SHARE
รีวิวหนัง: The Theory of Everything | สตีเฟ่น ฮอว์คิง กับ ทฤษฎีแห่งเวลา

ในช่วงนี้ มีหนังที่เข้าชิงออสการ์ดาหน้าเข้าโรงมาให้ดูกันหลายต่อหลายเรื่อง ทำเอาคอหนังยิ้มแฉ่งเพราะจะได้เข้าโรงหนังไปพิสูจน์ด้วยตัวเองว่า หนังมันดีจริงแค่ไหนถึงได้เข้าชิงรางวัลใหญ่ในปีนี้ วันนี้ ผมขอมาว่าอีกเรื่องที่เพิ่งดูกันไป “The Theory of Everything” หนังชีวประวัติของนักจักรวาลวิทยาที่เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก Stephen Hawking ที่ไม่มีแค่ความเป็นหนังชีวประวัติ เพราะมันยังเป็นหนังดราม่าและโรแมนติกอีกด้วย

The Theory of Everything / ทฤษฎีรักนิรันดร

แน่นอนว่า หนังเรื่องนี้โดดเด่นมาตั้งแต่ตัวอย่าง ที่ทำเอาหลายคนตั้งตารอคอยที่จะได้ชมด้วยตากันสักที ว่าหนังจะพูดถึงชีวิตรักของนักวิทยาศาสตร์ระดับอัจฉริยะของโลกไว้เช่นใดบ้าง เมื่อเอ่ยถึง สตีเฟ่น ฮอว์คิง คนนี้ก็คงจะไม่มีใครไม่รู้จักหนังสือเล่มดังของเขา “ประวัติย่อของกาลเวลา” เป็นแน่แท้ ซึ่งนั่นแหละคือส่วนหนึ่งของเรื่องราวที่เราจะได้พูดถึงกันในหน้านี้

Eddie Redmayne อาจจะยังไม่ถึงมีชื่อเสียงโด่งดังอะไรมากนัก เขาเคยรับบทเป็นชายหนุ่มที่ขโมยหัวใจของนางเอกชื่อดังใน ‘My Week with Marilyn’ และร่วมงานในหนังเพลงจากหนังสือดัง ‘Les Misérables’ มาแล้ว ดังนั้น จะเรียกว่าหน้าใหม่คงไม่ใช่แน่ๆ และในหนังเรื่องนี้ เขารับบทเป็นนักวิทยาศาสตร์ชื่อดังคนนี้นี่เอง

ชีวิตรักของเขานั้นเริ่มขึ้นตั้งแต่เริ่มเรื่องแล้ว เมื่อสตีเฟ่นพบเจอหน้าของเจน (Felicity Jones) ทั้งสองคนก็ดูเหมือนจะตกหลุมรักกันทันที ก่อนที่ความสัมพันธ์จะรุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว พร้อมๆ กับร่องรอยอะไรบางอย่างที่เกี่ยวกับอาการของสตีเฟ่นจะค่อยปรากฏเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

จนวันหนึ่งวันนั้น

โรคร้ายกำลังทำให้ประสาทสั่งการการเคลื่อนไหวร่างกายของสตีเฟ่นถดถอยลงเรื่อยๆ หมอให้ความเห็นว่า เขาจะอยู่ได้อีกไม่เกิน 2 ปี ทุกอย่างดูเหมือนพังทลายลงตรงหน้า ทว่า เจนรักเขาและเลือกที่จะดูแลเขาแม้ว่ามันจะเหลือ “เวลา” น้อยเพียงใดก็ตาม

ขณะที่ “เวลา” กลับเป็นสิ่งที่สตีเฟ่นเลือกเป็นหัวข้อวิทยานิพนธ์ ด้วยความหวังตั้งใจว่าจะต้องหาสมการหรือทฤษฎีเพียงหนึ่งเดียวที่จะอธิบายทุกสิ่งในจักรวาลได้ทั้งหมด เหมือนอุปสรรคจะมิอาจขวางกั้นพลังแห่งความตั้งใจของคนบางคนได้

แต่เหนือไปกว่านั้น พลังบางอย่างก็ทรงอานุภาพเกินกว่า

ตัวอย่างหนัง ‘The Theory of Everything’ [ซับไทย]

เพียงแค่หนังผ่านไปเพียง 20 นาทีกว่า ก็เล่นงานผมเสียหนักแล้ว ด้วยประสบการณ์ร่วมที่ผมมีกับสตีเฟ่น ผู้กำลังจะควบคุมการเคลื่อนไหวของแขนขาตัวเองไม่ได้ มันยังความรันทดในใจผมยิ่งนัก ประกอบกับการมีอีกคนที่รักอยู่เคียงข้าง มันคือความซาบซึ้งที่ไม่อาจหยุดกลั้นเอาไว้ได้

ความรักอาจเป็นคำตอบที่อธิบายได้ทุกสิ่งกระนั้นหรือ?

