Posts tagged review
Mamma Mia! วิวาห์วุ่น ลุ้นหาพ่อ ร้อง เต้น เพลินเชียว
3ช่วงนี้ ดูเหมือนดูหนังเรื่องไหนก็ไม่ค่อยจะสร้างเสริมแรงบันดาลให้อยากเขียนถึง ไม่ใช่ว่าหนังจะไม่มีดี แต่ด้วยอะไรบางอย่าง ทำให้ไม่ค่อยอยากเขียนบล็อกซะงั้น
ช่วงที่ผ่านมา ผมเข้าโรงหนัง ดู “Inkheart” หนังเยาวชนที่พูดถึงเรื่องราวของ นักอ่านที่ปลดปล่อยตัวละครในวรรณกรรมออกมาโลดแล่นในชีวิตจริงๆ หนังดูเรื่อยๆ เอื่อยๆ ตามประสาหนังจินตนาการที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นเด็กและเยาวชน
ถัดมาอีก 1 อาทิตย์ ผมได้เข้าไปดู “Underworld : Rise of the Lycans” ภาคที่ 3 ของ Underworld หนังสงครามของ 2 เผ่าพันธุ์ หนังมีแต่เรื่องราวในเวลากลางคืน หรือความมืด ดำเนินเรื่องสนุกใช้ได้ แต่ไม่ได้เป็นหนังที่ไปดูเพราะความอยากของตัวเอง
มาถึงเรื่องนี้ดีกว่า “Mamma Mia!”

ปกติหนังเพลงนั้น ไม่ค่อยจะถูกสเปกผมเท่าไหร่ น้อยเรื่องที่จะทำให้ผมอยากดูจนต้องไปเสาะหามัน หลังจากมีหลายคนสะกิดบอกว่ามันดี ต้องดู ก็เลยขอดูสักหน่อย
Indiana Jones and The Kingdom of The Crystal Skull
12บอกตรงๆ อยู่ช่วงนี้ ผมรู้สึกไม่ค่อยมีแรงกระตุ้นในการเขียนบล็อกเท่าไหร่ ขนาดมี source แล้วนะ รู้แล้วนะว่าจะเขียนอะไร แต่อารมณ์และฟีลลิ่งมันริบหรี่ๆ เสียเหลือเกิน
เมื่อวันก่อนไปดูหนังมาครับ เหมือนเป็นวงรอบของชีวิต ช่วงนี้ ดูแต่หนังใหญ่ๆ ทุนหนาๆ เพราะมันเข้าโรงในไทยไม่เว้นอาทิตย์กันเลย สัปดาห์นี้ ผมไปดู “Indiana Jones and The Kingdom of The Crystal Skull” มาครับ

จริงๆ แล้ว ผมคุ้นเคยกับชื่อนี้มานาน ทั้งยังเคยฟังเพลงธีมของหนังเรื่องนี้มาตั้งแต่เรียนมหา’ลัย แต่ก็ยังไม่เคยดูหนังเรื่องนี้สักที จวบจนช่อง 7 นำมาฉาย ก็มีอันคลาดแคล้วกันเสมอเพราะภารกิจวันเสาร์ของผมนั้น มีทุกเสาร์ไม่เคยหยุด จะได้ดูบ้างก็ภาคสอง ส่วนภาคสามที่ได้ดูก็เป็นช่วงใกล้จบแล้วเสียอีก เลยไมไ่ด้ซึมซับความเป็นอินเดียน่า โจนส์ สักเท่าไหร่ เท่าที่ผมซึมซับได้นั้น คือ ผมรู้สึกว่า อินดี้ของชาวโลกเป็นคนมีความรู้ด้านโบราณคดีค่อนข้างสูงมาก เรื่องราวค่อนข้างมีอภินิหารเข้ามาปนเปอยู่ประมาณหนึ่งเสมอ และหลายครั้ง ที่การไปยุ่งกับสมบัติ ก็ทำให้เขาต้องสู้กับความโลภในใจตัวเอง
ข้อเขียนของผมวันนี้ก็เลยอาจจะเป็นมุมมองจากคนที่เพิ่งรู้จัก อินเดียน่า โจนส์ ได้ไม่นาน
หลายคนชักชวนให้ผมไปดูภาพยนตร์เรื่องนี้ พวกเขาต่างชื่นชมว่าหนังดี อยากให้ไปดู ขณะที่ผมดูข่าว ก็เลยได้รับรู้ว่า หนังเปิดฉายที่เทศกาลหนังเมืองคานส์ แต่กลับไม่ได้รับเสียงปรบมือสักเท่าไหร่
จาก Dragon Wars ถึง Water Horse
6ช่วงนี้ หนังไทยเข้าฉายเยอะเป็นพิเศษ เรียกว่าเป็นช่วง High Season ของหนังไทยก็ว่าได้ ปิดเทอมทั้งที เด็กๆ โตๆ เดินเข้าโรงหนังกันฮึ่ม รายได้พลอยดีไปด้วย แต่ผู้สร้างก็เลือกนำหนังมาฉายแข่งกันมากขึ้น แน่นอนว่า รายได้ก็คงเฉลี่ยๆ กันไปบ้าง
แต่วันนี้ ผมเลือกหนังสัตว์ประหลาดสองเรื่องมาชนกันซะงั้น
วันก่อน ผมเช่า D-War หรือ Dragon Wars มาดู สนุกดีเหมือนกัน วันนี้ เข้าโรงไปยล Water Horse ก็เพลินดีไม่หยอก ทั้งสองเรื่องเป็นเรื่องสัตว์ประหลาดเหมือนกัน

