SHARE

ช่วงหลังๆ นี่ ดูเหมือนผมจะเขียนเรื่องหนังล่าช้าไปเสมอๆ เข้าโรงไปดูมาแล้วหลายวัน เพิ่งจะเริ่มหยิบมาเขียน ด้วยธุระปะปังแบบคนว่างงาน ทำให้ได้เพียงแวะมาดูว่ามีใครเม้นอะไรไว้บ้างเท่านั้น แต่เมื่อถึงวันนี้ มันคงได้เวลาที่จะลุกขึ้นมาเขียนสักทีแล้วล่ะ

เมื่อวันก่อน ผมได้ตีตั๋วเข้าไปดูหนังมาครับ “X-Men Origins : Wolverine”

Wolverine กำเนิดคนกลายพันธุ์ X-Men

เท่าที่ผมจำได้ ผมเคยเห็นชื่อโปรเจ็กต์ “Wolverine” นี้ในเว็บไซต์ IMDB ผมคาดว่า มันคงเป็นหนังที่หาทางเล่าในแบบใหม่ เลือกเล่าเฉพาะแคแรคเตอร์ และเมื่อตัวละครหลักที่มีปมชัดเจนที่สุด เป็น Wolverine ยังไงก็คงหลีกไม่พ้นต้องเล่าตัวละครตัวนี้อย่างแม่นมั่น

ไม่ทันไร โปรเจ็กต์นี้กลับมีชื่อใหม่เป็น “X-Men Origins : Wolverine” นั่นหมายถึง เขาตั้งใจจะเล่าที่มาที่ไปของเหล่าผู้กลายพันธุ์โดยเน้นไปที่การเล่าถึง Wolverine เป็นหลัก และเล่าถึง Mutant คนอื่นๆ ในฐานะตัวประกอบ

แล้วหนังภาคนี้ก็พาเราย้อนไปถึงวัยเด็กของ Logan (Hugh Jackman) เลยทีเดียว ทำให้ผู้ชมได้รับรู้อดีตของซูเปอร์ฮีโร่ที่มีปมตั้งแต่ยันโต แต่ยังยืนหยัดที่จะปกป้องตัวเองและผู้อื่นมากกว่าการเข่นฆ่าด้วยสัญชาตญานดิบเฉกเดียวกับพี่ชายนาม Victor Creed (Liev Schreiber) ที่เป็นมนุษย์กลายพันธุ์ด้วยกัน

นอกจากนี้ ยังมีเหล่าตัวละครมนุษย์กลายพันธุ์ต่างความสามารถพิเศษเหนือมนุษย์โผล่มาอีกมากมาย จนไม่อยากจะนับ หลายตัวเป็นตัวเด่นในภาคนี้ แต่กลับไม่ได้ไปต่อ หากหลายตัวที่ยังอ่อนวัย จะเหลือรอดเพื่อไปลุยในกาลต่อมา

X-Men Origins :Wolverine X-Men Origins :Wolverine (French)

ตัวที่เห็นจะโดนสุดของผม ก็คงจะเป็น Kayla Silverfox ที่ได้รับบทเด่น ได้เซอร์ไพรส์คนดูด้วยมุขหักมุมเล็กๆ (เชื่อว่า หลายคนคงเดาทางได้) แต่กลับตกรอบ ที่โดนสุดไม่ใช่อะไรหรอก ก็เธอหน้าตาดีสุดในภาคนี้แล้วนี่ (แสดงโดย Lynn Collins)

เจ้าอาวุธสามง่ามที่ออกมาตรงซอกนิ้วมือนั้น ดูกระจอกงอกง่อยไปเลย เมื่อเขาถูกชุบตัวด้วย Adamantium พร้อมด้วยความอยู่ยงคงกระพันก็เพิ่มขึ้นมาหลายเท่าเช่นกัน หลายคนว่า ภาคนี้มันดูแปลกไป ไม่เหมือนอย่างเช่น X-Men Trilogy เป็นมา ผมเองก็ต้องยอมรับตามตรงว่า จำความรู้สึกในช่วงที่ดู 3 ภาคนั้นไม่ค่อยได้ แต่จากการสอบถามหมูน้อย เธอว่า ภาคนี้มันเน้นดราม่ามากขึ้น อาจเป็นเช่นนั้นก็ได้ที่ทำให้มันต่างออกไป

ผมไม่คิดมาก ฮีโร่ก็ต้องมีหัวใจแม้จะตายยากแค่ไหนก็ตาม

เท่าที่ผมได้จากหนังเรื่องนี้? Logan เกิดที่แคนาดา เพราะฉะนั้น เขาจึงเป็นแคเนเดียน (แหงสิ) ก่อนจะถูกชักชวนมาร่วมแก๊ง X ซึ่งต่อมามันก็กลับกลายเป็นแก๊งตัวโกงไปในที่สุด ขณะที่แก๊งตัวเอกที่กำลังจะเกิดขึ้นมา ก็นำโดย Dr.X เลยทำให้ยังคงเป็นเผ่าพันธุ์ X วันยันค่ำ

เรื่องราวสนุกใช้ได้ ตัวละครมีปม แต่บางตัวก็มีวิธีคิดแบบแปลกๆ ดำเนินเรื่องได้สนุกตลอดเรื่อง แต่ไคล์แมกซ์ก็กลับไม่โดดเด่นเท่าไหร่

