SHARE
รีวิวหนัง: Star Wars: The Force Awakens | อุบัติการณ์แห่งพลัง

ถือเป็นหนังที่มีผู้คนรอคอยจะได้ชมอยู่ทั่วโลกมากที่สุดเรื่องหนึ่งของปีเลยแหละ แม้ว่าในเมืองไทย สาวกตัวจริงอาจจะไม่ได้มีมากมายจนเต็มประเทศขนาดนั้น แต่ก็เชื่อได้ว่า ตอนนี้ทุกมุมของกรุงเทพฯ เขาพูดคุยกันถึงแต่เรื่องของหนังมหากาพย์แฟรนไชส์สงครามอวกาศที่อยู่ยงคงกระพันมานานเกือบ 40 ปี ‘Star Wars: The Force Awakens’ คือชื่อของภาคที่เจ็ดของ ‘Star Wars’ ที่คราวนี้เปลี่ยนทุกอย่างแทบจะใหม่หมด

Star Wars: The Force Awakens อุบัติการณ์แห่งพลัง

จากที่เคยถูกปลุกปั้นโดย George Lucas ตั้งแต่เมื่อปี 1977 จนกลายเป็นหนังไตรภาคมหากาพย์ที่เป็นตำนานของหนังไซไฟ ด้วยการสร้างพล็อตที่มีความเป็นเอเชียบวกตะวันตก หยิบจับเรื่องราวการเมืองการค้ามาเป็นพล็อตรอง นำเอาเรื่องราวจิตด้านดีและร้ายผสานกับการบรรลุวิชาของลูกศิษย์กับอาจารย์

แถมยังมีกิมมิกเล็กๆ น้อยๆ มากมายให้คนได้พูดถกถึงมันจนไม่รู้จบ

ทั้งหมดนี่แหละมั้งที่ทำให้มันอยู่ยงมาจนเกิดการสร้างหนังไตรภาคที่เหตุการณ์มันเกิดขึ้นมาก่อน และเป็นที่มาของหลายสิ่งหลายอย่างที่ไตรภาคต่อมาเคยกล่าวไว้ แล้วทุกอย่างก็ถึงกาลเปลี่ยนแปลง เมื่อ Lucasfilm ถูกย้ายโอนไปอยู่ในกำมือของดิสนีย์ โปรเจกต์การสร้างไตรภาคใหม่ก็เริ่มต้นขึ้น พร้อมๆ กับการเปลี่ยนแปลงตัวผู้กำกับฯ เนื่องจาก George Lucas จะไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับหนังเรื่องนี้อีกแล้ว

แล้วหวยก็มาออกที่ผู้ชายคนนี้ J.J. Abrams

เรื่องย่อหนัง ‘Star Wars: The Force Awakens’

ตัวอย่างของหนังเรื่องนี้นั้นแทบจะไม่ได้เปิดเผยเรื่องราวหรือเนื้อหาอะไรทั้งสิ้น เนื่องด้วยคงจะเห็นว่าแค่ความเป็นหนังสตาร์วอร์สก็เพียงพอแล้วที่จะชักชวนผู้คนทั้งที่เป็นแฟนตัวยงและคนดูหนังทั่วๆ ไปให้ควักตังค์ซื้อตั๋วเข้าไปดูในโรงกันเป็นแน่แท้

ลองดูตัวอย่างของ ‘อุบัติการณ์แห่งพลัง’ กันก่อนมั้ยครับ

ตัวอย่างที่ 3 ของ ‘Star Wars: The Force Awakens’ (ซับไทย)

นั่นล่ะครับ ตัวอย่างที่บอกเราแบบขอไปที เหมือนอยากจะเล่าแต่ก็เล่าเพียงเบาๆ จนไม่อาจจะจับใจความอะไรได้เป็นชิ้นเป็นอัน เอาเป็นว่า ผมจะเล่าคร่าวๆ ว่าหนังภาคนี้มันเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้แล้วกันครับ

จากผลพวงของเหตุการณ์ใน Star Wars ภาค 1-6 ที่ดำเนินมาตามที่จอร์จ ลูคัส ได้วางเอาไว้ บัดนี้มันได้ถูกส่งไม้ต่อมาถึงมือของดิสนีย์ในสร้างภาค 7-9 และในภาคแรก พวกเขาก็เลือก J.J. Abrams มารับหน้าที่ผู้กำกับ มันไม่ใช่เรื่องราวของลูคัสอีกแล้ว ทุกอย่างจะดำเนินต่อไปในแบบ Lawrence Kasdan และทีมต้องการ

