SHARE
Transformers: Dark of the Moon | ทรานส์ฟอร์เมอร์ส 3 เร้าใจด้านภาพ แต่...

แล้วหนังที่ผมรอคอยที่สุดในช่วงซัมเมอร์นี้ก็เข้าโรงจนได้ ผมเองได้มีโอกาสเข้าไปชมด้วยตาตัวเองในโรงภาพยนตร์ ในวันแรกที่หนังเข้าฉายในประเทศไทย 28 มิถุนายน 2554 รอบค่ำๆ อย่างนี้ คงไม่อาจพลาดไปได้อย่างแน่นอน “Transformers: Dark of the Moon” ครับ

ทรานส์ฟอร์เมอร์ส 3

เย็นย่ำ ฝนกำลังทำท่าจะตกลงมา รีบเดินทางมุ่งหน้าสู่โรงภาพยนตร์ใหญ่บนห้าง CentralWorld วันนี้มีงานกาลาพรีเมียร์ของภาพยนตร์เรื่องนี้กันที่ลานหน้าห้างด้วย นับว่าโชคดีมากที่ฝนไม่ตกในช่วงเวลางาน แม้จะชุ่มฉ่ำกันอยู่บ้างก็ตาม สองหุ่นยักษ์ใหญ่ยืนรอเราอยู่ที่หน้างาน ก่อนจะได้มาเจอตัวจริงในโรง

ความคาดหวัง อาจนำมาซึ่งความผิดหวังได้ แต่หากปราศจากความคาดหวัง เราก็อาจขาดแรงจูงใจในการค้นหาซึ่งความสนุกเร้าใจ ขณะเดียวกัน ก็อาจทำให้เราได้พบกับบางสิ่งที่ทำให้เราสนุกกับหนังได้เช่นกัน

อย่างในหนังเรื่องนี้ ผมพกความคาดหวังเข้าไปดูมากพอควร เนื่องด้วย 1. เป็นหนังภาคต่อที่ติดตามมาทั้งสองภาค ภาคแรก ทำได้น่าประทับใจ ขณะที่ภาคที่สอง น่าผิดหวัง 2. อุตส่าห์ซื้อนิตยสารภาพยนตร์มาอ่านข้อมูลล่วงหน้า ซึ่งข้อมูลก็บอกว่า Michael Bay ผู้กำกับฯ และผู้อำนวยการสร้างฯ ทำการบ้านมาดี ตั้งใจจะล้มล้างความผิดในภาคที่สอง 3. การโปรโมตที่ยาวนาน สร้างการรับรู้กับแฟนหนังมากพอที่จะทำให้เกิดความคาดหวัง

หลังจากเล่าเรื่องขยายไปถึงอียิปต์และดินแดนทะเลทราย จนใครๆ ว่าออกทะเล(ทราย)ไปเสียแล้ว

มาภาคนี้ นัยว่าคือการกลับมาแก้ตัวอีกครั้ง ไม่ได้เพียงมาเล่าเรื่องบนโลกของเรา หากแต่ก็เล่าไปไกลถึงดวงจันทร์ ในช่วงเวลาของการแข่งขันทางด้านอวกาศของอเมริกาและโซเวียต ซึ่งความลับของการค้นพบถึงยานอวกาศขนาดยักษ์ของชาวเมกาทรอนได้ถูกค้นพบ และถูกเก็บงำมาตลอด 60 ปี ที่กำลังจะถูกเปิดเผยด้วยเหตุการณ์ครั้งสำคัญ เมื่อเหล่าดีเซ็ปติคอนเตรียมบุกยึดโลกเป็นดาวดวงใหม่ และด้วยกำลังอันน้อยนิดของออโตบอท ผู้เป็นพันธมิตรของเหล่ามวลมนุษย์ ก็มิอาจแม้จะต่อกร

