Posts tagged Japanese Film
Hanamizuki ฮานะมิซึกิ | ดอกไม้รักของสองเรา
7เช่นเคย เมื่อหัวใจมันเรียกร้องมาจากข้างใน ว่าอยากเข้าไปดูหนังในโรง ไม่อยากรอให้ต้องมาดูกับจอเล็กๆ ที่บ้าน สองเท้าจึงก้าวอย่างไวรุดไปยังโรงหนัง ควักตังค์จ่ายค่าตั๋วแล้วแจ้นเข้าโรงทันใด เข้าไปพบกับประสบการณ์รักบนจอใหญ่ๆ ในโรงขนาดปานกลางของ Lido 3 ณ สยามสแควร์ ใจกลางย่านช้อปปิ้งของเหล่าวัยรุ่น ที่เดินเล่นในสมัยเรียนของพวกเรา เพื่อพบกับ Hanamizuki ดอกไม้รักของเราสองไง
เชื่อแน่ว่าหลายคนคงชื่นชอบในภาพยนตร์ญี่ปุ่น ชื่อ Be With You และ Nada Sou Sou มาบ้างแล้ว ทั้งสองเรื่องต่างเรียกน้ำตาจากผู้ชม พร้อมๆ กันไปเรียกความประทับใจในบท ภาพและซีนอารมณ์ที่มีให้พวกเรามาอย่างเต็มเปี่ยม และนี่คือภาพยนตร์เรื่องใหม่จากผู้กำกับคนนี้ โนบุฮิโร่ โดอิ (Nobuhiro Doi)
Departures คนส่งวิญญาณ
6ช่วงนี้ ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ระบาดหนัก ความถี่ในการดูหนังดูเหมือนจะต่ำลงเรื่อยๆ และบางครั้งก็ต้องใช้วิธีดูหนังที่บ้านแทน วันนี้ หยิบเรื่องมาฝากกันเสียหน่อย นานๆ จะเขียนถึงหนังญี่ปุ่นสักที
หลายคนบ่นว่าหนังญี่ปุ่นที่เนิบนาบและเน้นกับอารมณ์ พาลให้ไม่ชอบดูไปเสียอย่างนั้น แต่ผมไม่ ผมเป็นพวกชอบซึมซับอารมณ์จากหนัง หนังญี่ปุ่นจึงถูกโฉลกกับผมอยู่หลายเรื่อง เรื่องนี้มีคนแนะนำแกมชื่นชมมา ผมก็ไม่พลาดศรัทธาขอชมสักหน่อย
เรื่องราวชายหนุ่ม ผู้ซึ่งรักการเล่นเชลโลมาตั้งแต่วัยเด็กจากการสนับสนุนของพ่อ เติบโตมาเป็นชายหนุ่มที่มีความใฝ่ฝัน จนวันหนึ่ง เขาก็ได้เป็นนักเชลโลอยู่ในวงออร์เคสตร้าวงหนึ่งในโตเกียว แต่ความฝันที่กำลังจะสำเร็จต้องสะดุดลง เมื่อวงที่เขาเล่นอยู่ต้องถูกยุบ เชลโลราคาสูงลิ่วที่เพิ่งซื้อมาวางอยู่ตรงนั้น ความเคว้งคว้างที่ก่อตัวขึ้น ทำให้เขาตัดสินใจขายเชลโลทิ้ง แล้วย้ายตัวเองกับภรรยาสาวไปอยู่ยามากาตะ
Cyborg She ยัยนี่..น่ารักจริงๆ เล้ย
21ช่วงนี้ ชีวิตค่อนข้างน่าเบื่อ เจออะไรบางอย่างที่เข้ามาแล้วทำให้ีชีวิตหดหู่ เลยปลดปล่อยตัวเองด้วยการดูหนังไปหลายเรื่องทั้งในบ้านตัวเอง และในโรง แต่ไม่ค่อยมีเรื่องไหนน่าจะนำมาเล่าถึงสักเท่าไหร่ หรือเพราะไม่มีอารมณ์จะเล่าก็ไม่รู้ แต่วันนี้ ได้ดูหนังเรื่องหนึ่ง ดูแล้วมีความสุขปนความเศร้าไปพร้อมๆ กัน เลยหยิบมาเขียนถึงสักหน่อย
