SHARE
ประสบการณ์ฟังเพลงใหม่ Stamp Sci-Fi | แสตมป์ อัลบั้มเต็ม ไซไฟ

และแล้ว ผมก็ได้เป็นคนกลุ่มแรกๆ ที่ได้ฟังเพลงใหม่จากอัลบั้มชุดใหม่ของ แสตมป์ อภิวัชร์ เอื้อถาวรสุข ชายหนุ่มตาตี่มากความสามารถด้านการแต่งและร้องเพลง หลังออกซิงเกิลและมินิอัลบั้มมาสองสามชุด มาคราวนี้ ออกอัลบั้มเต็มกันมาเลย หลังปล่อยซิงเกิลแรกอย่าง “ให้ตายสิพับผ่า” ออกมาก่อนหน้านี้

“Sci-Fi” คือชื่ออัลบั้มของเขาในปี 2557 นี้ ก็เรื่องราวที่พยายามหาที่ไปเลียบๆ เคียงๆ ความเป็นไซไฟ ด้วยความที่แสตมป์เป็นนักแต่งเพลงที่หามุมมองใหม่ๆ ที่ใครๆ ไม่ค่อยมอง หยิบมาแต่งเพลงและร้องเอง แถมอัลบั้มนี้ยังทำเอง เมื่อมีโอกาสได้ไปฟังเจ้าของบทเพลงที่มาในแบบขากระเผลกๆ และแนะนำทีละเพลงให้ฟังมันย่อมเป็นงานที่น่าไปยิ่ง

แสตมป์ อัลบั้มเต็ม ไซไฟ

เดินทางสู่ Rockacademy ณ Asquare ดินแดนที่ไม่คุ้นเคย เข้าไปในห้องมืดๆ และพบกับบรรยากาศที่มีสื่อต่างๆ คอยอยู่ในนั้น เมื่อถึงเวลาแสตมป์ เจ้าของงานก็เดินออกมาแบบเป๋ๆ อาการบาดเจ็บที่ขายังไม่หาย วันนี้เลยดูเหมือนเป็นไซบอร์กกลายๆ เข้ากับโหมดไซไฟไปอีกแบบ

ว่าแต่ก็เริ่มร่ายที่มาที่ไปของเพลงต่างๆ สลับการเปิดเพลงให้ฟัง และเปิดให้แสดงความคิดเห็น แต่ก็ไม่ค่อยมีใครอยากจะพูดกัน ผมจึงขอสรุปข้อมูลต่างๆ ที่ได้มาวันนั้น พร้อมกับเรียบเรียงในภาษาของตนเองเข้าไปด้วย ซึ่งก็คงไม่ได้ผิดเพี้ยนไปจากปากคำของแสตมป์เท่าไหร่นัก …หวังว่านะ

Track #1: สัตว์ประหลาด (The Beast)

ด้วยความที่แสตมป์เป็นมนุษย์ผู้ชายประเภทอารมณ์โกรธง่ายหายเร็ว ซึ่งก็อาจไม่ต่างจากอีกหลายๆ คน หลายครั้งที่สะกดไว้ไม่อยู่ พาเจ้าสัตว์ประหลาดออกมาอาละวาดชั่วขณะก่อนจะมานั่งเสียใจทีหลัง เพลงนี้จึงเป็นตัวแทนที่เขาจะบอกกับแฟนตัวเองว่า เมื่อกี้เราแค่กลายเป็นสัตว์ประหลาดไปชั่วยาม หากเป็นไปได้ให้หลบไปก่อน รอให้ใจเย็นลงแล้วจึงกลับมาพูดกัน เพลงเน้นกีตาร์โปร่งที่ฟังชัดเจน มีกลิ่นฟังก์ฟังได้เพลินๆ ส่วนหนึ่งเพราะตอนแสตมป์ยังเด็ก เขาชอบฟังพี่โป้ เพลงมันจึงออกมาน่ารักบวกน่าสะพรึงกลัว

สัตว์ประหลาดกำลังจะออกมา ยังมีเวลารีบหลบไปให้ไกลฉัน อีกยี่สิบนาทีเราค่อยพูดกัน ฉันจะควบคุมมันไม่ได้แล้วเธอ

Track #2: รักกระโดดกำแพง (Zero Gravity)

