SHARE

มาถึงบทความตอนที่สองสำหรับวันที่สองของการเข้าร่วมงานใหญ่ “มันใหญ่มาก” หรือในชื่อเต็มที่เขียนอย่างไทยๆ ว่า “บิกเมาน์เทน มิวสิก เฟสติวัล ครั้งที่ 2” เทศกาลดนตรีที่มีความใกล้เคียงกับเทศกาลดนตรีของหลายๆ ชาติที่มีชื่อเสียงระดับโลก

เล่าเรื่อง บิกเมาน์เทน มิวสิก เฟสติวัล ครั้งที่ 2 | วันสอง

จากประสบการณ์ที่ได้มาร่วมงานในครั้งแรก ทำให้ครั้งนี้ ผมเลือกที่จะพักข้างนอกมากกว่า เพราะการนอนในเต็นท์กลางแจ้งในคืนที่กลับมายังเต็นท์ของตัวเองตี 2 ตี 3 นั้นหมายถึง การมีเวลานอนเพียงไม่กี่ชั่วโมง ก่อนตะวันจะส่องก้น การเลือกนอนที่บ้านเพื่อนยิ่งชิลล์กว่ามาก เพราะจะตื่นเมื่อไหร่ก็ได้ อาบน้ำตอนไหนก็ได้นั่นเอง

ฟังดูไม่เหมือนมางานเทศกาลดนตรีเท่าไหร่เลยเนอะ!

วันเสาร์ 11 ธ.ค. 2553

สมาชิกตื่นกันสายโด่งเลยเชียว กว่าจะลุกขึ้นทานข้าว อาบน้ำกันได้ ความอ่อนล้ายังไม่ปรากฏให้เห็น เพราะวันแรกเราไม่ได้เคลื่อนกายมากเกินไปนัก ตามประสาคนเจียมสังขาร เรายังคงเลือกที่จะปักหลักหน้าเวทีวัว Cow Stage กันต่อไป แม้ใจอยากจะแว้บไปดูเวทีใหญ่ Main Stage กะเขาบ้างก็ตาม

วันที่สองเรามาถึงงานประมาณบ่ายสามสี่สิบ เร็วกว่าวันแรกไปชั่วโมงนึง

วันนี้ เราไม่ได้เห็นแถวยาวรับสายรัดข้อมือแล้ว จากประสบการณ์เมื่อวาน วันนี้ เราเลยไม่ถือขนมนมเนยเข้างาน แต่เปลี่ยนไปถือหมอนแทน แม้วันก่อนจะหนาวนิดๆ เสื้อกันหนาวตัวบางๆ ที่ติดไปไม่เคยถูกหยิบมาใช้ แต่วันนี้ก็ยังอุตส่าห์ติดมือไปตามเคย และพบว่า วันนี้มันร้อนกว่าเมื่อวานอีกอะ

เล่าเรื่อง บิกเมาน์เทน มิวสิก เฟสติวัล ครั้งที่ 2 | วันสอง

วันนี้ เริ่มต้นการเข้าร่วมงาน Big Mountain Music Festival ครั้งที่ 2 วันที่สอง ด้วยการแวะอุดหนุนชาเขียวปั่นของ Amazon ร้านโปรดของเพื่อน สิ่งที่สังเกตได้อย่างหนึ่งก็คือ ปีนี้ บูธของสปอนเซอร์เยอะขึ้น และมาเรียงแถวกันอยู่ข้างๆ Main Stage ดักคนเพิ่งเข้างานได้เป็นอย่างดี

แต่ดูจะทำให้ร้านค้าในโซนตลาดเสียตลาดไปไม่น้อยทีเดียว

หลังจากได้ชาเขียวปั่นถ้วยโปรด ก็เดินงุดๆ ไปยังเวทีวัว Cow Stage ทันที หมายมั่นปั้นมือไว้ว่า น่าจะทันโชว์ของ ปู วิจิตรา & The Rabbit ที่ได้ยินมาตั้งแต่เริ่มรอคิวซื้อ แต่พอไปถึงนั่นเป็นเพลงสุดท้ายของปูเสียแล้ว เลยได้แต่โบกมือให้ในขณะที่ปูหันมาพอดี ปูโบกมือตอบด้วย แต่จำได้มั้ยว่า “ตูเป็นใคร” เหอๆ

