SHARE

ถ้าจะพูดถึงเทศกาลดนตรีในประเทศไทย ที่ดูเป็นเทศกาลดนตรีขนาดใหญ่ และเต็มรูปแบบเฉกเช่นเทศกาลดนตรีที่มีชื่อเสียงในระดับโลก ณ ตอนนี้ ก็คงจะมีอยู่เทศกาลเดียวเท่านั้นกระมัง นั่นคือเทศกาลดนตรี “Big Mountain Music Festival” เพราะนอกนั้นแล้ว ยังคงลักษณะของเทศกาลดนตรีขนาดย่อม หรือไม่เต็มรูปแบบนั่นเอง

ป๋าไม่กลัวน้ำร้อน พ็อคเกตบุ๊คของป๋าเต็ด

ผมได้อ่านเรื่องราวบทหนึ่งที่อยู่ในหนังสือ “ป๋าไม่กลัวน้ำร้อน” พ็อคเกตบุ๊คเล่มแรกในชีวิตของ ป๋าเต็ด – ยุทธนา บุญอ้อม มันดูจะเข้ากับเรื่องที่ผมกำลังอยากพูดถึงอยู่พอดี เลยคิดว่าจะเก็บบทๆ หนึ่งในพ็อคเกตบุ๊คเล่มนี้มาฝากกัน มันเกี่ยวกับเทศกาลดนตรีระดับโลกที่มีชื่อว่า “Glastonbury Festival”

เทศกาลศิลปะและดนตรีบนทุ่งหญ้าที่นับว่าใหญ่ที่สุดในโลก จัดขึ้นทุกปีที่ Worthy Farm เมือง Pilton ประเทศอังกฤษ เริ่มตั้งแต่ 1970 เป็นต้นมา แม้ไม่ได้จัดทุกปี แต่ก็ยืนยงมาได้ถึง 40 ปีเลยทีเดียว ด้วยพื้นที่ขนาดใหญ่ จนสุดปัญญาที่คนหนึ่งคนจะได้เดินได้ครบทุกจุด ไม่เพียงเฉพาะการแสดงทางดนตรีเท่านั้น ยังมีศิลปะด้านอื่นๆ ด้วย เช่น การเต้นแขนงต่างๆ, โชว์ตลก, โชว์ละครสัตว์ และคาบาเรต์ ด้วยพื้นที่ขนาด 900 เอเคอร์ (หรือ 3.9 ตารางกิโลเมตร) งานถูกจัดขึ้นยาวนาน 4-5 วัน มีโชว์เล่นกันตลอดทั้งวันทั้งคืน นับวันงานนี้จะยิ่งใหญ่โตขึ้นเรื่อยๆ ข้อมูลจาก Wikipedia บอกว่า ในปี 2007 บอกว่า มีการแสดงกว่า 700 โชว์ ใน 80 เวที และมีผู้คนเข้าไปอยู่กันในนั้นถึง 177,000 คนเลยทีเดียว

Glastonbury Festival เทศกาลศิลปะและดนตรีที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ข้อมูลจากหนังสือของป๋า ระบุว่า พี่กอล์ฟ ทีโบน วงดนตรีของไทยที่เคยไปโชว์ที่นั่นมาแล้ว แนะนำกับป๋าไว้ถึงอุปกรณ์จำเป็น 4 อย่างที่ต้องเตรียมไปในเทศกาลศิลปะและดนตรีงานนี้ นั่นคือ

ผ้ายาง

แน่นอนว่า การไปนั่งดูคอนเสิร์ต หรือโชว์อะไรทั้งหลายแหล่ ผ้ายางเป็นสิ่งจำเป็น สำหรับคนไทย เสื่อ ก็เป็นของสำคัญอีกชิ้นหนึ่งในหมวดนี้

รองเท้าบู๊ต

ด้วยมันคืองานที่จัดขึ้นในประเทศอังกฤษ ซึ่งก็รู้ๆ กันอยู่ว่า ฝนมันพร้อมจะตกได้ทุกเมื่อ งานนี้ หลายๆ ครั้งจึงกลายเป็นทะเลโคลน รองเท้าบู๊ตชนิดยาวถึงเข่าจึงเป็นจำเป็นมาก ไม่งั้นจะเอาโคลนไม่อยู่ ภาพของเทศกาล Glastonbury มักมีภาพของโคลนปะปนอยู่ด้วยเสมอ