ยังผลให้ครั้งนี้ มนุษยชาติจำต้องต่อสู้เพื่อมาตุภูมิของตนเอง…

Transformers: Dark Of The Moon Trailer ซับไทย

หนังพยายามจะโฟกัสการเล่าเรื่องของคนกลุ่มๆ หนึ่งที่เข้าไปอยู่ตรงกลางระหว่างสงครามของเผ่าพันธุ์หุ่นยักษ์ ออกจากโรงมา ผมมีความรู้สึกว่า Transformers 3 สนุกมันเร้าใจเฉพาะในช่วงครึ่งหลัง ขณะที่ครึ่งแรก หนังเล่นกับการเล่าเรื่อง และพยายามจะใส่มุขตลกเข้ามามากมาย แต่กลายเป็นว่า เจอแต่ตัวละครที่พูดรัวเร็ว ตะโกน พร้อมด้วยมุขอะไรก็ไม่รู้ ที่ไม่ก่อให้เกิดความฮาสักเท่าไร และด้วยบทพูดที่เยอะเกิน ทำให้อ่านซับให้ทันนั้นแสนยาก ทำความเข้าใจเรื่องให้ทันก็ยิ่งยากตามไปด้วย

ขณะที่การดำเนินเรื่องก็ดูสับสน ดูไม่เข้าใจที่มาที่ไปของบางตัวละครเท่าไหร่นัก

ตัวละครใหม่อย่าง Sentinel Prime ที่มีความสามารถระดับสูงสุดแล้วในเรื่อง กลับตัดสินใจอะไรบางอย่างที่ดูแปลกประหลาด และสุดท้าย ก็จบอย่างง่ายๆ เสียอย่างนั้น ขณะที่ Shockwave ก็ออกแบบมันได้ดูขึงขัง ดูร้ายกาจ แถมพ่วงด้วยเจ้าสว่านเลื้อยๆ ยาวๆ มาด้วย ทำให้เกิดฉากอลังการขึ้นมากมายในช่วงหลัง

ผมล่ะชื่นชมในฉากที่ใช้เทคนิคพิเศษต่างๆ ที่อยู่ในหนังเรื่องนี้มาก เพราะทำออกมาได้เนียน น่าตื่นตาตื่นใจ น่าคิดว่าจะดูดีแค่ไหนถ้าได้ดูแบบ 3D ถ้าจะถามความรู้สึกตัวเองว่า ชอบมากกวาภาค 2 มั้ย สำหรับผม Transformers 3 ดูสนุกกว่า ถ้าไม่นับส่วนแรกของหนัง และแน่นอน ประทับใจไม่เท่าภาคปฐมบท!

ภาคนี้ แม้ว่าจะ Optimus Prime จะกลายเป็นตัวละครที่เด่นสุดในบรรดาหุ่นด้วยกัน แต่ในใจของผม ยังคงรัก Bumblebee เป็นอันดับหนึ่งไม่มีเปลี่ยนแปลง

ทรานส์ฟอร์เมอร์ส 3 โปสเตอร์ 1 ทรานส์ฟอร์เมอร์ส 3 โปสเตอร์ 2 ทรานส์ฟอร์เมอร์ส 3 โปสเตอร์ 3

Shia LaBeouf ยังคงได้รับบทพระเอกขี้แพ้แต่ได้เป็นฮีโร่เช่นเคย ขณะที่ก็ไม่มีที่มาที่ไปของการมีแฟนคนใหม่เป็น Carly (Rosie Huntington-Whiteley) สักเท่าไหร่ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เธอมี กลับทำให้เราลืมคนเก่าไปได้เสียอย่างนั้น

นอกจากเทคนิคการด้านในช่วงครึ่งหลังอันตื่นตาแล้ว นางเอกใหม่ระดับนางแบบวิคตอเรียซีเคร็ตคนนี้นี่แหละ ที่เรียกได้ว่าซี้ดซ้าดยิ่ง ทั้งหุ่น ทรวดทรง และแววตา นับว่าโดนกว่า Megan Fox นางเอกคนเก่าอยู่หลายเท่า ข้อเสียจุดเดียวสำหรับผมก็คงจะเป็น “ปาก” นี่แหละครับ

