SHARE
รีวิวหนัง: The Lobster | โสด เหงา เป็น ล็อบสเตอร์

ก้าวเข้าสู่สัปดาห์ ก็มีหนังเรื่องใหม่ๆ น่าสนใจมาให้ดู หลังจากพลาดรอบนักวิจารณ์ไปก็ได้รับชมด้วยสายตาตัวเองในรอบสื่อ ไม่ถือว่าช้าไป แถมยังสะสมความอยากดูเอาไว้เต็มอก ในที่สุดก็ได้ระเบิดออกมาเสียที กับหนังเสียดสีมนุษย์ได้ถึงกึ๋นอีกเรื่อง ‘The Lobster’ หรือในชื่อไทย ‘โสด เหงา เป็น ล็อปสเตอร์’ หนังมันจะเกี่ยวกับความโสด เหงา และล็อบสเตอร์ได้ยังไง เจ้าของเรื่องนำสิ่งที่เรียกว่า โสด มารวมเข้ากับเจ้าสัตว์ที่ชื่อ ล็อบสเตอร์ ได้ยังไง น่าสนใจต้องลองไปดู

The Lobster

ด้วยพล็อตที่แปลกประหลาดเกินกว่าที่จะได้เห็นจากหนังเรื่องไหนๆ ที่ได้ดูมา เอาแค่คร่าวว่า มนุษย์ผู้ใดที่ไม่สามารถหาคู่แท้ได้ภายในกำหนด 45 วัน มิฉะนั้น ผู้นั้นจะต้องกลายเป็นสัตว์ชนิดที่เลือกเอาไว้ ฟังแค่นี้ก็รู้สึกได้ถึงความประหลาดแล้ว น่าสงสัยจริงๆ ว่าไอ้คนคิดพล็อตนี่มันคิดได้ยังไงกัน ไม่ใช่แค่สร้างโลกมนุษย์ที่ไม่คุ้นเคยในฉากหลังที่เคยคุ้นเท่านั้น

แต่มันช่างจิกกัดมนุษย์ให้เจ็บแสบยิ่งนัก

เรื่องย่อหนัง ‘The Lobster’

หนังเปิดเรื่องขึ้นมาด้วยฉากที่ชวนตกใจ และพาให้ผู้ชมมึนงงว่ามันคืออะไรกัน ก่อนที่หนังจะเริ่มเล่าให้เราเห็นว่า ผู้คนกลุ่มหนึ่งที่กลายเป็นคนโสดด้วยเหตุผลต่างๆ นานา กำลังโดยสารรถบัสเพื่อมุ่งหน้าไปยังโรงแรมแห่งหนึ่ง ที่นี่คัดแยกโซนสำหรับคนโสดและคนที่มีคู่ให้แยกจากกันอย่างเด็ดขาด แถมยังมีกิจกรรมส่งเสริมการมีคู่อย่างโจ่งแจ้ง

คนโสดทุกคนจะต้องคอร์สนักล่า เริ่มด้วยให้เลือกว่าเขาอยากจะเป็นสัตว์อะไร และตามมาด้วยโจทย์ที่ว่า พวกเขาต้องหาคนรักให้ได้ภายใน 45 วัน มิฉะนั้น พวกเขาจะกลายเป็นสัตว์ที่ได้เลือกเอาไว้ แถมหากล่าคนโสดได้ พวกเขาจะได้วันเพิ่มตามจำนวนคนโสดที่ล่าได้

นี่มันเป็นเกมชัดๆ นี่นา

ตัวอย่างหนัง ‘The Lobster โสด เหงา เป็น ล็อบสเตอร์’ [ซับไทย]

แถมในระหว่างมื้อก็จะต้องมีกิจกรรมพบปะเพื่อทำความรู้จักและหาคู่กัน พร้อมมีกิจกรรมบนเวทีส่งเสริมการมีคู่อีกต่างหาก ดูเหมือนกิจกรรมจะมีตลอดเวลา 45 วันที่พวกเขาและเธอพักอยู่ในโรงแรม แต่ละกิจกรรมบ่งบอกถึงข้อเสียของการอยู่อย่างโดดเดี่ยว แต่หนังก็ไม่ได้มีอยู่แค่นั้น มันยังเสียดสีการมีชีวิตคู่ไปด้วยในที