แล้วก็มาต่อกันด้วยโชว์ของ พี่เจี๊ยบ วรรธนา ร้องเพลงน่าฟังเช่นเคย เหลือบไปเห็น พี่อ๋อ นล สิงหลกะ (อ๋อ Inca) ตีกลองให้ด้วย โอ้ พี่ท่านยังคงเล่นดนตรี แต่ร่างอวบขึ้นเยอะเลยนะพี่

เล่าเรื่อง บิกเมาน์เทน มิวสิก เฟสติวัล ครั้งที่ 2 | วันสอง

ดูท่าวันนี้ คงต้องปักหลักอยู่ที่เวทีวัว Cow Stage เช่นเคย ดูโชว์ของศิลปินต่างๆ ไล่กันไป ตั้งแต่ สิงโต นำโชค ตกค่ำก็เป็น Clementine ศิลปินบอสซ่าฝรั่งเศส ร้องเพลงเพราะ แต่โชว์ไม่เร้าใจ หลายคนเริ่มเอนหลังซ่อนตาดำกันเป็นแถว ช่วงนี้ วัวบ้า Mr.Steak เริ่มแปลงร่างเป็น “วัวแมว” เพราะ Clementine หยิบเอาเพลงประกอบอะนิเมะมาทำเป็นบอสซาโนวา เนื้อฝรั่งเศส นั่นเอง

แล้วก็มาต่อกันด้วย Singular วงที่หลายคนรอคอย สังเกตได้จากที่มีสาวๆ เข้ามานั่งและยืนรอกันเต็มพื้นที่ ตรงไหนที่พอจะมีที่ว่างระหว่างเสื้อ ก็จะกรูกันเข้าไป พอสองหนุ่มขึ้นมาโชว์ ทุกคนก็จะลุกขึ้นเต้นและร้องอย่างมีความสุข และจากไปพร้อมๆ กับโชว์ของพวกเขาที่จบลง

ตั้งใจมาดู Singular กันจริงๆ นะตัวเธอ

โอเค เราข้ามไปถึงโชว์ถัดมากันเลย คราวนี้เป็นของ Calories Blah Blah วงสองหนุ่ม อ้วนกับผอม คนนึงร้อง คนนึงเล่นกีตาร์ ใช้ความตลกสร้างจุดขายในการโชว์พอๆ กับลีลาการร้องที่แสนเพราะจับใจ แซว Singular เล็กน้อยแต่เรียกเสียงฮาได้ดี พวกคุณไม่หลงทางหรอก พวกคุณทำดีแล้ว และพิสูจน์อะไรมาได้ตั้งเยอะแล้ว เชื่อผมสิ

เล่าเรื่อง บิกเมาน์เทน มิวสิก เฟสติวัล ครั้งที่ 2 | วันสอง

หลังจากสองหนุ่มแสดงจบลง ผมก็ยังอยู่ตรงนั้นไม่ไปไหน เพราะกำลังรอโชว์จากน้องสาวหน้าหมวยนาม Lula มาโชว์เสียงใสกับวงแบ็คอัพแบบฟูลแบนด์ หลังจากวันก่อน เธอขึ้นเป็นแขกรับเชิญให้กับ Soul After Six มาวันนี้ เธอแขกรับเชิญถึง 2 คนนั่นคือ ติ๊ก Playground กับเพลง “อย่ามองมาได้มั้ย” และ ตุล ไวทูรเกียรติ แห่ง อพาร์ตเมนต์คุณป้า

