เที่ยวภูสอยดาว ตอนที่ 5 | เนินมรณะ(จนได้)
6เพียงไม่นาน ผมก็ผ่านมาถึงตอนที่ 5 แล้วรึนี่ บางคนคงนึกสงสัย แค่ภูเดียวจะเขียนอะไรกันได้เป็นคุ้งเป็นแควกันได้ขนาดนี้ ผมเป็นพวกมีนิสัยช่างเขียนครับ เรื่องเล็กเรื่องน้อย เขียนไปเรื่อยเปื่อย ชาวบ้าน เขาเล่ากันตอนเดียวจบ ผมเล่นเล่าไปเก้าตอนสิบตอน
อ่านกันเพลินเลยเชียวละ (สำหรับผู้มีนิสัยรักการอ่านคงชอบอะนะ)

เอาละ วันนี้มาว่ากันต่อ ด้วยเนินสุดท้ายที่หลายคนรอคอย… เนินมรณะไง
เที่ยวภูสอยดาว ตอนที่ 4 | เนินป่าก่อ – เนินเสือโคร่ง
4กลับมานั่งประจำการ เขียนบอกเล่าเรื่องราวการเดินทางสู่ ภูสอยดาว ที่เพิ่งผ่านพ้นไปไม่นานกันอีกครั้ง ไม่รู้จะอยากอ่านกันหรือเปล่านะ เอาน่า แต่ก็จะเขียนละกัน ช่วยๆ กันอ่านหน่อยนะ …

นี่มันต้นอะไร ใครรู้ช่วยบอกหน่อย…
—————————————–
ศ.7.12.2550 | 12.40 น.
หลังจากพักกินข้าวเที่ยงกันเรียบร้อยแล้ว ก็มุ่งหน้าเดินทางกันต่อ แต่คราวนี้ พันธมิตรทั้งเก้าต้องแตกกลุ่มกันแล้ว เพราะขืนเกาะกลุ่มกัน คงถึงลานสนค่ำๆ เป็นแน่แท้ ทำให้กลายเป็น 3 ก๊ก ก๊กแรกมุ่งหน้าไปให้ถึงก่อนใคร เพื่อจองที่และกางเต็นท์ อีกก๊กก็ต้องตามเพื่อทำอาหารรอเอาไว้ ส่วนก๊กสุดท้าย ซึ่งมีผมรวมอยู่ด้วย คอยประคับประคองดูแลส้มให้เดินทางสู่จุดหมายให้สำเร็จ
ก็ดีเหมือนกันครับ ผมจะได้ถือโอกาสพักและถ่ายรูปไปในตัว…
เที่ยวภูสอยดาว ตอนที่ 3 | เนินส่งญาติ – เนินปราบเซียน
5ดีใจหลายๆ ที่มีทุกคนติดตามบทความซีรี่ส์เรื่องนี้ ขออภัยที่ดำเนินไปอย่างเชื่องช้า ไม่รู้เป็นไง หลังจากกลับจากภู รู้สึกว่าง่วงเร็วขึ้น ทำให้นอนเร็วขึ้นไปด้วย บางทีก็ต้องลุกมาเขียนตอนเช้า น่าแปลกจริงๆ
ไม่รู้ว่ามันจะแปลกไปถึงเมื่อไหร่กันนะ….
ศ.7.12.2550 | 10.48 น.
พันธมิตรทั้งเก้า ก็เดินทางมาถึงป้าย เนินส่งญาติ ของจริงกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว หลายคนมองขึ้นไปก็พบกับเนินสูงชัน ที่ระดับความลาดเอียงต่างกับที่ผ่านมาอย่างชัดเจน แต่พวกเราต้องไม่ท้อ เพิ่งจะเริ่มเนินแรกเท่านั้นเอง