ดูทีเป็นหนังญี่ปุ่น เพราะนักแสดงเป็นญี่ปุ่น เหตุเกิดในญี่ปุ่น แต่พอดูเครดิตชื่อผู้กำกับ
อ้าว! เป็นคนเกาหลีนี่หว่า
ใช่แล้ว เขาคือ กว๊ากแจยัง (Jae-young Kwak) ผู้กำกับ My Sassy Girl, The Classic, และ Windstruck ที่หลายคนประทับใจนั่นไง คราวนี้ หันมากำกับหนังญี่ปุ่นบ้าง ว่างั้นเถอะ
อยากดู 20th Century Boys มหาวิบัติดวงตาถล่มล้างโลก
13ไม่รู้ว่า ผมเริ่มเป็นแฟนของการ์ตูนเรื่องนี้ตั้งแต่วันไหน แต่พอจำได้เลาๆ ว่า รู้จักกับมันช่วงที่ทำงานอยู่ในบริษัทเก่า ที่นั่นมีแต่คนทำการ์ตูนแอนิเมชั่น ทำให้เจอแต่พวกบ้าการ์ตูน (ทั้งบ้าอ่าน และบ้าวาด) เต็มไปหมด ก็เลยได้รู้จักกับอะไรอีกหลายอย่างที่ไม่เคยรู้จัก อย่าง Studio Ghibli เป็นต้น แน่นอน ทำให้ผมเริ่มริที่จะซื้อการ์ตูนมาอ่าน ทั้งๆ ที่แต่ก่อน ชีวิตของผมเกี่ยวข้องกับการ์ตูนน้อยมากๆ ซื้อการ์ตูนแทบจะนับเล่มได้เลยเชียว

และนี่คือหนึ่งในการ์ตูนที่ผมเริ่มติดตามซื้ออ่านในช่วงนั้น “20th Century Boys”
เด็กผู้ชายกลุ่มหนึ่งที่ ก่อตั้งกลุ่มของตัวอย่างในทุ่งหญ้ารกๆ แห่งหนึ่ง คิดการบ๊องๆ แบบเด็กๆ ว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น แต่ใครจะรู้ว่า เมื่อพวกเขาโตขึ้น มันได้เกิดเหตุการณ์นั้นขึ้นมาจริงๆ ภาพยนตร์เรื่องนี้ เขาว่า มันจะเป็นไตรภาค ให้บรรดาแฟนานุแฟนทั้งหลาย ได้ติดตามกันจนกว่าเรื่องจะจบลง (แถมพอจบแล้ว ยังอาจจะมีต่ออีกก็ได้ เหอๆ)
Always : Sunset on Third Street 2
3ภารกิจตอนนี้ มันรัดตัว จนไม่มีอารมณ์จะเขียนเรื่องราว ทั้งๆ ที่ผมได้ชมภาพยนตร์ญี่ปุ่นเรื่องนี้มาเป็นเวลาเกือบอาทิตย์เข้าไปแล้ว น่ากลัวว่า สิ่งที่ยังหลงเหลืออยู่นั้น จะน้อยนิดจนไม่มีอะไรจะเล่าเสียแล้วละมั้ง
Always : Sunset on Third Street 2 คือภาคต่อ

ด้วยความเป็นภาคต่อ คนก็มักนำไปเปรียบกับภาคก่อนหน้า แต่เมื่อผมจดจำได้เพียงภาพบางภาพเท่านั้นในภาคแรก มันจึงไม่ค่อยมีอะไรให้ต้องเปรียบเทียบมากนัก
เรื่องราวยังคงอยู่ที่จุดเดิมในกรุงโตเกียว โรขุ สาวน้อยที่ยังคงทำงานในซูซูกิออโต้ ร้านซ่อมรถเล็กๆ แห่งเดิม ตรงข้ามร้านขายของเล็กๆ ของริวโนสึเกะ ผู้ชายอีกคนผู้ใฝ่ฝันจะเป็นนักเขียน ที่เลี้ยงดูเด็กน้อยจุนโนสึเกะอยู่เช่นเดิม กับชีวิตที่ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปนัก ชีวิตรักของเขากับฮิโรมิ หญิงสาวผู้หันเหไปใช้ชีวิตอันน่ารันทดอยู่ในบาร์เต้นระบำ





