Posts Tagged ‘comedy

ช่วงนี้ ดูเหมือนดูหนังเรื่องไหนก็ไม่ค่อยจะสร้างเสริมแรงบันดาลให้อยากเขียนถึง ไม่ใช่ว่าหนังจะไม่มีดี แต่ด้วยอะไรบางอย่าง ทำให้ไม่ค่อยอยากเขียนบล็อกซะงั้น
ช่วงที่ผ่านมา ผมเข้าโรงหนัง ดู “Inkheart” หนังเยาวชนที่พูดถึงเรื่องราวของ นักอ่านที่ปลดปล่อยตัวละครในวรรณกรรมออกมาโลดแล่นในชีวิตจริงๆ หนังดูเรื่อยๆ เอื่อยๆ ตามประสาหนังจินตนาการที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นเด็กและเยาวชน
ถัดมาอีก 1 อาทิตย์ ผมได้เข้าไปดู “Underworld : Rise of the Lycans” ภาคที่ 3 ของ Underworld หนังสงครามของ 2 เผ่าพันธุ์ หนังมีแต่เรื่องราวในเวลากลางคืน หรือความมืด ดำเนินเรื่องสนุกใช้ได้ แต่ไม่ได้เป็นหนังที่ไปดูเพราะความอยากของตัวเอง
มาถึงเรื่องนี้ดีกว่า “Mamma Mia!”

ปกติหนังเพลงนั้น ไม่ค่อยจะถูกสเปกผมเท่าไหร่ น้อยเรื่องที่จะทำให้ผมอยากดูจนต้องไปเสาะหามัน หลังจากมีหลายคนสะกิดบอกว่ามันดี ต้องดู ก็เลยขอดูสักหน่อย

เกิดมาผมได้สัมผัสครอบครัว Simpson แบบจริงจังก็ครั้งนี้เป็นครั้งแรก ก่อนหน้านี้ ผมไม่รู้จักพวกเขาเลย เคยเห็นหน้าค่าตามาบ้าง รู้จักแค่เป็นพวก Simpson หน้าเหลืองๆ ทั้งครอบครัว แต่ไม่รู้จักนิสัยใจคอพวกเขาหรอกครับ
จนในที่สุด ผมก็ตัดสินใจเช่า “The Simpsons Movie” มาดูที่บ้านจนได้ แล้วผมก็ได้รู้จักพวกเขามากขึ้นนับแต่นั้น…

จากซีรี่ส์ยอดฮิตทางทีวี ย้ายมาดังบนจอภาพยนตร์เป็นครั้งแรก ทำให้ผมได้รู้จักกับครอบครัวต๊องๆ ที่มี “โฮเมอร์” ผู้เป็นพ่อและหัวหน้าครอบครัวที่ดูไม่เอาไหน แม้แต่ลูกๆ ก็ดูจะไม่ภูมิใจและผิดหวังไม่น้อย ในสภาวะที่ทุกคนในเมืองสปริงฟิลด์ต่างตื่นตัวในเรื่องโลกร้อน และสภาวะแวดล้อมในทะเลสาปของเมือง โดยเฉพาะลูกสาว ที่เป็นตัวตั้งตัวตีในการรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมในเมือง

เดิมทีก็ไม่ได้สนอกสนใจในภาพยนตร์เรื่องนี้มากเท่าไหร่ รู้ข่าวแว่วเข้าหูมาบ้างนิดหน่อย จนเมื่อได้ดูคลิปหนังตัวอย่างของภาพยนตร์ไทยภาคต่อเรื่องนี้…

“หลวงพี่เท่ง 2 รุ่นฮาร่ำรวย”
เออ เล่นเอาฮาขี้แตกขี้แตนเอาการเหมือนกันแฮะ มีโจอี้บอยมารับบทเป็นหลวงพี่ แทน “เท่ง” คนเดิม เพราะขาใหญ่ไม่ให้คิว แถมยังลูกศิษย์วัด เอ้ย น้องๆ ที่เคยอยู่ร่วมค่ายมีร่วมเล่นด้วย แนวครับแนว

วันนี้ ขอเปลี่ยนแนวมาเขียนถึงหนังแผ่นกันบ้าง หลังจากไปดูหนังโรงมาแล้ว 1 เรื่อง ช่วงนี้ห่างหายจากการเช่าหนังดีวีดีมาดูที่บ้านไปนาน เลยขอปัดฝุ่นกิจกรรมชีวิตสักหน่อย เริ่มด้วยหนังโรแมนติกคอมิดี้เลยละกัน เรื่องนี้
“27 Dresses”

เรื่องของหญิงสาว เจน นิโคลส์ ผู้อยู่ในธุรกิจจัดงานแต่งงาน เธอหลงใหลงานแต่งงาน เธอทำให้ความฝันของผู้หญิง วันสำคัญในชีวิตของสาวๆ ได้เป็นจริงและสมบูรณ์แบบที่สุด เธอเก็บชุดเพื่อนเจ้าสาวไว้เป็นความทรงจำถึง 27 ชุด เฝ้ารอว่าสักวันหนึ่ง จะมีวันแบบนั้นของตัวเอง แต่กลับได้พบกับ เควิน ดอยล์ ชายหนุ่มนักเขียนคอลัมน์ Commitment ผู้ซึ่งไม่เชื่อในงานแต่งงานนัก เพราะเขาเคยเอ่ยกับเจนว่า งานแต่งงานสุดเลิศอลังการ ลงท้ายก็จบลงด้วยการหย่ากว่าครึ่ง เธอไม่รู้สักนิดว่า เธอเป็นแฟนประจำงานเขียนของเขา
เจนหลงรัก จอร์จ เจ้านาย แต่เธอกลับโดน เทส น้องสาวของตัวเองชิงหัวใจไปดื้อๆ โดยที่เธอทำได้เพียงการเป็นพี่สาวที่ดี
แล้วเจนจะมีวันนั้นของเธอมั้ยนะ?

ดูเหมือนช่วงนี้ ผมจะไม่ค่อยดูหนังตามกระแสสักเท่าไหร่ ไปๆ มาๆ กลับได้ดูหนังที่โดยส่วนตัว ไม่ได้มีความสนใจเป็นแรงผลักดันให้เข้าไปดูสักเท่าไหร่ คราวก่อน “Kungfu Panda” เข้าไปดู เพราะมันฟรี ครั้งนี้ก็เช่นกัน เข้าไปดู เพราะ “คนข้างๆ” เขาอยากดู
“Sex and the City”
ดั้งเดิมมันเป็นซีรีส์ทางทีวี คนข้างๆ ผมเขาชอบมาก ขณะที่ผมเองเฉยๆ แต่ในเมื่อเขาอยากดู ผมเลยบอกว่า “อะ ก็ได้ แต่ตัวเองเลี้ยงเขานะ” เป็นอันตกลง (แต่ผมก็จ่ายค่าป็อปคอร์นนะคร้าบ)

เรื่องราวของสี่สาวที่หลงใหลใน New York ก็ไม่รู้มันมีอะไรดีนักหนา เมืองนี้ แต่พวกเธอว่า เธอเข้ามาเพราะมันมีแรงกระตุ้น 2 อย่าง นั่นคือ แบรนด์เนม (Label) และ ความรัก (Love)


 Page 1 of 2  1  2 »
top