แสตมป์เล่าว่าแต่งทำนองกับพี่สมิทธิ์ (มือคีย์บอร์ด) เก็บไว้นานมาก ด้วยนิสัยส่วนตัวที่เคยกลัวการผูกมัดตัวเองกับใครเพราะความล้มเหลวของครอบครัวที่ได้พบเห็นมา แต่เขาเลือกจะเขียนในมุมมองของแฟนที่กำลังจะบอกกับเขา “รักกระโดดกำแพง” เพลงช้าๆ เมโลดี้เพราะดี จึงมีเนื้อหาบอกคนรักว่าพร้อมจะก้าวไปพร้อมกันไม่ว่าจะเกิดอะไร ส่งเสริมกำลังใจให้ใครหลายๆ คนได้ดีทีเดียวแหละ เริ่มเบาๆ ก่อนจะแน่นขึ้นด้วยเสียงกลอง เสริมกำลังด้วยเสียงเครื่องสายเพิ่มความไพเราะ

จับมือฉันไว้ กระโดดให้สูงลอยกลางอากาศ ดึงตัวขึ้นข้ามผ่าน ความหลังที่มันบังตาเธอไว้ อย่ามองข้างล่าง จะเกิดอะไรขึ้นมาอย่าปล่อยมือได้ไหม หากสิ้นแรงร่วงลงไป มือฉันจะคอยดึงเธอไว้เอง

แสตมป์ อัลบั้มเต็ม ไซไฟ

Track #3: ให้ตายสิพับผ่า (Damn!!!)

ด้วยช่วงเวลานั้นที่แสตมป์เพลงนี้ เขาค่อนข้างบ้าฟาร์เรลและชอบฮิปฮอป ประกอบกับอยากพูดเรื่องกวนตีนๆ หน่อย จากเรื่องจดไว้ของเพื่อนที่ไม่มีแฟนสักที ได้แต่บ่นว่า ชอบใคร เขาก็ไม่ชอบ พอมีคนมาชอบ ก็ดันไม่ชอบเขาเสียนี่ เป็นเพลงที่แต่งได้จากการไปเที่ยวญี่ปุ่น ในช่วงที่ยืนเกากีตาร์ในร้านแห่งหนึ่งเพื่อฆ่าเวลา เพลงจังหวะกลางๆ ที่ร่วมงานกับพี่ต้าร์ Cyndi Seui เพลงเท่ๆ ที่ได้เสียงของ Fucking Hero มาร่วมแจม!

ให้ตายสิพับผ่า : STAMP [Official MV]

ฉันชอบใครเขาก็ไม่ชอบฉัน พอเขามาชอบเรา เราก็ไม่ชอบเขาเหมือนกัน ความรักมันประหลาด ไม่ค่อยมีโอกาสเกิดขึ้นพร้อมกัน..สักที

Track #4: วิญญาน (Ghost) feat. พงษ์สิทธิ์ คำภีร์

ความฝันที่เป็นจริงของนายอภิวัชร์ เมื่อเขามีโอกาสได้ร้องกับไอดอลอย่าง พงษ์สิทธิ์ คำภีร์ ด้วยความที่ไม่ชอบดูหนังผี เขาเคยเพียงแค่ ‘The Sixth Sense’ และมันได้อยู่ในความคิดของเขาเรื่อยมา และเพลงนี้ก็มีที่มาจากมุมๆ นั้น รักอีกคนอยู่แต่อีกคนได้เลิกรักเราไปแล้ว เราได้แต่ทำทุกอย่างให้เขากลับมารัก แต่ยิ่งทำเท่าไหร่ ก็หมือนยิ่งทำร้ายและทรมานอีกฝ่าย เรื่องมันจริงที่ไม่ว่าใครก็คงจะเคยผ่านความรู้สึกแบบนี้ ไม่รู้ตัวว่าตนได้ตายไปแล้ว.. ตายจากเขาไปแล้ว ต่อให้ทำเท่าไหร่ เขาก็ไม่เคยเห็นค่า ไม่เห็นเรา…ในสายตา เพลงช้าๆ หล่อนๆ ที่เข้ากันได้ดีกับน้ำเสียงแหบกระเส่าของพี่ปู พงษ์สิทธิ์ เพิ่มเสียงเครื่องสายเข้าไปอีก ตายไปเลย

ฉันคือวิญญาน ที่ทุกข์ทรมาน หลอกหลอนเธอมาตั้งนานไม่รู้ว่าตาย ฉันได้ตายไปจากใจของเธอ กลายเป็นวิญญานไร้ความหมาย

Track #5: เจ้าหญิงน้ำแข็ง (Sub-Zero)

‘เจ้าหญิงน้ำแข็ง’ ชื่อของเพลงที่เคยแต่งเอาไว้แต่ไม่ได้ใช้ แสตมป์ใช้เวลาการยืนรอแฟนที่เกาหลีมาแต่งเพลง ด้วยวลีสวยๆ ว่า “ฉันต้องอุณหภูมิเท่าไหร่เธอถึงจะละลายซักที” แน่นอนว่า แรงบันดาลใจของเพลงๆ นี้น่าจะมาจากการนั่งมองรูปของวงเกิร์ลกรุ๊ปเกาหลีวงนั้นอย่างแน่นอน จังหวะกลางๆ ทำนองดูสว่างดี ฟังนี้นึกถึงเจสสิก้า

