หลังจากได้ชมภาพยนตร์ที่สร้างจากการ์ตูน 20th Century Boys เรื่องนี้มาแล้ว 1 ภาค วันนี้ ก็ได้เวลาชมเรื่องนี้ในภาค 2 เมื่อ Kapook ใจดี เชิญชวนเหล่าบล็อกเกอร์ทั้งหลายมาดูหนังภาคต่อเรื่องนี้ด้วยกันอีกครั้ง
“20th Century Boys 2 : The Last Hope”
รอบนี้ ผมจัดแจงนัดแนะกับหมูน้อยอย่างดิบดี ว่าจะไปเจอกันที่เมเจอร์ รัชโยธิน หลังหกโมงเย็น แต่ก็เป็นผมที่ไปถึงช้าซะงั้น ไปถึงก็จัดการเรื่องปากท้องเสียก่อนค่อยไปรับบัตร พูดคุย ถ่ายรูป แล้วก็ได้เวลาเดินเข้าโรงกัน
หนังเรื่องนี้มีชื่อภาษาไทยว่า “มหาวิบัติดวงตาถล่มล้างโลก” ซึ่งเนื้อเรื่องมันไม่ได้เกี่ยวกับดวงตาเลยครับ ผมเลยไม่ค่อยชอบชื่อไทยชื่อนี้ ส่วนชื่อไทยในเวอร์ชั่นการ์ตูน (มังงะ) ก็คือ “แก๊ํงค์นี้ มีป่วน” ก็ดูจะไม่เข้ากับเนื้อเรื่องเท่าไหร่ เข้าใจว่า แต่งชื่อเพราะเห็นแค่เนื้อหาเล่มแรกๆ เลยไม่รู้ธีมของเรื่องนัก
ช่วงนี้ ชีวิตค่อนข้างน่าเบื่อ เจออะไรบางอย่างที่เข้ามาแล้วทำให้ีชีวิตหดหู่ เลยปลดปล่อยตัวเองด้วยการดูหนังไปหลายเรื่องทั้งในบ้านตัวเอง และในโรง แต่ไม่ค่อยมีเรื่องไหนน่าจะนำมาเล่าถึงสักเท่าไหร่ หรือเพราะไม่มีอารมณ์จะเล่าก็ไม่รู้ แต่วันนี้ ได้ดูหนังเรื่องหนึ่ง ดูแล้วมีความสุขปนความเศร้าไปพร้อมๆ กัน เลยหยิบมาเขียนถึงสักหน่อย
“Cyborg She ยัยนี่ น่ารักจัง”
ดูทีเป็นหนังญี่ปุ่น เพราะนักแสดงเป็นญี่ปุ่น เหตุเกิดในญี่ปุ่น แต่พอดูเครดิตชื่อผู้กำกับ
อ้าว! เป็นคนเกาหลีนี่หว่า
ใช่แล้ว เขาคือ กว๊ากแจยัง (Jae-young Kwak) ผู้กำกับ My Sassy Girl, The Classic, และ Windstruck ที่หลายคนประทับใจนั่นไง คราวนี้ หันมากำกับหนังญี่ปุ่นบ้าง ว่างั้นเถอะ
หลังจากกลับมาจากต่างจังหวัดได้ไม่กี่ชั่วโมง ผมก็จัดแจงอาบน้ำแต่งตัวไปกินข้าวนอกบ้านกันเลย
เพราะที่บ้านไม่ค่อยมีไรให้กิน เลยถือโอกาสไปดูหนังเสียด้วยเลย และเรื่องที่เลือกไว้ตั้งแต่ก่อนไปลาวแล้ว นั่นก็คือ
イキガミ “อิคิงามิ สาส์นสั่งตาย”
มันคงไม่มีอะไรมากกว่า ฟังเนื้อเรื่องย่อผสมคำเยินยอแล้วให้รู้สึก “มันต้องไปดู”
หนังญี่ปุ่นที่สร้างการ์ตูนที่ไม่เคยอ่าน (ในชีวิตผมอ่านการ์ตูนน้อยมากครับ) หยิบเอาเสี้ยวหนึ่งมาเล่าในภาษาของหนัง ซึ่งผมว่า เขาทำได้ดีทีเดียว
ไม่ได้ใส่ใจเครดิต ไม่ได้ดูด้วยซ้ำว่าใครแสดง ไปถึงโรง ก็มุ่งไปจองตั๋วอย่างเดียว เสร็จแล้วก็ไปหาไรใส่ท้องเพราะหิวมาก ก่อนจะเดินกลับมาที่ลิโด้อีกครั้ง