ยังไงนี่ก็ยังเป็นความเห็นส่วนตัวนะครับท่าน

——————————-
ชื่อภาพยนตร์ : Transformers: Dark of the Moon / ทรานส์ฟอร์เมอร์ส 3
ผู้กำกับภาพยนตร์ : Michael Bay
ผู้เขียนบทภาพยนตร์ : Ehren Kruger
ผู้ทำเพลงประกอบภาพยนตร์ : Steve Jablonsky
นักแสดงนำ : Shia LaBeouf, Rosie Huntington-Whiteley, Patrick Dempsey, Tyrese Gibson,
แนว/ประเภท : Action, Adventure, Sci-Fi
เรท : USA PG-13, ไทย น13+
ความยาว : 152 นาที
สตูดิโอ/ผู้สร้าง/ผู้จัดจำหน่าย : Paramount Pictures, UIP
วันที่เข้าฉายในประเทศไทย : 29 มิถุนายน 2554

PatSonic Blog Comment

8 COMMENTS

  1. ผมไม่แน่ใจว่าตอนพระเอกไปสมัครงานกับบริษัทสุดท้าย หัวหน้าฝ่ายที่ไม่ชอบสีแดงให้เอาแก้วน้ำที่
    ลูกน้องนำมาวาง และก็บอกว่าที่นี่ชอบสีอะไร แล้วก็ฉายป้ายบริษัทสีเหลือง และตอนนางเองเอาของ
    มาให้พระเอกที่ บริษัท ก็มีสีแดงพระเองทำหน้าไม่ถูก หัวหน้าก็ไม่ชอบใจ
    หนังจะเสียดสีกีฬาสีเหลืองแดงของไทยเหลือป่าว ลองช่วยกันวิจารณ์หน่อย (ผมไม่ได้คิดมากนะ)
    ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงแสดงว่าต่างชาติเขามองเรา……

  2. ดู3D มาแว้ว ภาพแจ่มมาก แต่หนังมันหักมุมจากการ์ตูนไปชนิดที่คนนั่งดูการ์ตูนเรื่องนี้จังแทบตกเก้าอี้โดยเฉพาะ Skids มันทำออกมาได้หน้าตาไม่น่าฉลาดเลย (ไอ้1ใน2ตัวของหุ่นจิ๋ว ของ ออโตบอท)

    แถมพี่ เบย์ แกจบซะอดคิดไม่ได้ว่า เราจะได้เจอ prime ตัวใหม่แน่เลย


  3. Wut:

    ผมไม่แน่ใจว่าตอนพระเอกไปสมัครงานกับบริษัทสุดท้าย หัวหน้าฝ่ายที่ไม่ชอบสีแดงให้เอาแก้วน้ำที่
    ลูกน้องนำมาวาง และก็บอกว่าที่นี่ชอบสีอะไร แล้วก็ฉายป้ายบริษัทสีเหลือง และตอนนางเองเอาของ
    มาให้พระเอกที่ บริษัท ก็มีสีแดงพระเองทำหน้าไม่ถูก หัวหน้าก็ไม่ชอบใจ
    หนังจะเสียดสีกีฬาสีเหลืองแดงของไทยเหลือป่าว ลองช่วยกันวิจารณ์หน่อย (ผมไม่ได้คิดมากนะ)
    ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงแสดงว่าต่างชาติเขามองเรา……

    คิดมากแบบสุดๆ อย่าซีเรียสกับการเมืองขนาดนั้นครับ

  4. นางเอกไม่ใช่เป็นคนเก่าที่ร่วมต่อสู้อยู่ด้วยกันมาหรอกคับ เพียงแต่ว่าเปลี่ยนตัวนักแสดงนำหญิงเฉยๆ ในบทเดิม (ได้ยินมาว่าอย่างนั้น) แหะๆ

  5. เดี๋ยวจะเป็นการให้ข้อมูลผิดๆ กับคนอ่านบล็อก

    นางเอกภาคนี้ เปลี่ยนเป็นคนใหม่ แต่ไม่ได้แทนคนเก่าครับ เป็นตัวแสดงใหม่เลย นั่นก็คือ พระเอก แซม มีแฟนคนใหม่ หลังจากย้ายถิ่นฐานและจบออกมาทำงานแล้วนั่นเอง แต่ในเรื่องไม่ได้กล่าวถึงแฟนคนเดิมเลยแม้แต่น้อยครับ

LEAVE A REPLY