แล้วหนังก็พาเราไปไกลเกินกว่าในตัวอย่างจะเอ่ยถึง…

รีวิวหนัง วิจารณ์หนัง ‘The Lobster’

เสียงหัวเราะดังขึ้นหลายครั้ง หากมันกลายเป็นมุกตลกร้ายที่ขำก๊ากแต่ก็จุกเพราะมันจี้ถูกจุดเข้าอย่างจัง นี่ไม่ใช่แค่หนังที่มีพล็อตไม่ธรรมดา หากแต่ยังอัดแน่นด้วยการเสียดสีในหลากแง่มุมของมนุษย์ทั้งด้านดีและด้านร้าย (ซี่งมักจะเป็นด้านร้ายเสียมากกว่า)

พล็อตประหลาด เสียดสีระดับ 15

ฉากหลังมันคือโลกของเราที่เห็นกันจนเป็นปกตินี่แหละ แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในนั้นดูเป็นโลกที่ไม่ปกติเอาเสียเลย มันแปลกประหลาดแต่ก็จำลองโลกแห่งความจริงเอาไว้อย่างอัดแน่น มนุษย์โลกที่มีอยู่สองจำพวกใหญ่ๆ คือ พวกโสด และพวกมีคู่ ที่ดูเหมือนมนุษย์ส่วนใหญ่ของโลกจะเป็นพวกโสด โดดเดี่ยวและเปลี่ยวเหงา เฝ้าค้นหาคนมาอยู่ข้างกายเพื่อเติมเต็มในสิ่งที่ขาดอยู่เสมอ

แต่หนังกลับเลือกที่จะให้โลกมนุษย์ถูกจำลองอยู่ในโรงแรมแคบๆ แห่งหนึ่ง ที่ๆ มนุษย์ในนั้นถูกเจ้าของโรงแรมสั่งสอนแกมบังคับให้ต้องหาคู่ให้ได้เพื่อชีวิตได้มีความสุขและได้รับการบริการที่ดีขึ้นไปด้วย

The Lobster

แต่ในหนังนั้นมันก็ไม่ได้มีอยู่แค่นั้น หนังยังแสดงให้เห็นถึงโลกอีกด้านที่นอกโรงแรมแห่งนั้น โลกที่มีผู้นำจอมเผด็จการผู้ยึดมั่นในการครองความเป็นโสด ผู้ใดละเมิดกฎหันมารักกันเองจะต้องถูกทำโทษ อาจจะมีคนทำตามกฎได้อยู่สักพักหนึ่ง แต่ก็ไม่วายแพ้ใจตัวเองยอมที่จะแหกกฎนั้น

โลกของคนโสด-เหงา กับคนมีคู่นั้นอยู่กันคนละฟากของเมือง ป่าทึบเป็นที่ของคนโสด โรงแรมเป็นที่คนเหงาที่กำลังหาคู่ เพื่อจะกลับไปอยู่ในเมืองที่คนมีคู่เท่านั้นที่จะอาศัยอยู่ได้ แต่ดินแดนระหว่างเขตทั้งสามก็ยังมีคนที่ข้ามไปข้ามมาอยู่เสมออย่างหลบๆ ซ่อนๆ หนังเสียดสีสังคมมนุษย์อย่างไม่ไว้หน้า ชนิดที่เรียกว่าจุกแล้วจุกอีก จัดเต็มด้วยนัยแห่งสัญญะ

โลกที่เต็มไปด้วยความย้อนแย้ง เสแสร้ง และยอมจำนน

ภาพสวย บ้างก็นิ่ง บ้างขำกลิ้ง บ้างก็สโลว์

หลายคนอาจจะสงสัยว่า แล้ว “Lobster” มันเกี่ยวยังไงกับเรื่องนี้ มันเป็นสัตว์ที่ตัวเอกอย่างเดวิดเลือกเอาไว้ครับ ส่วนสาเหตุที่ว่าทำไมจึงเลือกต้องไปรับชมในหนังเอาเอง