Glastonbury Festival มีโคลนเสมอ ต้องพึ่งรองเท้าบู๊ต

เอียร์ปลั๊ก

ในเมื่องานมันมีทั้งวันทั้งคืน ติดต่อกันยาวนานถึง 4-5 วัน การเก็บพลังไว้สนุกวันต่อไปจึงสำคัญมาก และจำเป็นต้องนอนให้หลับภายใต้สภาวะครึกโครมรอบข้าง เอียร์ปลั๊กจึงเป็นอุปกรณ์สำคัญที่ทำให้คุณหลับลงได้

หน้ากากกรองอากาศ

ดูเป็นอุปกรณ์ที่ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับเทศกาลดนตรีไปได้เลยนะ สำหรับเจ้า “หน้ากากกรองอากาศ” เนี่ย แต่สภาพของห้องส้วมที่นั่น “นรกมาก” เพราะเป็นส้วมหลุมไม่มีน้ำราด วันนึง มันจะกองขึ้นมาเป็นภูเขา ถ้าไม่มีหน้ากากช่วยไว้ คุณอาจจะไม่รอดเอาได้นะ เหอๆ

40th Glastonbury festival

———————

ดูเหมือนงานนี้ใหญ่มากๆ เลยใช่มั้ยครับ ใช่ “มัน ใหญ่ มาก” ของจริงเลยล่ะ

หากจะลองแว้บไปดู “Fuji Rock Festival” เทศกาลดนตรีร็อกที่มีชื่อเสียงของประเทศญี่ปุ่น เขาจัดกัน 3 วัน 3 คืน ที่ Naeba Ski Resort ในเมือง Niigata กลายเป็นเทศกาลดนตรีที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น มีคนไปเที่ยวงานนี้ถึงครั้งละกว่า 1 แสนคนเลยทีเดียว แต่มันกลับได้ชื่อว่าเป็น “The cleanest festival in the world” เพราะมีระบบการรีไซเคิลที่ผู้คนเขาแข็งขัน ทิ้งขยะในถุงของตัวเอง และคัดแยกขยะด้วยจิตสำนึก ขยะบางส่วนของงานครั้งนี้ จะเปลี่ยนกลายมาเป็นถุงขยะในงานครั้งหน้า

ซึ่งเมื่อมองดูภาพของ Glastonbury Festival ก็มีระบบการรีไซเคิลและการจัดการขยะเช่นกัน มีทีมงานที่ขันอาสามาดูแลงานด้านขยะให้ ดูจากภาพนี้ได้

Glastonbury Festival มีทีมกำจัดและแยกแยะขยะแล้วด้วย

ย้อนมาดูเมืองไทยสิครับ เรามีเทศกาลดนตรีใหญ่ๆ แบบนี้ที่ไหนบ้าง?

FaT Festival อาจจะถูกจัดมาหลายครั้ง จนกลายเป็นงานประจำปีไปแล้ว น่าจะเป็นเทศกาลดนตรีแรกของเมืองไทย ที่มีหลายเวทีเล่นพร้อมกัน และผู้เข้างานต้องจัดตารางการชมของตัวเอง แต่ความนิยมกำลังลดน้อยถอยลงเรื่อยๆ ด้วยกลุ่มคนที่เป็นผู้ฟังแฟตเรดิโอกำลังเปลี่ยนแปลงไปทุกขณะ จากเทศกาลที่เปลี่ยนที่จัดไปเรื่อยๆ และจัดบนสถานที่ที่ไม่เคยมีใครลองมาใช้ในลักษณะเดียวกันมาก่อน กลายเป็นเทศกาลดนตรีที่จัดที่เดิมทุกปี จัดในห้องแอร์และพื้นปูน