บางครั้งโชคชะตาก็ทำให้เราต้องปวดหัว อย่างวันนี้ ผมได้รับ tag ผ่านชุมชน Multiply ให้ต้องมานั่งหาหนัง 5 เรื่องที่ทำให้ตัวเองเสียน้ำตา ปกติ ผมไม่ค่อยชอบเล่นเท่าไหร่นะ การ tag กันเนี่ย 2 หนที่เคยเล่นไป ก็ไม่ได้เต็มใจมากนัก ครั้งนี้ โดนเล่นใน Multiply ที่ไม่ค่อยได้เข้าใจไปสร้างสัมพันธ์ในนั้นสักเท่าไหร่ เลยยิ่งลำบากในการ tag เลยเอาเป็นว่า ในฐานะที่ได้รับมาแล้ว ก็จะเขียนถึง พร้อมทั้งเอามาลง 2 ที่ไปเลย และจะไม่ tag ต่อใคร
ถือเป็นหนึ่งในบทความที่ผมอยากจะสื่อสารถึงคนอ่านบล็อกของผมก็แล้วกันนะครับ ส่วนใครจะอยากจะเขียนต่อผม อันนี้ ก็ไม่ว่ากันครับ
ผมเอง ดูหนังบ่อยก็จริง แต่ก็ใช่จะจดจำเรื่องราวของหนังที่ดูไปแล้วได้หมด เวลาผ่าน ผมก็ลืม การขุดขึ้นมาเขียนจึงเป็นเรื่องลำบาก ขอเอาเรื่องใกล้ๆ มาเขียนถึงก็แล้วกัน
เริ่มกันเลยล่ะนะ
———————-
Midnight Sun
นี่คงเป็นเรื่องแรกเลยที่ผมนึกถึง เพราะยังจำได้จนทุกวันนี้ ว่าวันที่ได้ดูนั้น ผมอินกับมันมากเพียงใด เรื่องของสาวน้อยผู้เป็นโรค XP ที่ไม่สามารถต้องแสงอาทิตย์ได้ เธอจึงต้องใช้ชีวิตอยู่กับกลางคืน ซึ่งเป็นเวลาที่ชาวบ้านเขาหลับกันอยู่ ทุกคืนเธอจะเดินถือกีตาร์ 1 ตัวไปร้องเพลงอยู่คนเดียวในสวนสาธารณะ เพลงที่เธอแต่งเอง [...]
ถึงเวลาของเล่าเรื่องหนังแล้วสินะ ในฐานะที่นานๆ จะได้ไปดูหนังฟรีก่อนชาวบ้านเขาสักที (ปกติไปดูช้ากว่าชาวบ้านเขาอยู่บ่อยๆ) หลังจากบ่นๆ ว่าอยากดู “20th Century Boys” อยู่ วันนี้ได้ไปดูมาแล้วครับ ภาคปฐมบทของมัน ที่จัดโดย Kapook
ได้ดูฟรี แถมยังมีเสื้อมาให้ใส่ฟรีอีกต่างหาก
เหตุเกิดขึ้นที่ เมเจอร์ รัชโยธิน ที่วันนี้ ฝนตกต้อนรับ “เพื่อน” แต่เราไม่เปียก ช่างโชคดีเหลือหลาย ฝนหยุดพอดี รับตั๋วรับเสื้อเรียบร้อย ก็โดนบังคับให้ใส่เสื้อด้วย เอ้า เอาก็เอา เปลี่ยนเสื้อในห้องน้ำเสร็จก็มาถ่ายรูปกันนิดหน่อย ก่อนจะไปหาไรกิน รอเวลา สองทุ่มเดินขึ้นมาใหม่ ในที่สุดก็ได้ดู อิอิ โรง 13
วันนี้ รู้สึกแปลกใจที่โฆษณาน้อยกว่าปกติ เหอๆ
เริ่มเรื่องก็นึกถึงมังงะที่เพิ่งอ่านทบทวนรอบใหม่ เพราะมันเริ่มเหมือนกันเด๊ะ ที่ฉากเคนจิเปิดเพลง “20th Century Boys” เพลงที่เป็นที่มาของชื่อเรื่องเลย เสร็จแล้วก็เปลี่ยนไปเล่าแบบใหม่ เล่าแบบไหน จะบอกดีมั้ยเนี่ย เหอๆ
Recent Comments