้

สุดท้าย เรื่องจะจบอย่างไร ไม่ต้องเดามาก อาจไม่เหมือนอย่างที่คิด แต่ว่า Happy Ending แน่นอน

———————–

หนังดูดี ดูเพลิน ฉากสวยๆ เต็มเรื่องไปหมด เพลงก็เพราะดี แม้ว่าเราจะไม่ใช่แฟนเพลง Abba (เราไม่ได้แก่ขนาดนั้น) แต่ก็เคยได้ยินมาบ้างบางเพลง มุขฮาๆ แทรกมาได้ตลอด แต่บางช่วงก็สร้างความง่วงให้บ้างเหมือนกัน

นักแสดงทุกคนร้องเพลงเองหมด ไม่น่าเชื่อเหมือนกันว่า Pierce Brosnan ก็ร้องเพลงได้ แต่ต้องขอชม Meryl Streep ที่แสดงได้เก่งมากๆ

สุดท้าย ตอนจบ เหมือนต่างคนจะหาสิ่งที่ตัวเองต้องการเจอเสียที หลังจากวุ่นวายกับการร้องเพลงและเต้นมาตลอดทั้งสองวัน

ใครชอบหนังเบาๆ เพลงเยอะๆ เอาเรื่องนี้ไปดูเลยครับ

“Mamma Mia!”

PatSonic Blog Comment

3 COMMENTS

  1. ที่พูดมายังไม่ได้ดูซักเรื่อง แนะนำหน่อยคับว่าจะไปดูเรื่องไหนดี ?

    ปล. ไม่ได้มาบ้านคุณ Pat ซะนาน

  2. ฉีกกฎพี่แพทเลยนะเนี่ย ปกติไม่ดูหนังเพลง อิอิ
    มาม่ามีอา ชอบ ชอบ ชอบ

LEAVE A REPLY