Posts tagged งานหนังสือ
Cartoon อินเตอร์ที่รัก | หนังสือของคนที่รักการ์ตูนอินเตอร์
Dec 4th
เขียนถึงหนังสือเล่มที่สาม ที่ซื้อมาจากงานสัปดาห์หนังสือ ดองเอาไว้เสียนาน ได้เวลาเขียนถึงซะทีนะ ถ้าสังเกตกัน ก็จะพบว่า ไปงานคราวนี้ ผมเน้นซื้อหนังสือที่เข้ากับความชอบส่วนตัวของผม นั่นคือ เรื่องของการ์ตูน และดนตรี ความจริง ผมไม่ได้เป็นคนที่บ้าคลั่งอะไรขนาดนั้น ถ้าถามว่า ผมรู้เรื่องพวกนี้ดีแค่ไหน ผมก็ตอบได้ว่า ไม่ได้รู้มาก แค่ชอบเท่านั้นเอง
โอเค เรามาพูดถึงหนังสือเล่มนี้กัน “Cartoon อินเตอร์ที่รัก” จาก นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์
ผมเคยมีผลงานของนายแพทย์ท่านนี้อยู่เล่มหนึ่ง “อะนิเมะคลาสสิก” ชายผู้เป็นทั้งจิตแพทย์และนักเขียนผู้นี้ มีผลงานมาหลายเล่ม ซึ่งได้มาจากการรวบรวมงานเขียนจากการเป็นคอลัมนิสต์ให้สิ่งพิมพ์ต่างๆ นับว่า เชี่ยวชาญทางด้านมังงะและอะนิเมะมากพอๆ กับการจับประเด็นที่น่าสนใจมาเขียน
การ์ตูนอะคาเดมี่ | ปฏิบัติการไล่ล่าคอมิกอาร์ติสต์
Nov 1st
สัปดาห์หนังสือฯ ผ่านไป ผมได้ไปเดินเที่ยวชมงานด้วย โดยไม่ได้มีการเตรียมตัวใดๆ ที่จะไปซื้อหนังสือเล่มไหนเป็นการพิเศษ ด้วยจากประสบการณ์ก็มักพบว่า ซื้อหนังสือมาแล้วก็ไม่ค่อยได้อ่าน เหมือนซื้อมากักตุน เลยคิดว่า ไปเดินๆ ดู ถ้าพบว่ามีเล่มไหนที่เปิดดูแล้วรู้สึกสนใจค่อยซื้อแล้ว ซึ่งก็คงไม่ได้มากเล่มนัก บล็อกของผมช่วงนี้ก็จะนำหนังสือพวกนั้นมาเขียนเป็นเล่มๆ ไป ขึ้นอยู่ว่าเล่มไหนอ่านก่อนอ่านหลัง
ครับ วันนี้ ผมจะเริ่มต้นที่ “การ์ตูนอะคาเดมี่ ปฏิบัติการไล่ล่าคอมิกอาร์ติสต์” จากสำนักพิมพ์ freeform ครับ
เที่ยวงาน a book Fair 2009 กะเขาด้วยเว้ย!
Jul 30th
จริงๆ ผมไปเที่ยวงานนี้มาตั้งแต่วันที่ 26 ก.ค. 52 แล้วล่ะครับ แต่ไม่ได้เอามาเขียนถึงสักที ก็มาวันนี้แหละครับที่จะได้เขียนถึง กับงาน “a book Fair 2009″ งานนี้
จริงๆ เขาก็จัดงานนี้มาหลายคนแล้วละครับ แต่ไปๆ มาๆ ผมก็ไม่เคยได้เยี่ยงกรายไปปรากฏตัวในงานกับเขาสักที มาหนนี้แหละที่มีโอกาสได้ไปดูว่า ในงานมีบรรยากาศเป็นแบบไหน เขามีอะไรกันบ้าง ตอนบ่ายของวันนั้น
ผมไปถึง CentralWorld เอาบ่ายสาม กว่าจะหาเจอ Beacon Zone ของชั้น 6 ในที่สุดก็เจอจนได้

พื้นที่ขนาดกำลังดี กับโซนขายหนังสือครึ่งหนึ่ง และ เวทีคอนเสิร์ตอีกครึ่งหนึ่ง เดินไปเดินมา หยิบหนังสือเล่มโน้นทีเล่มนี้ที หูก็ฟังบนเวทีไปด้วย
งานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 13 .. ได้มา 3 เล่ม
Oct 15th
ช่วงนี้ ผมรอๆ การย้ายเซิร์ฟเวอร์อยู่เลยทำให้ต้องเลื่อนเวลาอัพบล็อกมาอีก 2 วัน หวังว่า ทุกคนจะรู้สึกว่ามันโหลดได้ไวขึ้น วันนี้ ผมกลับมาเล่าเรื่องลงบล็อกต่อแล้วครับ
วันก่อน ผมฝืนสังขารเดินทางไปงานหนังสือมาครับ ด้วยความที่ไปมาทุกปี แล้วก็ขนหนังสือกลับมาทุกปี แต่ผมก็มีข้อสังเกตให้กับตัวเองว่า ทุกครั้งที่ผมไปงาน ผมจะกลับมาพร้อมถุงหนังสือที่มีจำนวนน้อยลง และน้อยลง
เพราะอะไรน่ะหรือ?
