Posts tagged Chiang Mai
“ดอยผ้าห่มปก-เชียงใหม่” Trip ตอนจบแล้วล่ะ
Dec 17th
ตอนสุดท้ายซะทีนะ ขอบคุณทุกคนที่ตามอ่านกันจนถึงตอนนี้ ขอบคุณจริงๆ จากใจเลย
หลังจากเดินถนนคนเดินพร้อมได้ของฝากมาพอสมควร แล้วก็พักผ่อนนอนหลับที่ Imm Eco พวกเราก็ตื่นมาแต่เช้า รู้สึกได้ว่าตัวเองยังนอนไม่เต็มอิ่มนัก แต่เมื่อตื่นมาแล้ว มันก็คงไม่หลับแล้ว ลุกดีกว่า อาบน้ำแต่งตัวออกไปเดินเล่นในบริเวณ Imm Eco
บรรยากาศตอนเช้าดีพอสำหรับการเดินเล่น พวกเราจึงเดินไปเล่นในบริเวณที่ยังไม่เคยไป เราพบว่าที่นี่มีร้านอาหารบรรยากาศโรแมนติก+ชิลล์ๆ อยู่ด้วย เขาเรียกมันว่า Barn House ที่นั่น เราสั่งเครื่องดื่มสำหรับเช้าๆ อันสดใสมาทานกัน

ไม่นาน สมาชิกทั้งหลายก็พร้อมที่จะออกเดินทาง เรียกรถแดงให้พาเราไปหาอะไรกินยามเช้ากันดีกว่า อาหารเช้าวันนี้ เป็น “ข้าวต้ม” ครับ
“ดอยผ้าห่มปก-เชียงใหม่” Trip ตอนที่ 4 ถนนคนเดิน
Dec 14th
มาถึงตอนที่ 4 แ้ล้วสิ ขอบคุณทุกคนที่ติดตาม
อ่านพ็อกเกตบุ๊คไปได้ค่อนเล่มแล้ว สหายจากทริปม่อนจองมาถึงจนได้ พาพันธมิตรมาให้รู้จักเพิ่มเติมอีกสอง จองห้องสวีทไว้ให้เพิ่มอีก 1 ห้องแล้ว เลยกลายเป็นพักกัน 3 ห้องเลยทีเดียว
หลังจากปล่อยให้ผู้มาใหม่อาบน้ำล้างหน้าล้างตัวเสร็จเรียบร้อย พวกเราก็ออกเดินทางกันอีกครั้ง ความรู้สึกมันแปลกดี เรามากับกลุ่มหนึ่ง แล้วเราก็มาเที่ยวกับอีกกลุ่มหนึ่ง เป็นประสบการณ์ที่ไม่เคยทำ บางคนอาจจะว่าแปลก บางคนอาจจะมองด้วยความสงสัย ไม่เห็นเป็นไร ชีวิตมันต้องมีสีสันที่แปลกใหม่ ทำอะไรที่ไม่เคยทำเสียบ้าง ก่อนจะไม่มีชีวิตให้สนุกกับมันอีก