โปสเตอร์แบบที่สองของ The Theory of Everything / ทฤษฎีรักนิรันดร โปสเตอร์แบบแรกของ The Theory of Everything / ทฤษฎีรักนิรันดร

เรื่องราวของวิทยาศาสตร์การกำเนิดของโลก “เวลา” จักรวาล และหลุมดำ ถูกถ่ายทอดออกมาให้เข้าใจง่ายๆ ผสานไปกับงานภาพที่ต้องชื่นชมในความครีเอต

อย่างไรก็ตาม ชีวิตรักที่แสนรันทดยังคงดำเนินต่อมาเรื่อยๆ ก็อย่างที่รู้กัน สตีเฟ่น ฮอว์คิง มีชีวิตยืนยาวเกินกว่าที่หมอบอกเอาไว้มาก แต่ชีวิตและเรื่องราวเหล่านั้นอาจไม่เคยถูกเปิดเผยในวงกว้างมาก่อน ในช่วงเวลาที่เหลือ ผู้ชายคนนี้ ต้องพบเจอกับอะไรบ้าง กับการเป็นคนที่ไม่อาจจะเดินเหินอะไรได้ กำลังใจทั้งภายในและภายนอกเป็นสิ่งสำคัญยิ่งยวด การทุ่มเทกายใจเพื่อการแสดงเป็นคนเกือบพิการเช่นนี้นับเป็นความสำเร็จขั้นสูงในฐานะนักแสดงของ Eddie Redmayne บางครั้งเพียงแววตาก็บอกความรู้สึกได้ทั้งหมดโลกแล้ว

และคงไม่อาจมองข้ามความดีงามของ Felicity Jones ไปได้เลย เธอคืออีกคนที่บ่งบอกความสำคัญของการเป็นคนรักของนักวิทยาศาสตร์อัจฉริยะที่ช่วยเหลือตัวเองได้น้อยมากอย่างดีเยี่ยม แม้บทลงท้าย มันอาจไม่สวยงาม แต่มันก็พอรับกันได้มิใช่หรือ?

‘ทฤษฎีรักนิรันดร’ กลายเป็นหนังอีกเรื่องที่สร้างจากเรื่องจริง และทำได้ดีสมกับที่ได้เข้าชิง 5 รางวัลออสการ์ปีนี้

อีกจุดที่ต้องขอชม คือ งานภาพที่สดสวยอลังการ ไม่ว่าจะเป็นฉากความทรงจำที่ใส่สีเพี้ยนๆ ไปจากเดิม เพิ่ม noise เม็ดเล็กๆ เข้ามา พร้อมกับดนตรีเปียโนเพราะๆ ส่วนเพลงประกอบผลงานของ Jóhann Jóhannsson ก็ทำให้ภาพยนตร์ชีวประวัติเรื่องนี้

ดูโรแมนติกจับใจได้อย่างไม่น่าเชื่อจริงๆ

——————————————

PatScore PatScore: 4.0/5

ชื่อภาพยนตร์: The Theory of Everything / ทฤษฎีรักนิรันดร
ผู้กำกับภาพยนตร์: James Marsh (ผลงาน Shadow Dancer, Man on Wire)
ผู้เขียนบทภาพยนตร์: Anthony McCarten (screenplay), Jane Hawking (book)
นักแสดงนำ: Eddie Redmayne, Felicity Jones, Tom Prior, Harry Lloyd, Emily Watson
แนว/ประเภท: Biography, Drama, Romance
ความยาว: 123 นาที
เรท: ไทย/ , MPAA/PG-13
สัดส่วนภาพ: 2.35 : 1
วันเข้าฉายในประเทศไทย: 5 กุมภาพันธ์ 2558 (Sneak Preview ตั้งแต่ 29 มกราคม 2558 รอบ 2 ทุ่มเป็นต้นไป)
ผู้ผลิต/ผู้จัดจำหน่าย/สตูดิโอ: Working Title Films

PatSonic Blog Comment

2 COMMENTS

LEAVE A REPLY