ผมรู้สึกว่า ในครั้งก่อนที่ไปงานหนังสือมา ผมกลับมาบ้านพร้อมหนังสือกองโตประมาณหนึ่ง (ซื้อมากไม่ได้ เพราะไม่ค่อยมีเงิน) แล้วก็พบว่า หลายเล่มยังอ่านไม่จบเมื่องานหนังสือครั้งใหม่ผ่านมาถึง อาจจะด้วยเพราะเป็นคนอ่านหนังสือช้าหรืออะไรก็ตาม แต่ทำให้ได้คิดว่า จะซื้อหนังสือแต่จำนวนน้อย เพื่อจะได้ไม่ต้องมานั่งเศร้าใจที่หลายเล่มยังไม่ได้อ่านสักที
อีกทั้ง จะไม่ซื้อหนังสือประเภทอ่านเล่น วรรณกรรม หรืออะไรมาเก็บไว้ หรือซื้อให้น้อยๆ เอาที่คิดว่า ชอบจริงๆ เท่านั้น ส่วนหนังสือที่เลือกจะซื้อก็คือ หนังสือที่อ่านแล้วเอามาใช้กับสิ่งละอันพันละอย่างที่ทำอยู่ในปัจจุบัน อยู่ในความสนใจในปัจจุบัน สำหรับผม วรรณกรรมส่วนใหญ่ให้ความเพลิดเพลินแฝงสาระบ้าง ไม่แฝงบ้าง แต่กับคนที่อ่านช้าอย่างผม การอ่านแล้วหยุด หยุดแล้วมาอ่าน ไม่ปะติดปะต่อสักเท่าไหร่ หนังสือวรรณกรรมเลยไม่ค่อยเวิร์กสำหรับผม ยืมเอาดีกว่า เหอๆ (ไม่ได้บอกว่า หนังสือเหล่านี้ไม่มีคุณประโยชน์นะครับ)
ผมสังเกตว่า เดี๋ยวนี้ หนังสือในตลาดส่วนใหญ่ เน้นไปที่วัยรุ่นมากขึ้น นิยาย วรรณกรรมจากต่างประเทศไหลหลั่งเข้ามาไม่ขาดสาย เป็นเรื่องดีที่ชักจูงวัยรุ่นให้หันมารักชอบการอ่านมากขึ้น แต่คงไม่ใช่สำหรับผม
ผมเลือกใช้วิธีเดินดูทุกบูธอย่างคร่าวๆ ทั่วทั้งงาน (เมื่อยนาดูแฮะ) และมองหนังสือที่สนใจไว้ในใจ ก่อนจะเริ่มเดินดูอีกรอบ คราวนี้ เดินเพื่อเลือกซื้อหนังสือที่สนใจจริงๆ ตามบูธที่เราหมายตาไว้ เพื่ออะไรน่ะหรือ?
ก็จะไม่ได้ต้องซื้อหนังสือคราวละมากๆ แล้วมานั่งไล่อ่านไม่ทันแบบเดิมๆ ไง
อาจจะสวนทางกับหลายคนนะครับ แต่นี่คือวิถีของผม







Recent Comments