หรือว่า Winter Festival ที่ RS Fresh Air เคยจัด แม้จะอยู่ในอ้อมกอดของขุนเขา นั่งชมคอนเสิร์ตบนทุ่งหญ้า ด้วยพื้นที่ข้างเคียง คือรอยต่อการป่าเขาใหญ่ แต่งานก็มีเพียงวันเดียว เวทีเดียว ผู้คนที่ไปแทบจะไม่ต้องเคลื่อนย้ายไปไหน นั่ง กิน นอน ดูคอนเสิร์ตอยู่ ณ ที่เดียว ไม่มีบรรยากาศของการใช้ชีวิตอยู่ในเมืองๆ หนึ่งเหมือนเทศกาลดนตรีเต็มรูปแบบ

งาน “Big Mountain Music Festival” นี่แหละ เป็นเทศกาลดนตรี ในรูปแบบใกล้เคียงกับของระดับโลกมากที่สุดแล้วตั้งแต่เรามีเทศกาลดนตรีกันมา ด้วยพื้นที่การจัดงานที่กว้าง 1 ตารางกิโลเมตร จัดการแสดงขึ้นหลายๆ เวที ทั้งที่แสดงพร้อมๆ กันและสับเปลี่ยนเวลากัน กระจายตามพื้นที่ของตัวเอง มีพื้นที่จอดรถ พื้นที่กางเต็นท์ มีร้านอาหาร ร้านขายของ ลานกิจกรรม ห้องน้ำห้องส้วม ระบบเก็บขยะ ระบบรักษาความปลอดภัย

ทุกอย่างรวมกัน คือ ลักษณะของเมืองย่อยๆ เมืองหนึ่ง ที่เราคือประชากรคนหนึ่งในนั้นนั่นเอง

—————————–

ข้อสังเกตบางอย่างที่ผมจะลองแยกแยะออกมาดู

– การย้ายตัวเองไปมาในงาน ใช้เพียงการเดินเท้าเท่านั้น ไม่ว่าจะงานใหญ่ยักษ์อย่าง Glastonbury Festival หรือย่อมลงมาหน่อยอย่าง Fuji Rock Festival งานหลังนี่เขาว่า (ภูมิทัศน์สวยงามมาก เดินอย่างไรก็คงไม่เบื่อ) ลองหันกลับมาดู “มัน ใหญ่ มาก” ของเราสิครับ พื้นที่ของเราเล็กสุดแล้ว 1 ตร.กม. งานจัด 2 วัน 2 คืน หลายคนก็บ่นกันแล้วว่า “มัน เมื่อย มาก”

– ระบบกำจัดขยะ ทั้งสองงานยักษ์ Fuji Rock Festival คงกินขาด ด้วยคุณภาพของจิตใจรักษ์สิ่งแวดล้อมของคนญี่ปุ่นนั้น อันดับต้นๆ ของโลกอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องมีพนักงานเก็บขยะเหมือนของเราเลย Glastonbury Festival ก็เห็นว่ามีระบบนี้เช่นกัน แต่ก็ยังพบเห็นขยะเกลื่อนอยู่พอสมควร ส่วนงานของเราเอง ก็เห็นป๋าชักชวนทีม Big Bin มาร่วมรณรงค์คัดแยกขยะแล้ว หวังว่า คนไทยจะหันมาเที่ยวงานเทศกาลดนตรีอย่าง “มีจิตสำนึก” กันมากขึ้นในครั้งที่สองนี้

– Glastonbury Festival มีชื่อมากเรื่องโคลนเลอะๆ เทอะๆ แต่ใน Big Mountain Music Festival ดูแล้วไม่น่าจะเจอปัญหานั้น งานจัดหน้าหนาว ฝนไม่น่าจะตก รองเท้าบู๊ตจึงดูไม่ใช่สิ่งจำเป็นสำหรับงานนี้

– กิตติศัพท์ของ Glastonbury นี่เลื่องลือมาก (แม้ว่าผมเองจะไม่เคยไปก็ตาม) นอกจากเรื่องโคลน ก็คงจะเป็นเรื่องห้องน้ำ เท่าที่ผมไป “บิ๊ก-เมา-เต้น” มา ห้องน้ำของเราไม่ได้โสโครกอย่างใครเขาเลย ส้วมก็ไม่ใช่ส้วมหลุม มีทั้งส้วมถาวร และส้วมเคลื่อนที่ ปกปิดมิดชิดอย่างดี อาจจะมีต้องเข้าแถวรอกันบ้าง ก็ควรต้องเข้าใจเรื่องการอยู่ร่วมกันของคนหมู่มาก ขณะที่เรื่องอาบน้ำ คนไทยดูจะรักสะอาดมากกว่าคนอังกฤษหลายเท่า คนที่นั่น บางคนไม่ได้อาบน้ำกันเลยด้วยซ้ำ ที่นี่ น้ำหมด น้ำไม่ไหลก็บ่นๆ กันแล้ว งานครั้งนี้ ทีมงานเกเรคงพยายามปรับปรุงให้โดนใจคนเที่ยวงานมากขึ้นแล้วล่ะ