น่าสงสารที่ตัวหนังที่ยังอยู่ช่วงการตัดต่อนั้น กลับเล็ดรอดออกมา ทำให้หลายคนสงสัยในความเนียนของ CG ของ “X-Men Origins : Wolverine” ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่า ทีมงานทำ CG ต้องรีบเร่งทำเพื่อไม่ให้ระยะเวลามันทอดยาวออกไป ยิ่งทิ้งไว้นาน ยอดขายของหนังก็อาจยิ่งลดฮวบ เพราะคนได้ดูภาคที่ตัดต่อไม่สมบูรณ์ไปเรียบร้อย แล้วใครจะเข้าไปดูในโรงเล่านั่น หรือหากไม่ใช่เช่นนั้น อาจจะมีคนเถียงว่า วันกำหนดฉายได้ถูกกำหนดไว้แล้ว ต่อให้ไม่หลุด ก็น่าจะฉายด้วยคุณภาพเท่านี้อยู่ดี อันนี้ ก็คงต้องปล่อยให้ทีม CG รับไปแล้วกัน

เข้าไปดูในโรงอย่าลืมรอดูจนถึงหลัง End Credit แล้วจะรู้ว่า คุ้มค่ากับการรอเสียจริ๊งๆ

ดูจากโปสเตอร์ ไม่ได้มีแค่ประเทศเราหรอกนะ ที่ฉายก่อนอเมริกา

————————————

เคยได้ยินว่า นอกจากภาคแยกอย่าง “Wolverine” แล้ว ทีมงานและท่านฮิวจ์ก็ยังมีโครงการจะทำภาคแยกของตัวละครตัวอื่นๆ อีกด้วย แฟนานุแฟนของ X-Men ก็อย่าลืมติดตามไปกันต่อไปก็แล้วกัน ผมไม่เคยอ่านการ์ตูนเรื่องนี้มาก่อน แต่ได้ยินเขาบอกกันว่า เรื่องราวมันถูกเขียนขึ้นโดยคนหลายคน บางครั้งมันจึงไม่ค่อยต่อเนื่องกัน อยู่ที่ทีมงานแล้วล่ะ ที่่จะเลือกหยิบมาเล่ากันยังไงให้ต่อกันเนียนมากที่สุด

เพราะแน่นอนว่า …

ระหว่าง “X-Men Origins: Wolverine” และ “X-Men” ภาคแรกนั้น ยังมีเรื่องราวระหว่างนั้นอยู่ไม่น้อยที่ยังไม่ถูกเล่า

PatSonic Blog Comment

6 COMMENTS

  1. น่าจะทำอีกแบบบอกที่มาที่ไปของตัวละครเด่นๆใน X-MEN แต่ละตัว น่าจะดีมาก แต่…มันจะมีกี่ภาคละถึงจะหมด อิอิ

  2. ยังไม่ได้ไปดูเลยอะคับ ,,

    หาโอกาสอยู่เหมือนกันคับ ,,

    คงต้องรอไปอีกซักระยะ ก่อน ,, อิอิ (สุดท้ายออกจากโรง)

  3. CG บางฉาก (โดยเฉพาะช่วงใกล้จบ) ไม่เนียนมากๆ ไม่น่าให้อภัย -“-

  4. หนังดูสมจริงขึ้น จากภาคที่ผ่าน ๆ มาครับ ยอมรับว่าเป็นแฟนเอ็กเม็น แต่ไม่ชอบทั้งสามภาคที่ผ่านมามาก ๆ เพราะเนื้อเรื่องอ่อนด้วย ไม่ให้โอกาสใครได้เด่น ยกเว้นวูฟเวอร์รีนคนเดียว ทั้ง ๆ ที่ตัวอื่นน่าจะทำได้ดีกว่านั้น

    แต่ภาคนี้ ทำให้ยิ้มออกกับเนื้อเรื่องมากขึ้น ทำให้เชื่อมากขึ้น แต่ก็มีหลาย ๆ ตอนครับที่ดูแล้วขัดใจ เช่นการที่ คนที่เทเลพอร์ตได้คิดว่าจะสามารถเอาชนะ พี่ชายพระเอกได้ โดยหมัดเปล่า ๆ ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าหมอนี่เป็นอำมตะ หรือตอนที่วูฟฯไปช่วยเด็ก ๆ ที่ถูกขัง ด้วยวิธีแสนจะสามัญ ก็แค่ตัดกรงเหล็ก ถ้าเป็นแค่นั้นจริง ๆ ไซคอร์ปซึ่งโดนขังอยู่ก็ทำได้ และทำได้ดีกว่าด้วย (หนึ่งในความใจแคบของสามภาคแรก ที่มีให้เห็นในภาคนี้)

    แล้วตัวร้ายที่เราคิดว่า ไม่มีทางเอาชนะได้ ก็ตายง่ายแสนง่ายจนไม่น่าเชื่อ

    แต่ถึงยังงั้น ผมก็ยังรอดูภาคต่อ ๆ ไปอยู่ดีครับ

    ผมก็เช่นกัน ผมไม่ได้ดื่มเพื่อลืม .. แต่ดื่มเพื่อจำครับ ^^

  5. […] ใกล้เข้ามาทุกทีแล้วนะ สำหรับหนังไซไฟผจญภัยจากหนังสือดัง ที่โปรยหัวขึ้นมาด้วยวลี บัญชาการด้วยมันสมองอัจฉริยะ โค่นกองทัพศัตรูด้วยวิถีแห่งเกม ปฏิวัติสงครามไซไฟสู่จุดเริ่มต้นครั้งใหม่ ‘Ender’s Game เอนเดอร์เกม สงครามพลิกจักรวาล’ ที่เป็นผลงานการกำกับของ Gavin Hood เจ้าของผลงานภาพยนตร์ซุปเปอร์ฮีโร่ฟอร์มยักษ์ ขวัญใจผู้ชมทั่วโลกอย่าง ‘X-Men Origins: Wolverine’ […]

LEAVE A REPLY