Posts tagged crime
The Losers โคตรทีมขี้แพ้(โดน)ชวนตี
Jun 1st
ในวันว่างช่วงที่ประเทศไทยหยุดยาว ผมเลือกวันเสาร์เอาไว้ออกจากบ้านไปดูหนัง ติดเพียงแต่ว่า ช่วงนี้หาหนังที่ “ต้องดู” ไม่ค่อยได้ หนังเหล่านั้นหลีกเร้นหายตัวไปไหน ไม่มีใครรู้ แต่ที่แน่ๆ ผมคิดถึงโรงหนังเจ้าประจำ การดูหนังครั้งนี้ จึงเอาทำเลฉายเป็นตัวตั้ง แล้วไปเลือกหนังเอาทีหลัง เลือกไปเลือกมา กลายเป็นเรื่องนี้ครับ
“The Losers – โคตรทีม อ.ต.ร. แพ้ไม่เป็น”
ด้วยความที่รู้คร่าวๆ ว่าเป็นหนังแอ็คชั่น ดูจากตัวอย่างท่าทางจะมัน แค่นั้นแหละ ที่ทำให้เลือกไปดู
เดินทางทุกอย่างเหมือนเดิม เพื่อไปซึมซับความสนุกในโรงหนังแอร์เย็น เก้าอี้เบาะหนังอย่างดี และในราคาที่ต่ำสุดเหมือนเคย และแล้ว บรรยากาศของการดูหนังในโรงหนังก็กลับมาสู่ชีวิต….
Trainspotting มันบ้า แต่มันน่าหนุก
Jul 29th
การเสพหนัง ก็อาจเหมือนกับการเสพยา ตรงที่เรามีความสุข เรามีอารมณ์ต่างๆ นานา ตามแต่ว่าเราดูหนังอะไร ถ้าเราเสพบ่อย เราก็ติด ติดที่จะดูมันเพื่อความรื่นรมย์ ตื่นเต้น ฮาแตก หรืออะไรก็ตามที่หนังมันเป็น
แต่การเสพหนัง ไม่ทำร้ายร่างกายเราเหมือนยาเสพติด
ผมเคยเสพหนังเรื่องหนึ่ง แล้วรู้สึกเสียใจที่ไม่ได้นำมาเขียน มันไม่ใช่หนังธรรมดาสามัญทั่วไป แต่เป็นหนังที่มีใครเคยพูดถึงมันเมื่อนานมาแล้ว แต่ผมไม่เคยมีโอกาสได้เสพ วันนี้ ผมจึงเสพมันซ้ำ เมื่อนำมันมาบอกเล่าแก่คุณ

เริ่มต้น หนังเรื่องขึ้นมาแนวมากๆ พระเอกของเรื่องพ่นอะไรไม่รู้อย่างไม่หยุดหย่อน พาเราไปรู้จักกับแก๊งๆ นึง ที่วันๆ ไม่ทำอะไร เอาแต่เสพเฮโรอีนกัน ในแก๊งนั้น ผมเห็นเด็กทารกวัยเพิ่งหัดคลานอยู่ด้วย โอว…เวรกรรม
Angels & Demons เทวากับซาตาน
May 15th
ดูเหมือนช่วงนี้ จะเป็นช่วงที่ผมจะใจเย็นรอหนังเข้าโรงสักพักค่อยไปดูไม่ได้ หนังเข้าเมื่อไหร่ ใจมันลุกลี้ลุกลนอยากเดินเข้าไปดูโรงให้ได้ในวันนั้น วันนี้ก็เช่นเดียวกัน ในที่สุด ผมก็อาบน้ำ แต่งตัว เดินทางไปยังโรงหนังเจ้าเก่าที่คุ้นเคย เพื่อชมภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์เรื่องใหม่ ที่สร้างจากนวนิยายขายดีของ Dan Brown ภาคต่อมาของ The DaVinci Code” (ข้อมูลเพิ่มเติม หนังทำสลับลำดับกับหนังสือ Angels & Demons เป็นเล่มแรก ส่วน The DaVinci Code เป็นเล่มถัดมา)
“Angels & Demons” หรือ “เทวากับซาตาน” นั่นเอง

หลังจากภาคที่แล้ว ผมลงทุนซื้อหนังสือและถ่อไปถึงเกาะเสม็ด อ่านจนจบเรื่อง ก่อนหนังจะเข้าฉาย เมื่อเข้าไปดูในโรงก็พบว่า หนังค่อนข้างดำเนินเรื่อง-ตัดต่อแบบรวบรัด เหมือนเร่งให้จบทันความยาวที่กำหนดเอาไว้ บทพูดที่มากมายแบบไม่มีหยุดพัก สร้างความเครียดให้กับคนดูมากกว่าจะรู้สึกสนุกน่าติดตาม
Sweeney Todd | เลือดสาด อาบมีดโกน… อื๋ยยย…
Feb 5th
เป็นเวลาหลายวันมาแล้ว ที่ผมไม่ได้เดินเข้าโรงหนังเลย คิดถึงโรงหนังจัง วันนี้วันหยุดแล้ว ขอเข้าโรงหนังไปดูหนังในโรงสักหน่อยเถอะนะ เรื่องกะไรดี เรื่องนี้แล้วกัน
Sweeney Todd: The Demon Barber of Fleet Street
สวีนนี่ย์ ทอดด์ บาร์เบอร์หฤโหดแห่งฟลีทสตรีท

ผลงานของ Tim Burton ที่กลิ่นและสไตล์เฉพาะตัว งานนี้ก็ไม่เว้น ไม่เคยว่างเว้นไปทำอะไรที่ไม่ใช่สไตล์ของตัวเองเลยมั้ง หลังจากโดดเด้งจาก “Sleepy Hollow” แล้ว ก็สร้างออกมาอีกหลายเรื่อง ล่าสุดก็เป็นแอนิเมชั่น+มิวสิคคัล เรื่อง “Corpse Bride” หรือ “เจ้าสาวซากศพ” คราวนี้ เขากลับมาใหม่ด้วย สไตล์ละครเพลง เปลี่ยนจากหุ่นปั้นเป็นคนจริงๆ แล้ว แต่ยังคงรูปแบบของการร้องเพลงเล่าเรื่องอยู่เช่นเดิม
Sweeny Todd เคยเป็นละครเพลงมาก่อน เมื่อมาเป็นหนัง มันจึงไม่สามารถเหมาะกับอะไรไปได้ นอกจาก “หนังเพลง” เมื่อมันมาอยู่ในมือของผู้กำกับอย่าง Tim Burton มันจึงเป็นอะไรที่ dark อย่างสุดๆ และคนอย่าง Tim Burton ลงมาทำเอง จึงหนีไม่พ้นหนังเพลงสีทึมๆ
แต่คราวนี้ ค่อนข้างเลือดเดือดเต็มจออยู่สักหน่อย