– Glastonbury Festival มี 80 เวที งาน Fuji Rock Festival มี 7 เวทีใหญ่ กับอีกหลายเวทีย่อย มีตารางเวลาแน่นอนว่า จะมีโชว์ไหนเล่นตอนไหน แน่นอนว่า งานที่เขาใหญ่ก็เช่นกัน แต่ต้องจัดเอาเองว่าจะดูโชว์ไหนที่เวทีไหน และแต่ละเวทีอยู่ตรงไหน และย้ายไปย้ายมาตามตารางที่จัดเอาไว้ ผู้เข้างานไม่สามารถดูได้ทุกโชว์ นี่คือ ข้อสำคัญ!

จากทั้งหมด เลยขอสรุปเพิ่มเติม เรื่องของอุปกรณ์ที่จะเตรียมไปงานเทศกาลดนตรีไทยๆ ของเราได้ดังนี้ครับ

  • เสื่อ / ผ้ายาง – คงรู้กันว่าเอาไว้ทำอะไร
  • เต็นท์ – ในกรณีจองไว้แต่ที่กาง ต้องเอาเต็นท์มาเอง แต่กรณีจองที่พักข้างนอกไว้ เต็นท์ก็คงไม่จำเป็น
  • เสื้อกันหนาว – งานครั้งแรก จัดปลายฤดูหนาว แม้กลางวันจะร้อน แต่หลังเที่ยงคืนมีลมพัด น้ำค้างลง หนาวจับใจ ครั้งนี้ เลื่อนมาจัดหน้าหนาว ไม่หนาวก็ให้รู้ไป
  • ผ้าเช็ดหน้า/เช็ดตัว ยาสีฟัน+แปรง สบู่ – ใช้เพื่อการอาบน้ำ ล้างหน้า แปรงฟันของคุณนั่นแหละ
  • ผ้าปิดตา – การนอนในเต็นท์ คุณจะตื่นขึ้นมาตอนเช้าเพราะแสงมันจ้ามาก หลับต่อไม่ได้แน่นอน
  • ไฟฉาย – ใช้เผื่อกรณีฉุกเฉินกลางดึก แต่ปกติ ทีมงานจัดไฟส่องสว่างให้อยู่แล้ว
  • กางเกงใน – ไม่ควรลืมนะ จะใส่สองวันตัวเองก็ดูจะโสโครกไปนิดอะ
  • ถุงขยะ/ถุงดำ – เพื่อเก็บขยะของคุณเองไปทิ้งในที่เขาจัดเตรียมไว้ให้ หากถังขยะเต็ม ก็ยังสามารถมัดถุงแล้ววางไว้ข้างถังขยะได้อยู่นา
  • ฯลฯ – อื่นๆ แล้วแต่คุณสิครับ

จากประสบการณ์ที่ได้ไปแต่เทศกาลดนตรีในประเทศ แม้จะไม่เคยมีโอกาาสไปยลและเสพบรรยากาศในต่างประเทศเลยก็ตาม สิ่งเดียวที่อยากทิ้งท้าย สำหรับผู้คาดหวังในเทศกาลดนตรีแบบจริงๆ จังๆ ของคนไทย ก็คือ

เทศกาลดนตรี… ไม่ใช่ที่ไปหาความสบาย แต่เป็นที่ไปหาความสนุกต่างหาก

————————

ปล. เครดิตภาพประกอบจากเว็บไซต์ Geometric Apartments | Metro.co.uk | Kiota

PatSonic Blog Comment

2 COMMENTS

  1. อยากไปมั่งจัง ยังไม่มีโอกาสได้ไปสักที่เลยครับ ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่

LEAVE A REPLY