แต่น้ำแข็งไม่ยอมละลายมันไม่กลายเป็นความรัก ฉันอบอุ่นไม่พอเธอยิ่งขอเป็นแค่คนรู้จัก เจ้าหัวใจไม่มีแรง เจ้าหญิงน้ำแข็งเธอช่างเย็นชานัก ฉันควรทำยังไง

แสตมป์ อัลบั้มเต็ม ไซไฟ แสตมป์ อัลบั้มเต็ม ไซไฟ

Track #6: นักเลงคีย์บอร์ด (Keyboard Hustler)

เพลงนี้ออกจะอินเตอร์อยู่หน่อยๆ เมื่อแสตมป์ได้ร่วมงานกับทาเคชิ โยเกะมุระ จากวง YMCK แสตมป์เคยเจอนักเลงคีย์บอร์ดเล่นงานเอาช่วงหนึ่งแต่เนื้อหาแบบนั้นไม่ได้ถูกนำมาใช้ หลังจากคุยกับสมิทธ์ (อีกแล้ว) ก็เลยได้ไอเดียนี้มา ไอเดียของผู้ชายที่อยากจีบแต่ “เจอหน้าไม่กล้าคุย แต่พอพิมพ์ล่ะ รัวเลย” มีสองจังหวะสลับกัน มีคำพูดที่ใช้จีบกันมาใส่เป็นเนื้อเพลงด้วยนะ มีเสียงคีย์บอร์ดในแบบเกม 8 บิทมาประกอบด้วย แปลกไปอีกแบบนึง

นักเลงคีย์บอร์ด – STAMP [Official MV]

พูดไม่เป็น เหมือนเป็นเช่นคนละคนกับที่พิมพ์เอาไว้ ผมต้องไปแล้ว ไปก่อนนะ โกหกทำไมวะ จริงๆ ไม่ต้องไปไหน

Track #7: กาลครั้งหนึ่ง (Once) feat. Palmy อีฟ ปานเจริญ

การร่วมงานกับปาล์มมี่ในช่วงเวลาที่เธอไม่ติดสัญญากับสังกัดค่ายใด ‘กาลครั้งหนึ่ง’ เป็นเพลงที่แสตมป์แต่งเป็นเพลงสุดท้ายในอัลบั้ม ด้วยความที่ลืมว่าตัวเองต้องร้องด้วย เลยแต่งออกมาเสียงสูงมาก จากความคิดที่ว่า เสียงปาล์มมี่ที่ถ่ายทอดอารมณ์เพลงออกมาได้ดี จึงคิดว่าถ้าเพลงมันออกมาทั้งหวานด้วย เศร้าด้วย มันจะเป็นยังไง ปาล์มมี่ร้องไว้ได้เพราะมาก เสียงเกาของกีตาร์อะคูสติกผสานกับเสียงเปียโนเอื่อยๆ นี่คือเพลงของเธอจริงๆ หวานและเศร้า น้ำตาไหล

กาลครั้งนั้นยังอบอุ่นในใจ รู้สึกทุกครั้งว่าเธอยังดูแลฉันใกล้ๆ มองฟ้าแล้วถอนหายใจ เหมือนเราได้พูดกัน ราวกับเธอนั้นไม่เคยจากไปไหน ยังคงยืนส่งยิ้มให้กำลังใจอยู่ในความทรงจำ หากชีวิตนี้เร็วดั่งความฝัน กาลครั้งหนึ่ง ดีใจนะที่เราพบกัน

Track #8: เพศตรงข้าม (Opposite Sex)

ด้วยความที่อยากมีเพลงจีบหญิงสำหรับเด็กมัธยมกับเขาบ้าง ก็เลยนึกไปถึงช่วงเวลามัธยมของตัวเอง เพลงจึงออกมาในสไตล์โลโซๆ เรื่องราวของคนที่เจอเพศตรงข้ามที่ทำให้รู้สึกว่า “แพ้” และทำให้บุคลิกเปลี่ยนไป เพลงนี้จะโจ๊ะๆ หน่อย ก็วัยรุ่นนี่นา