เล่าเรื่อง บิกเมาน์เทน มิวสิก เฟสติวัล ครั้งที่ 2 | วันสอง

สิ่งหนึ่งที่ผมสังเกตได้ใน Big Mountain Music Festival ครั้งนี้ก็คือ นี่เป็นเทศกาลดนตรี ที่มีการรียูเนียนของศิลปินกลุ่มที่ห่างหายไปหลายวงมาก ไม่ว่าจะเป็น Pru อันนี้ โชว์ที่ Main Stage ผมไม่ได้ไปดู, Soul After Six ที่เล่นไปเมื่อวาน, แล้วยังมี Hydra และ P.O.P อีก การกลับมารวมตัวกันเล่นโชว์ในที่แห่งเดียวกัน มันช่างพิเศษอะไรเช่นนี้

ผมยืนถ่ายรูป และแหกปากร้องเพลงทุกเพลงของ Hydra และ P.O.P อยู่หน้าเวทีเหมือนเช่นเคย

เล่าเรื่อง บิกเมาน์เทน มิวสิก เฟสติวัล ครั้งที่ 2 | วันสอง

แต่ก่อนที่ผมจะได้ดู P.O.P ต่อด้วย Jetset’er และ Lipta ผมขอออกไปเดินเก็บโน่นนี่นั่นสักประเดี๋ยวนึงก่อนแล้วกันนะ

ผมเดินไปยังหลังเวทีใหญ่ Main Stage พบกับชิงช้าสวรรค์ทั้งเจ็ด เลยเก็บภาพมาฝากกันเล็กน้อย ข้างเคียงกันนั้นเป็น “ศาลากลาง” จุดที่เป็นเหมือนหอกระจายข่าว เป็นจุดรับเรื่อง “Lost & Found” ไปในตัว หันหน้าตรงไปยังเวทีวัว Main Stage อยู่ที่เวทีนั้นจะได้ยินเสียงแทรกมาบ่อยช่วงระหว่างเพลง ถัดไปอีกเล็กน้อย คือ Durian Stage เวทีหน้าตาประหลาดยกพื้นสูง ที่เขาว่าแยกเสียงเข้าลำโพงรอบทิศ เปิดเพลงตี๊ดๆ น่าสนุก แต่เห็นจำกัดคนขึ้นก็เลยต้องขอบาย

ถัดไปอีกหน่อย คือ โซนตลาด ที่ดูเงียบเหงาผิดจากครั้งก่อน แรกๆ ผมก็ยังหาเหตุผลไม่ได้ พอกลับมาถึงได้คิด น่าจะเป็นเพราะร้านรวง/บูธขายของกินประเภทกึ๋งสำเร็จที่อยู่แถวข้างเวทีใหญ่ Main Stage นั่นเอง ที่คอยดักคนไม่ให้เดินไถลไปไกลถึงตลาด ขณะที่เวที District 9 ก็ยังคงเงียบเหงาเป็นหนที่สอง ด้วยแนวเพลงที่เฉพาะกลุ่ม อยู่ไกลสุดจากชุมชน พอๆ กันกับโรงหนัง Siam ก็ดูจะร้างผู้คนเช่นกัน

เล่าเรื่อง บิกเมาน์เทน มิวสิก เฟสติวัล ครั้งที่ 2 | วันสอง

เท่าที่ผมพบเห็น ผมพบว่า มีบางจุดที่วางถังขยะแบบแยกประเภท ซึ่งก็ไม่มีใครไปยืนให้คำแนะนำที่จุดนั้น ขณะที่การประชาสัมพันธ์เรื่องจุดที่สูบบุหรี่ได้ก็ไม่ช่วยอะไรมากนัก เพราะพบเห็นหลายคน (แปลกที่ล้วนเป็นผู้หญิง) ในบริเวณเวทีวัวยังคงจุดบุหรี่สูบกันอย่างเอาเป็นเอาตาย ไม่แคร์ว่าใครจะมองหรือเดือดร้อนอะไรจากควันบุหรี่ของตน ขณะที่การจำหน่ายเครื่องดื่มมึนเมา ก็ไม่พบว่ามีการตรวจเข้มเรื่องอายุแต่อย่างใด พบเห็นวัยรุ่นหลายคนเมามายเกินความจำเป็น ขณะที่คนที่มีอายุแล้ว กลับไม่พบเห็นอาการเช่นนั้น แสดงให้เห็นว่า การแบ่งสีด้วยสายรัดข้อมือไม่ถูกใช้ให้เป็นผลในทางปฏิบัติ

