Posts tagged sci-fi
Source Code | ย้อนเวลา 8 นาที จะเปลี่ยนอะไรได้บ้าง
6หากคุณมีเวลาเพียง 8 นาทีที่จะย้อนกลับไป เพื่อตามหามือวางระเบิดในอดีตให้ได้ ภารกิจที่หนักหนาสาหัสชิ้นนี้ คุณจะรับทำมั้ย แน่นอน คุณจะไม่เป็นอะไร เมื่อครบ 8 นาที คุณจะกลับมายังร่างเดิม สิ่งที่เป็นเป้าหมายของภารกิจมีเพียงหาตัวคนร้ายให้ได้เท่านั้น
…แต่คุณต้องแฝงไปในร่างของคนอื่น
นายแพทเดินทางสู่โรงภาพยนตร์ Paragon Cinplex อีกครั้ง โรง Siam Pavalai รอเราอยู่ ที่นั่งแถวเดิมที่เคยนั่งประจำ วันนี้ ภาพของหนังบนจอชัดแจ๋ว สีสวยมากจริงๆ “Source Code” รอบค่ำ ได้เวลาของความบันเทิงที่ทำเป็นประจำอีกแล้วสินะ
I Am Number Four | ผมคือนัมเบอร์โฟร์!
7และแล้วก็ได้เวลาเขียนบล็อกอัพเดตเรื่องหนังเสียที หลังไปดูมาวันก่อน แล้วยังไม่ได้จังหวะดีๆ มานั่งเขียน สุขภาพของ นายแพท ไม่ค่อยอำนวยเท่าไหร่ แต่ในที่สุด แม้จะอย่างไร ผมก็ยังจะหาเวลามาเขียนถึงหนังที่เพิ่งไปดูมาให้ได้ แม้ว่ามันจะไม่ค่อยสดสักเท่าไหร่ เพราะดูไปสองวันกว่าแล้ว
ผมกำลังหมายถึง หนังซูเปอร์ฮีโร่เรื่องใหม่ “I Am Number Four” นั่นไง
ผมเพิ่งรู้จักกับภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ไม่นาน เรียกว่า จู่ๆ ก็โผล่ขึ้นมาโดยไม่ทันได้รู้ตัวมาก่อน ซูเปอร์ฮีโร่ที่มีหมายเลขประจำตัว ปรากฏโฉมในหนังตัวอย่างเมื่อสักเดือนกว่า หลายคนอาจจะไม่คาดหวัง เมื่อไปดูในโรงก็พบว่า มันสนุกใช้ได้เลยเชียว ผมเอง ที่กำลังดูแต่หนังนอกกระแสในช่วงนี้ อยากลองเปลี่ยนบรรยากาศไปดูหนังแบบนี้บ้าง เข้าทางพอดี
TRON: Legacy ทรอน ล่าข้ามอนาคต | Daft Punk เรืองแสง
5ไปดูมาสดๆ ร้อนๆ ครับสำหรับภาพยนตร์เรื่องใหม่ของผู้กำกับฯ Joseph Kosinski ที่หลายๆ คนรอคอย กับภาพยนตร์ไซไฟสีสันสุดจ๊าบ ที่เขาว่าสร้างต่อจาก TRON ที่เคยสร้างไว้ในปี 1982 ซึ่งผมไม่เคยดูภาคนั้น เกิดไม่ทันและไม่ทันได้ตามไปหามาดูก่อนเข้าโรง
ก่อนหน้าที่ผมจะได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้ “TRON: Legacy ทรอน ล่าข้ามอนาคต” ผมได้ฟังเพลงประกอบที่ทำโดย Daft Punk ศิลปินแนวอิเล็กทรอนิกส์ที่ผมชื่นชอบไปบ้างแล้ว แม้ว่าจะยังสร้างความประทับใจได้ไม่มากพอ แต่ก็คิดว่ายังไงก็จะขอไปพิสูจน์ในโรงอีกที
Skyline | อย่ามองตรงนั้น อย่ามองแสงสีฟ้า
1ไหนๆ วันนี้ ก็ได้หยุดทั้งที วันนี้ ขอชิลล์อยู่กับบ้านบ้างดีกว่า แต่ก็อยู่ได้ไม่นาน เพราะมีภารกิจที่สองรออยู่ นั่นคือ วันนี้จะไปดูหนัง แม้ว่าจะมีคนพูดถึงในแง่ลบต่อหนังเรื่องนี้มากมาย แต่ก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงความตั้งใจของผมได้ เฉียดๆ บ่ายสี่ รีบรุดออกจากบ้านไปยังโรงหนังเป้าหมาย “Scala” ในทันที
ปรากฏว่า ต้องพบกับเซอร์ไพรส์ เมื่อเห็นป้าย Chris Unseen 2 หน้าโรง หน้าเว็บยังโชว์รอบฉายอยู่เลยนี่นา จากรอบ 16.30 น. ณ Scala จึงถูกเปลี่ยนไปเป็น 17.55 น. ณ Paragon Cineplex โดยปริยาย นั่งหม่ำแฮมเบอร์เกอร์รอเวลาชม “Skyline” ในโรงกันล่ะทีนี้
เมื่อถึงเวลาก็เดินเข้าโรง 10 ไปทัศนา “Skyline” หรือ “สงครามสกายไลน์ดูดโลก” ในชื่อไทย เรื่องราวที่เขาโปรโมทด้วย คำโปรยที่ว่า “Don’t Look Up” หรือ “จงอย่ามองขึ้นฟ้า” พร้อมภาพของร่างเล็กร่างน้อยของมนุษย์ที่ถูกดูดขึ้นไปยังยานต่างดาวสุดน่าเกลียด …บนโปสเตอร์ใบนั้น
Resident Evil: Afterlife ผีชีวะ 4 สงครามแตกพันธุ์ไวรัส
7นานโขอยู่ที่ผมไม่ได้เข้าชมหนังในโรงแบบ 3 มิติ ผมพบว่า หลังๆ หนังจากต่างประเทศมักเข้ามาฉายแบบ 3 มิติกันอย่างเป็นล่ำเป็นสันมากขึ้นเรื่อยๆ แม้จะเผื่อไว้สำหรับการฉายแบบ 2 มิติแบบดั้งเดิมอยู่ก็ตาม
ที่ผมไม่ได้เข้าไปดูแบบ 3 มิติ เพราะหนังบางเรื่องไม่ได้ตั้งใจทำมาเพื่อเป็นหนัง 3 มิติอย่างแท้จริงบ้าง หรือทำมาก็ไม่ค่อยจะใช้คุณสมบัติแบบ 3 มิติได้อย่างได้น้ำได้เนื้อบ้าง หรือไม่ก็ไม่ได้เป็นหนังที่มีความจำเป็นต้องดูในแบบ 3 มิติแต่อย่างใด แต่วันนี้ ผมจะลองเข้าไปดูแบบ 3 มิติดูบ้าง และเรื่องที่ผมเข้าไปดูก็คือ
Resident Evil: Afterlife ผีชีวะ 4 สงครามแตกพันธุ์ไวรัส
ยอมรับว่า ยังกั๊กๆ อยู่ ไม่อยากเข้าไปดูในโรงใหญ่ IMAX เพราะกลัวความสูง(ของจอ) และกลับซับ(จาง) ซึ่งจะพาลต้องไปดูรอบสองโดยไม่จำเป็น