ทรมานรู้มั้ย หัวใจของเพศตรงข้าม มันจินตนาการไปไกลแค่เธอเข้าใกล้กับฉัน

—–

ถ้าจะดูในส่วนของแพ็คเกจอัลบั้ม ‘Sci-Fi’ ชุดนี้ของแสตมป์ มาให้รูปลักษณ์ที่เทาเข้ม ตัดกับสันที่เป็นสีแดง ให้ความรู้สึกลึกลับน่าค้นหา มีแถบกระดาษคาดเอาไว้ เปิดออกมา ด้านซ้ายเป็น booklet ที่บรรจุเนื้อเพลงและข้อมูลเครดิตแต่ละเพลงเอาไว้ สลับไปกับภาพถ่ายของท่วงท่าต่างๆ ตามคอนเซ็ปต์ “ไซไฟ” ของแสตมป์ ส่วนด้านขวา คือแท่นวางซีดีที่ตัวซีดีสกรีนเป็นลายเส้นจากคอนเซ็ปต์เดียวกัน

แพ็คเกจดูดีและไม่รุงรัง น่าเก็บทีเดียวแหละครับ

แสตมป์ อัลบั้มเต็ม ไซไฟ

——

Track #9: ถ้าเธอไม่รู้สึก (Use The Force)

เมื่อเพลงที่มีเนื้อหาอกหัก รวมเข้ากับหนังสตาร์วอร์ สองสิ่งที่ไม่น่าจะมารวมกันได้แต่แสตมป์ทำให้มันเป็นจริงแล้ว เวลาเราเดินทางด้วยกันกับใครสักคน ก่อนที่วันหนึ่งอีกฝ่ายกำลังจะเลิกและลังเลอยู่ว่าจะเดินจากไปไหม สิ่งที่เราบอกได้ก็เพียงว่า…เธอยังสัมผัสได้ถึงพลังอยู่ไหม เพลงช้าๆ กีตาร์โปร่งกับเสียงเปียโน เหมือนโยดากำลังให้คำตอบกับเราผู้กำลังเป็นอัศวินเจได

ถ้าเธอไม่รู้สึก ฉันพร้อมจะเดินจากไป ถ้าไม่มีความสุข กับฉันมันคงไม่ใช่ ฉันเชื่อความรู้สึก มันสำคัญกว่าสิ่งใด ไม่เป็นไรเลย ฉันเข้าใจ เข้าใจเธอทั้งนั้น

Track #10: คุณ (You)

นึกย้อนกลับไปในสมัยที่ Bakery Music ยังเป็นค่ายเพลงที่รุ่งเรือง มีวงดนตรีวงหนึ่งที่มีชื่อเพลงมาก นั่นคือ P.O.P และเพลงๆ นี้ “คุณ (You)” คือเพลงที่แต่งขึ้นเพื่อ “บูชา” พีโอพี สไตล์เพลงสไตล์เบเกอรี่และพีโอพีอยู่ในนั้นอย่างเต็มเปี่ยม และมีคำว่า “คุณ” อยู่ในนั้นอยู่หลายคำ

คุณ คงมีแค่คุณที่ทำให้หวั่นไหว คุณ คงมีแค่คุณทำให้หัวใจ คลั่งไคล้ลงในอะไรสักอย่าง คนที่แค่ยืนข้างๆ ฉันก็รู้สึกแตกต่างอย่างนี้ ก็คงจะมีแค่คุณ

Track #11: ที่สุด…นำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต (Bonus Track)

เพลงสุดท้ายที่เป็น Bonus Track ในอัลบั้มนี้ เพลงที่แต่งให้กับสปอนเซอร์ และเป็นเพลงที่พี่บอย โกสิยพงษ์ เป็นคนแต่งไว้ แสตมป์จึงไม่พูดอะไร นอกจากขอบคุณสปอนเซอร์ผู้น่ารักนั่นเอง

รวมเป็น 11 เพลงที่แสดงให้เห็นถึงความพยายามจะสร้างสรรค์งานที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ของตัวเอง และแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการที่เพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ ตามวันเวลา ‘Sci-Fi’ ที่แสตมป์เขียนเองทำเอง และเป็นอัลบั้มเต็ม มิใช่มินิอัลบั้มแล้วนะ

แสตมป์ อัลบั้มเต็ม ไซไฟ

ปิดท้ายด้วยภาพนี้ แฟนคลับเขามารอฟังเพลงใหม่ของแสตมป์ ‘Sci-Fi’ กันในรอบต่อไปกันแล้ว ขอให้ฟินนะครับทุกคน!

—————————————

อัลบั้มเต็ม Stamp ‘Sci-Fi’
จำนวนเพลง: 11
วันวางแผง: 4 กรกฎาคม 2557
สังกัด: LOVEiS/Sony BEC Tero

PatSonic Blog Comment

LEAVE A REPLY