ในที่สุด ทุกคนก็พร้อมออกเดินทางด้วยกัน เรามุ่งหน้าไป “ถนนคนเดิน – ประตูท่าแพ” ถนนคนเดินที่ใหญ่ที่สุด มีชื่อที่สุดของเชียงใหม่ หลังจากซักซ้อมมาประมาณหนึ่งจากเมื่อวันก่อน วันนี้ได้เวลาเดินของจริงอีกครั้ง ถนนคนเดินแห่งนี้ ผมเคยได้มาเดินเพียงหนเดียวเท่านั้น และนี่ก็เป็นครั้งที่สอง
กว่าเราจะไปถึงก็ผ่านสองทุ่มไปไกลแล้ว ผู้คนมากมายจึงคลาคล่ำเต็มถนน ของต่างๆ เรียงรายตามสองข้างของถนนเช่นเคย
เมื่อกระเพาะเริ่มชินกับน้ำย่อย มันคงคุยเล่นเป็นเพื่อนกันจนไม่รู้สึกอยากทะเลาะกันอีกแล้ว จากที่หิว ก็เลยเปลี่ยนเป็นไม่หิว เดินเป็นกลุ่มกันไปสักพัก เห็นว่าถ้าเกาะกลุ่มกันไปเรื่อยๆ ท่าจะไปไม่ถึงไหน ก็เริ่มแตกพันธะออกเป็นกลุ่มย่อยๆ เริ่มเดินกันสะดวกขึ้น
“ดอยผ้าห่มปก-เชียงใหม่” Trip ตอนที่ 3
Dec 13th
เมื่อถึงเวลาลงจากลานกางเต็นท์บนดอยผ้าห่มปก พวกเรากลับมาที่รถกระบะขับเคลื่อน 4 ล้อคันเดิมที่มาส่ง และแน่นอน ผู้ชาย 4 คนก็ยังคงนั่งกระบะท้าย และกระเด้งกระดอนอยู่อย่างนั้น จนรถเคลื่อนมาถึงเชิงดอย และผ่านหมู่บ้านของชาวเขาอีกครั้ง เราได้ยินเด็กๆ ตะโกนอะไรสักอย่างกับเรา พร้อมโบกมือให้
ลักษณะเหมือนพวกเขากำลังขอบคุณและอวยพรเรา ประมาณนั้น
ถ้าให้เดา ผมก็คงเดาว่า เด็กๆ เหล่านี้คือลูกหลานของพี่ๆ แม้วที่นำทางพวกเราอยู่บนดอย พวกเขาอาจขอบคุณที่เราทำให้พวกเขามีรายได้ ให้พวกเขาเกิดและเติบโต ผมเดาไว้เช่นนั้น
———————-
พวกเราผ่านพ้นการผจญภัยกับสวนสนุกท้ายรถกระบะกันมาอย่างทุลักทุเล ใครว่ามา “ดอยผ้าห่มปก” แล้วไม่เหนื่อย
ดูสภาพแต่ละคนแล้ว ไม่ต่างจากกลับมาจาก “ภูสอยดาว” แม้แต่น้อย
กลับมาถึงสำนักงานอุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปกอีกครั้ง ด้วยความหวังจะอาบน้ำชำระล้างร่างกายที่นี่เสียหน่อย เพราะตั้งแต่เดินทางมา ยังไม่ได้อาบน้ำเลยสักมื้อ แต่จนแล้วจนรอด พวกเราก็ไม่ได้อาบน้ำกัน เพราะจะอาบน้ำพุร้อน (รู้สึกจะคนละ 30 บาท) ก็เจอกับคิวแสนยาว ต้องรอไม่ต่ำกว่า 1 ชั่วโมง จะอาบน้ำเย็นเจี๊ยบในห้องน้ำ ก็เจอต้องไปแย่งกัน สุดท้ายเล่นง่าย ไม่อาบแล้วกัน หาไรกินก่อน…
พวกเราก็เลยสั่งไก่ย่าง ข้าวเหนียว ส้มตำ มากันกินตายกันไปก่อน เมื่อท้องเริ่มอิ่ม จึงเริ่มเดินทางไปกับรถตู้ที่คนขับหนุ่มผู้แสนรักรถน้อยกว่าเมียเล็กน้อย
เราเข้าสู่ตัวเมืองเชียงใหม่ในช่วงเย็นๆ ของวันเสาร์ที่ 6 ธันวา เช็คอินเข้าพักที่โรงแรม Holiday Garden Hotel & Resort บนถนนห้วยแก้ว ชำระล้างร่างกายแล้วออกเดินทางอีกครั้ง จุดมุ่งหมายของเราวันนั้นหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น “ถนนคนเดิน – วัวลาย – ประตูเชียงใหม่” ที่ถนนแคบไปทันตาเมื่อต้องรองรับผู้คนมากมาย จนผมต้องเดินไหลตามๆ เขาไปโดยไม่ได้ซื้ออะไรติดมือกลับมาเลย “มนต์นมสด” แถวนิมมานเหมินท์ ร้านขนมปังและนมยอดนิยม ที่ถูกโซ้ยหมดด้วยเวลาอันรวดเร็วมากๆ และที่ไหนอีกหว่า…
พอดีไม่ได้ถ่ายรูปไว้ ความทรงจำเลือนหาย… เหลือแต่รูปร้านมนต์นี่แหละ