ผมเองก็ยังสนุกกับการถ่ายรูปอยู่ แม้ว่าจะเหนื่อยยังไงก็ตาม ผมคิดว่า การถ่ายรูป ช่วยให้ผมผ่อนคลาย และทำให้ร่างกายได้พักระหว่างทางได้อย่างดี
เที่ยวภูสอยดาว ตอนที่ 2 | น้ำตกภูสอยดาว
3ศ.07.12.2550 | ประมาณ 05.00 น.
เข้าสู่วันใหม่ในรถตู้ของพี่เวียง ซึ่งขับรถผ่านหลายจังหวัดมาจนถึงตลาดแห่งหนึ่งใน อ.ชาติตระการ ใน จ.พิษณุโลก พวกเราแวะเพื่อซื้อของสดไปทำเป็นอาหารบนภู เสร็จแล้วจึงออกเดินทางต่อ มุ่งหน้าสู่ อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว ที่อยู่แถวรอยต่อของจังหวัดพิษณุโลกและจังหวัดอุตรดิตถ์
………………..
ทางที่คดเคี้ยวและลาดชันสร้างความลำบากให้กับพี่เวียงไม่น้อย แต่ก็พาพวกเราผ่านหมู่บ้านต่างๆ มากมายมาจนถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูสอยดาว เราเลี้ยวเข้าไปอย่างไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ผลปรากฏว่า ต้องกลับออกมา เพราะไม่ใช่ที่ที่เราจะใช้ขึ้นภู
08.00 น.
เพียงกิโลเมตรเศษ เรามาถึงที่ Visitor Center หรือ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว จนได้

ที่นี่ พวกเราต้องชั่งน้ำหนักสัมภาระทั้งหมดที่จะให้ลูกหาบแบกขึ้นไปบนลานสนสามใบ ซึ่งพบว่า ของทั้งหมดหนักถึง 168 กิโลกรัม..
เมื่อคิดเป็นเงินแ้ล้ว กิโลกรัมละ 15 บาท เป็นเงินถึง 2,520 บาท!
เที่ยวภูสอยดาว ตอนที่ 1 | เจอกันดอกไม้(ไฟ)
6พักผ่้อนกันพอสมควรแล้วละมั้ง ห่างหายจากการอัพบล็อกไปหลายวันแล้ว หลังจากไปเยือนแดนเหนือมาหลายวัน กลับมาก็พักผ่อนจากความอ่อนล้าที่ยังไม่จางหายไปสักที จนในที่สุดก็รู้สึกว่า ยังไงก็คงรอไม่ได้แล้ว ถึงเวลาที่จะต้องเขียนถึงมันเสียแล้วละครับ
คงเขียนไปเรื่อยๆ เป็นตอนๆ ขุดคุ้ยความทรงจำออกมาเป็นตัวอักษรให้ได้อ่านกัน ชอบก็บอก ไม่ชอบก็บอกนะครับ เอ้า เริ่มกันเลยละกัน….
——————————-
ปกติ กลุ่มของเพื่อนๆ สมัยเรียนมหา’ลัยของผม มักจะรวมตัวกันนัดไปเที่ยวที่โน่นที่นี่กันทุกปี ซึ่งส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นช่วงปลายๆ ปี อย่างช่วงวันหยุดปิยมหาราช ไม่ก็วันวันรัฐธรรมนูญ ปีนี้ ทุกอย่างมันลงตัวที่วันรัฐธรรมนูญ ความอดอยากห่างหายจากการเที่ยว ทำให้ทุกคนรอคอยวันนี้กันมาก แม้จะมีงานคอนเสิร์ตใหญ่ๆ ขวางอยู่ ก็ตัดใจทำเป็นไม่สน
พฤ.06.12.2550 | 19:00 น.
ค่ำของคืนวันพฤหัสบดีที่ 6 พวกเรา 6 ใน 9 คน ปุ๊ก วอง วิ พี่ถิตย์ ส้ม และผม นัดเจอกันที่จุฬาฯ จัดการขนสัมภาระส่วนตัวมากองรวมกัน และยกเอาข้าวของที่ต้องใช้ยังชีพบนลานสนภูสอยดาวมาเก็บในรถตู้ ปุ๊กไปอีกตึกหนึ่ง เพื่อปริ๊นต์แผนที่ พวกเรากะว่าจะดูพลุดอกไม้ไฟกันก่อนจึงค่อยออกเดินทาง…
เวลาผ่านไปโดยไม่รู้ตัว เสียงดอกไม้ไฟดังขึ้น ทุกคนหันไปมอง พลุดอกไม่ไฟลูกใหญ่ที่ถูกจุดขึ้นแถวราชกรีฑาสโมสร แต่พวกเราเห็นมันไม่ชัด เลยพากันรีบเดินข้ามสะพานลอยไปยังฝั่งหอประชุมฯ
เมื่อเดินมาถึงแถวสระน้ำ ก็พบผู้คนยืน-นั่งถ่ายภาพดอกไม้ไฟกันเพียบ งานนี้ ขอแจมเสียหน่อย แต่ดันลืมเอาขาตั้งกล้องติดมือมาเสียได้ ไม่้เป็นไร ใช้มือเปล่าๆ นี่แหละ ถ่ายเอา ผลที่ได้ก็เลยเป็นแบบนี้