ยุคของเหล่าเจไดได้สิ้นสุดลงไปหลัง ‘Star Wars: Episode VI – Return of the Jedi’ (1983) เรื่องราวของพวกเขากลายเป็นเรื่องเล่าขาน แต่ใช่ว่าด้านมืดของพลังจะหมดสิ้นไปแม้ฝ่ายจักรวรรดิ Empire ได้ล่มสลายไปแล้ว แต่ก็เกิดองค์กรก่อการร้ายขึ้นมาใหม่ นามว่า “ปฐมภาคี” (First Order) ที่นำพาความดำมืดกลับมาครอบคลุมกาแลกซีอีกครั้ง

แต่ใช่ว่าจะไร้ซึ่งความหวังเสมอไป เมื่อจักรวาลแห่งนี้ยังมีสาวน้อยนักเก็บขยะ หนุ่มผิวหมึกที่เป็นทหารเลวมาก่อน แล้วก็ยังมีหนุ่มนักบินตัวเอ้ที่จะมาร่วมขบวนด้วยนะ

และแน่นอนว่าทุกภาคจะมีตัวร้ายมาปรากฏตัวเสมอ และภาคนี้ก็เช่นกัน ตัวร้ายภายใต้หน้ากากและภายใต้ชุดคลุมสีดำนั้น แถมมาพร้อมดาบไลท์เซเบอร์สามแฉกสีแดงฉาน มันเป็นใครและมันกำลังจะทำอะไรกับจักรวาล หรือว่าสงครามจักรวาลจะกำเนิดขึ้นอีกครั้ง

ภายใต้การเล่าเรื่องใหม่ที่อ้างอิงจากจักรวาลของคนเดิม

รีวิว วิจารณ์หนัง ‘Star Wars: The Force Awakens’

การบอกเล่าเรื่องย่อแบบนั้นไม่น่าจะถึงกับเป็นการสปอยล์หนังหรอกนะ เพราะในตัวอย่างก็มีภาพและฉากหลังคร่าวๆ ของพวกเขาเหล่านี้อยู่ แต่การจะเขียนวิจารณ์หนังเรื่องนี้ ช่างยากเย็นยิ่งกว่ามากมายนัก

‘อุบัติการณ์แห่งพลัง’ ที่เหมือนได้กลับไปโรงเรียนเก่า

ใครที่เคยติดตามเรื่องราวสงครามจักรวาลมาทุกภาค ก็คงจะพอจะเห็นร่วมกันว่า หนังมันเหมาะสมทั้งปวงที่จะเป็นอภิมหากาพย์ภาพยนตร์ ด้วยถึงพร้อมทั้งเรื่องราวที่ซับซ้อน ผสมผสานทั้งเรื่องการเมือง ไซไฟ แฟนตาซีและดราม่า มีรายละเอียดยิบยับไล่ไปตั้งแต่ตัวละคร ยาน อาวุธ กองทัพ และโลเกชั่นบนดวงดาวต่าง

Star Wars: The Force Awakens อุบัติการณ์แห่งพลัง

แต่สิ่งที่ทำให้แฟนตัวยงชื่นชอบมากก็คงจะเป็น การที่หนังออกมาในลักษณะกึ่งๆ จะรีเมก ‘Star Wars’ ในภาคเก่าเพราะมีบางสิ่งที่คล้ายคลึงกันมากพอดู เพียงแต่ปรับเปลี่ยนบางสิ่งบางอย่างเพราะเป็นการเล่าเรื่องตามหลังทุกภาคที่ผ่านมา ด้วยการเล่าเรื่องที่ทันสมัยตามแบบที่คนสมัยนี้จะชื่นชอบมากกว่าจะเล่าในแบบเนิบนิ่งอย่างเคยๆ

สิ่งที่หนังภาคนี้มีมากกว่าภาคก่อนๆ อย่างชัดเจนก็คือ อารมณ์ขัน

หนังมีมุกตลกแทรกเข้ามาพาให้เราหัวเราะไปกับเล่นมุกที่ล้อเลียนวิถีของตัวเอง ยิ่งถ้าใครติดตามมาตลอดก็จะยิ่งเข้าใจ

‘อุบัติการณ์แห่งพลัง’ พาเรากลับไปพบกับตัวละครหลายๆ ตัวที่พวกเราคิดถึง พวกเขาคือตัวละคร(ไม่ว่าจะฝ่ายดีหรือร้าย)ที่ถูกจดจำอยู่ในใจเรามาเนิ่นนาน หลายคนจึงอดที่จะยิ้มกว้างไม่ได้เมื่อได้เจอช็อตเปิดตัวเท่ๆ ของพวกเขาบนจอยักษ์ เสมือนเพิ่งจะได้เจอะเจอญาติสนิทห่างหายไปเนิ่นนาน