ได้เวลากลับนิวาสถาน เพื่อนๆ ต่างพาไปรวมตัวกันเพื่อนับเลข ผมขอปลีกวิเวกนอนอ่านหนังสืออยู่คนเดียว หลายสิบหน้าผ่านพ้นไป จนเพื่อนกลับมาอีกครั้ง เวลาพ้นผ่านจนเพื่อนกรนกลบความเงียบสงบให้มลายสิ้น ผมยังนอนอ่านหนังสืออยู่เช่นนั้น จนตี 2 ถึงได้ปิดไฟนอน
“ดอยผ้าห่มปก-เชียงใหม่” Trip ตอนที่ 2
Dec 11th
กลับมาประจำการนั่งเล่าเรื่องเที่ยวกันต่อ…

เมื่อตอนที่แล้ว ยังเล่าคั่งค้างเรื่องหนึ่งเอาไว้ เหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้เสมอตามสถานที่ตั้งแคมป์กางเต็นท์ต่างๆ หลายกลุ่มมักเตรียมเตาแก๊สขนาดเล็กติดไปด้วยเสมอ ซึ่งถือระเบิดเคลื่อนที่เลยก็ว่าได้ หากใช้กันอย่างไม่ระวัง
ระหว่างที่พวกเขานั่งทานมื้อค่ำอย่างเอร็ดอร่อยนั้น พลันหางตาขวา ก็เห็นประกายสว่างวาบของเปลวไฟจากเต็นท์ที่ไม่ใกล้ไม่ไกลกันนัก จดจ้องมองดูอยู่สักพัก เหมือนกับจะไม่มีทีท่าว่าไฟจะดับ ชักเสียวว่าจะวายวอดกลายเป็นโศกนาฎกรรมหรือไม่ ฉับพลันก็ฉุกคิดกันในกลุ่มว่า ควรเข้าไปช่วยเหลือในทันใด หนึ่งในสมาชิกของเรา คว้าน้ำแกลลอนใหญ่เดินเข้าไปที่จุดเกิดเหตุ ไม่นาน ไฟก็เริ่มลดขนาดลงและดับไป สมาชิกของเราเดินกลับมาอย่างฮีโร่
ฟังจากคำบอกเล่า ได้ความว่า กลุ่มนั้นเขาทำน้ำมันหกลงมาโดนเปลวไฟ ส่งผลให้เปลวไฟลุกโหม แต่ไม่มีฉุกคิดจะดับด้วยการปิดวาล์วแก๊สอันเป็นต้นเหตุแห่งไฟ มีเพียงช่วยกันเทน้ำใส่ ซึ่งมิอาจดับไฟได้
นี่คงเป็นอุทาหรณ์ของการ “เล่นกับไฟ” โดยแท้…
——————————–
ค่ำคืนที่แสนเหน็บหนาว แต่กลับเตรียมเสื้อผ้าน้อยชิ้น ประมาทไปหน่อย แต่ยังอุ่นใจ เมื่อเรามีเพื่อนดีๆ ใส่เสื้อ 5 ชั้น โดยใส่เสื้อกันหนาวจากเพื่อนๆ เอามารวมกัน
หนาวกาย อบอุ่นที่หัวใจ…
21.00 น. ได้เวลานอน
2 เต็นท์ หนึ่งเต็นท์หญิง หนึ่งเต็นท์ชาย นอนเีรียงรายกันอยู่ในเต็นท์ของตัวเอง อากาศที่ไม่หนาวมากนักในช่วงค่ำๆ ชักเริ่มหนาวมากขึ้นเมื่อผ่านไปถึงช่วงดึก แต่โรงสีที่อยู่ข้างๆ ยังส่งเสียงไม่มีทีท่าจะหยุด ผสมกับอากาศ ทำให้หลับไปไม่มากนัก ไม่นานก็ตี 3 แล้ว ได้ยินทั้งเสียงปลุกของพี่ชาวเขา และเสียงมือถือปลุกของตัวเอง





Recent Comments