หันกลับมาที่เวทีวัว Cow Stage อีกครั้ง

หลังโชว์ของ Armchair จบลง ผมก็รีบรุดไปหน้าเวที ถ่ายภาพของ P.O.P ผู้กลับมารวมกันอีกครั้ง ทั้ง นภ-ก้อ-โต้ง สมาชิกดั้งเดิม ผนวกด้วยสมาชิกคุ้นหน้าคุ้นตา ซี สมเกียรติ และ เจอร์รี่ ศศิศ ไม่ได้ฟังเสียนาน เนื้อหลุดหายไปบ้างบางท่อน แต่ยังมีความสุขอยู่

เล่าเรื่อง บิกเมาน์เทน มิวสิก เฟสติวัล ครั้งที่ 2 | วันสอง

ขณะที่ Jetset’er และ Lipta โชว์ถัดมาก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ดึกๆ เช่นนี้ (ขณะนั้นเลยเที่ยงคืนไปแล้ว เลทตามเคย) ต้องงัดเพลงสนุกๆ มาดึงความสนใจผู้ชมเท่านั้นถึงจะอยู่หมัด

Jetset’er ปิดท้ายโชว์ด้วย “จูบ” และ Lipta ก็ปิดท้ายโชว์ของตัวเองด้วย “ฝึน”

เล่าเรื่อง บิกเมาน์เทน มิวสิก เฟสติวัล ครั้งที่ 2 | วันสอง

แล้วก็ได้เวลากลับกันแล้วสินะ คืนนี้ อยู่กันดึกเป็นพิเศษ ตีสาม กว่าจะได้นอนก็ปาไปตีสี่ ไม่สามารถทำตามคิวที่ตั้งไว้ในใจได้แน่ๆ

—————————-

วันอาทิตย์ 12 ธันวาคม 2553

พลพรรคพากันตื่นสายเพราะนอนกันดึก สุดท้ายกว่าจะออกเดินทางกันได้ก็ล่วงไปหลังเที่ยง พวกเราไม่แวะจุดใดๆ ระหว่างทางนอกจาก Dairy Home แวะซื้อไอศกรีมและนมสด ก่อนจะเดินทางต่อทันที

พบว่า หลายๆ คนก็เดินทางกลับพร้อมๆ กับเรา สังเกตได้จากหลังคาและฝากระโปรงรถที่มีสีฝุ่นแดง เราจะรู้ได้ทันทีว่า คันไหนมาจากเทศกาล “บิกเมาน์เทน มิวสิก เฟสติวัล ครั้งที่ 2” ขนาดขับผ่านด่านเก็บค่าธรรมเนียม ยังเจอพนักงานสอบถามด้วยความสงสัยเลยครับ

รถของเราวิ่งเข้าถนนวงแหวน เพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรที่แออัดของวันสุดท้ายของวันหยุดยาว แล้วในที่สุด เราก็มาถึงกรุงเทพฯ ก่อนจะแยกย้ายกลับบ้านใครบ้านมัน น่าแปลกที่ผมเดินเที่ยวงานอย่างไม่รู้สึกเหนื่อย แต่พอกลับบ้าน ดันรู้สึกเนือยๆ อย่างบอกไม่ถูก

อ้อ ลืมไป ยังไม่ได้ซักรองเท้าเลยนี่หว่า!

PatSonic Blog Comment

3 COMMENTS

  1. เอ้ย! ยังไม่ได้ซักรองเท้าเหมือนกัน !!

  2. lipta โชว์มันมาก แดนซ์ลืมบ้านเลขที่เลย

    เสียดายอยากดู Pru มาก ๆ ๆ

    ไม่รู้ด้วยว่าพรู จะมาขึ้นคอน ไม่งั้นจะไปดู

LEAVE A REPLY