แถมยังรวมไปถึงมุมกล้องซึ่งทำได้ตื่นตากว่าที่เคยเห็น

‘อุบัติการณ์แห่งพลัง’ แนะนำดาวดวงใหม่ที่กำลังจะเจิดจรัส

แม้ว่า ‘Star Wars’ มักจะทำให้ดาราหลายคนได้แจ้งเกิด แต่ก็มักจะอับแสงไปอย่างไว จะมีใครที่ส่องแสงอยู่ในวงการมาได้นานได้กับ Harrison Ford ผู้รับบทเป็น ฮัน โซโล แต่ผมก็ยังเชื่อว่า เรากำลังจะได้ดาวดวงใหม่ที่จะเจิดจรัสบนฟากฟ้าฮอลลีวูดอีกหนึ่งคนจากภาพยนตร์เรื่องนี้

เธอคือ เดซี่ ริดลี่ย์ (Daisy Ridley) ครับ

Star Wars: The Force Awakens อุบัติการณ์แห่งพลัง

หลังจากเราเคยมีนางเอกที่สวยคมอย่าง Natalie Portman ในภาค 1-2-3 เราเคยมีนางเอกสวย(แบบสมัยโน้น)หุ่นดีแบบ Carrie Fisher ในภาค 4-5-6 ในไตรภาคนี้ เดซี่น่าจะได้เจอกับผู้ชมครบหมดทั้งสามภาคอย่างแน่นอน

ผมว่าเธอสวยดีนะ ยิ้มน่ามอง แถมยังสวมบทบาทของเรย์ได้อย่างขึงขังทะมัดทะแมง ซีนอารมณ์ก็ทำได้ไม่เบา ได้แต่หวังว่าเธอจะส่องแสงไปได้อีกนานแม้จะจบไตรภาคนี้ไปแล้วในวันหนึ่งก็ตาม

‘อุบัติการณ์แห่งพลัง’ ทิ้งปริศนาไว้ให้ตามต่อภาคถัดไป

อีกสิ่งหนึ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของ ‘Star Wars’ ก็คือการเล่าเรื่องที่เก็บบางสิ่งไว้เป็นความลับเพื่อจะรอการเฉลยในภาคถัดๆ ไป ในอดีตมันอาจจะดูเป็นสิ่งใหม่ที่ไม่ได้พบเห็นกันนักกับการสร้างพล็อตที่หักมุม หรือสร้างปริศนาน่าสงสัยให้กับตัวละครต่างๆ แต่ในปัจจุบัน มันเป็นเรื่องปกติ ซึ่งมันสอดคล้องกับความเป็นมนุษย์ที่เป็นสัตว์ขี้สงสัย

แน่นอนว่า จะต้องมีคนติดตามรอคอยบทเฉลยในภาคถัดๆ ไป

แม้โดยรวมมันอาจจะมีช่องโหว่ชวนสงสัยไปบ้าง แต่เมื่อนั่งดูใจตัวเองระหว่างชมภาพยนตร์เรื่องนี้ในโรง กลับพบเพียงความสนุกตื่นเต้นเร้าใจ แกมยินดีปรีดาที่ได้พบเพื่อนเก่า แถมยังเล่าเรื่องในรูปแบบใหม่ไม่ยืดยาดเยิ่นเย้อเหมือนที่เคยเป็นมา แถมยังเก็บตกทุกสิ่งที่แฟนๆ ทุกคนจดจำมาให้พวกเขาได้รื้อฟื้นและ “ฟิน” กันอีกรอบ

ก็คงต้องบอกว่า “มองข้ามจุดเล็กจุดน้อยพวกนั้นไปได้เลย”

———————

PatScore PatScore: 5.0/5

ชื่อภาพยนตร์: Star Wars: The Force Awakens / อุบัติการณ์แห่งพลัง
ผู้กำกับภาพยนตร์: J.J. Abrams
ผู้เขียนบทภาพยนตร์: Lawrence Kasdan, J.J. Abrams, Michael Arndt, George Lucas (characters)
นักแสดงนำ: Daisy Ridley, Mark Hamill, Carrie Fisher, Harrison Ford, Oscar Isaac, Adam Driver, Gwendoline Christie, Peter Mayhew, Domhnall Gleeson, John Boyega
ความยาว: 103 นาที
แนว/ประเภท: Adventure, Comedy, Fantasy, Horror
อัตราส่วนภาพ: 2.35 : 1
เรท: ไทย/ท, MPAA/PG
วันที่เข้าฉายในประเทศไทย: 17 ธันวาคม 2558
สตูดิโอ/ผู้สร้าง/ผู้จัดจำหน่าย: Columbia Pictures, LStar Capital, LStar Capital, Original Film, Scholastic Entertainment Sony Pictures Animation, Sony Pictures Entertainment (SPE), Village Roadshow Pictures

PatSonic Blog Comment

1 COMMENT

LEAVE A REPLY