หนังสัญชาิติเกาหลี แต่มีฝรั่งเดินอยู่เต็มเรื่อง D-War เป็นเรื่องของตำนานงูยักษ์ ที่เล่ากันมาว่า ทุก 500 ปี จะมี “ยูอิจู” มาเกิดในร่างมนุษย์ผู้หญิง เธอจะมีปานแดงรูปมังกร ซึ่งจะเหมือนของขวัญที่สวรรค์ประทานให้กับงูยักษ์ “อิมูกิ” เธอต้องพลีชีพเพื่อให้ “ยูอิจู” กับงูยักษ์ “อิมูกิ” เพื่อมันจะได้กลายเป็นมังกรสวรรค์ มีอำนาจและพลังเหลือล้น
Once | ครั้งหนึ่งซึ่งเรา…ปึ๊งกัน
10น้อยครั้งอย่างมากที่ผมจะเดินไปดูหนังคนเดียว ครั้งนี้ก็อีกครั้งในจำนวนน้อยๆ นั้น ในช่วงเวลาที่ร่างกายและจิตใจของผม ต้องการพักจากความเหนื่อยล้า ที่มาจากภารกิจที่ตรากตรำมาตลอดทั้งสัปดาห์ ผมเลือกที่จะเก็บตัว พักผ่อนอยู่กับบ้าน หาความสุขจากการทำอะไรเบาๆ นั่งๆ นอนๆ ทำงานบ้านบ้าง อะไรบ้าง
ก่อนจะเลือกหนังสักเรื่องที่อยากดูเป็นการส่วนตัว… ผมเลือก “Once”
หลังได้ยินได้ฟังคำชมในเรื่องเพลงประกอบมามากแล้ว อีกทั้งได้อ่านเรื่องย่อๆ แล้วก็ให้สนใจ ปะเหมาะเวลาฉายพอเจาะกับเวลาที่ว่าง ในที่สุด ก็เลือก Once รอบ 16.30 น. ที่โรงลิโด้ 3
ไปถึงลิโด้ในเวลาพอดีฉายอีกแล้ว ผ่านช่วงโฆษณาไป เราก็ได้เวลาซึมซับกับอารมณ์อุ่นๆ สักที
Heaven’s Bookstore | ปาฏิหาริย์รักดอกไม้ไฟ
3วันนี้ ผมได้ดูหนังดีอีกแล้วครับ หนังดีที่ว่า เป็นหนังรักที่ดูแล้วมีความสุข สร้างจากนิยายขายดีของญี่ปุ่น ดูแล้วต้องบอกต่อ วันนี้ก็เลยมาบอกต่อ
Heaven’s Bookstore ปาฏิหาริย์รักดอกไม้ไฟ ครับ
Heaven’s Bookstore (?????, ‘Tengoku no honya’) เป็นภาพยนตร์ญี่ปุ่นที่ออกฉายในปี 2004 ที่กำกับโดย Tetsuo Shinohara เรื่องราวของนักเปียโนคลาสสิคที่ถูกไล่ออกจากงาน ก่อนจะถูกส่งไปยังสวรรค์เพื่อทำภารกิจบางอย่าง
เท่าที่หาข้อมูลมา มันถูกดัดแปลงบทมาจากนิยาย 2 เรื่อง ที่ถูกเขียนโดย Atsushi Matsuhisa และ Wataru Tanaka.

เริ่มต้นเรื่องด้วยสไตล์เดินเงียบๆ แบบหนังญี่ปุ่น วันนี้ ผมรู้สึกเพลียอย่างมาก ขนาดที่ว่า ถ้านอนดูอาจจะหลับได้ แต่พอดีผมนั่งดูครับ ยังไงก็ไม่หลับ จนได้พบความรู้สึกที่ตื้้นตันในช่วงท้าย ขนาดที่ว่า น้ำตาเอ่อได้ตลอดช่วงเลยทีเดียวล่ะ