จะว่าผู้กำกับ/คนเขียนบทมันโรคจิตก็คงจะว่าได้แหละครับ เพราะโลกในนั้นแสดงประหลาดเหลือเกิน อาจมีบางทีจุดที่ยังไม่เข้าใจอยู่บ้าง แต่โดยรวมเชื่อว่ามันอาจจะต้องใช้สติปัญญาในการดูอยู่สักหน่อยแต่ไม่ได้ยากเย็นเกินสมองคุณจะแยกแยะมิได้

The Lobster

การดำเนินเรื่องของ ‘The Lobster’ ค่อนข้างหลากหลายและแนวพอประมาณ ถ่ายภาพออกมาค่อนข้างสวย เลือกมุมมองได้แปลกตาไม่แพ้เนื้อเรื่อง แต่บางครั้งก็เล่นกับภาพนิ่งๆ ในเราเฝ้าสังเกตพฤติกรรมตัวละครเอาเอง หากแต่บางครั้งก็อยากจะอาร์ต เพลย์ภาพสโลว์โมชั่นให้ดูกันเสียอย่างนั้น

บ้างก็ยิงมุกจิกกัดที่มนุษย์ยังต้องขำมนุษย์ด้วยกันเอง

นักแสดงสุดเยี่ยม

นอกจากนี่จะไม่ใช่หนังฮอลลีวูดที่ดำเนินเรื่องตามขนบที่เราคุ้นกันดีอยู่แล้ว หนังเรื่องยังถ่ายทำให้ไอร์แลนด์ โดยผู้กำกับ Yorgos Lanthimos (Alpeis, Kynodontas/Dogtooth) แถมยังได้นักแสดงทั้งที่คุ้นและไม่คุ้นชื่อมาร่วมงาน ที่คุ้นๆ กันก็คงจะเป็น Colin Farrell (Winter’s Tale, In Bruges) ที่ลงทุนขุนตัวเองให้อ้วนลงพุงเพื่อรับงานนี้ ได้สาวสวยของบอนด์คนล่าสุด Léa Seydoux มาเล่นเป็นผู้นำชาวโสด ได้ Ben Whishaw (คิว จาก Spectre) มาร่วมเล่นเป็นหนุ่มโสดขาเป๋ และยังได้ Rachel Weisz สาวสวยหน้าคมที่พระเอกได้เจอในป่าคนโสดแห่งนั้น

โดยรวมแล้ว ‘The Lobster’ ไม่ได้พูดถึงแต่ชีวิตโสดหรอก แง่มุมของชีวิตคู่ก็มีอยู่ในนั้น แต่มันถูกถ่ายทอดออกมาในลักษณะเสียดสี หนังพาเราไปไกลกว่าตัวอย่างค่อนข้างเยอะ แม้เนื้อหาจะดูจริงจัง เหมาะกับคนดูที่แสวงหาอะไรที่แปลกใหม่ ดูแล้วได้คิด แต่จริงๆ แล้วมันก็ไม่ได้ยากเกินไปหรอกนะ

ดูแล้วอยากจะโสดหรืออยากจะมีคู่…ก็คงแล้วแต่คุณนั่นแหละ

————————————-

PatScore PatScore: 4.5/5

ชื่อภาพยนตร์: The Lobster / โสด เหงา เป็น ล็อบสเตอร์
ผู้กำกับภาพยนตร์: Yorgos Lanthimos
ผู้เขียนบทภาพยนตร์: Yorgos Lanthimos, Efthymis Filippou
นักแสดงนำ: Jacqueline Abrahams, Roger Ashton-Griffiths, Jessica Barden, Colin Farrell, Rosanna Hoult, Léa Seydoux, Rachel Weisz, Ben Whishaw
ความยาว: 118 นาที
แนว/ประเภท: Comedy, Romance, Sci-Fi, Thriller
อัตราส่วนภาพ: 1.85 : 1
เรท: ไทย/, MPAA/
วันที่เข้าฉายในประเทศไทย: 19 พฤศจิกายน 2558
สตูดิโอ/ผู้สร้าง/ผู้จัดจำหน่าย: Canal+, Centre National du Cinéma et de L’image Animée (CNC), Ciné+, สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล

PatSonic Blog Comment

LEAVE A REPLY