SHARE

หลายวันก่อน ผมเขียนถึงเครื่องเล่นไฟล์มีเดียตัวใหม่ๆ หมาดๆ ของผมไป พร้อมทั้งอำลาอาลัยเจ้าตัวเก่าที่หายหน้า ขอบคุณทุกคนมากครับ ที่เข้ามาอ่านข้อเขียนที่ไม่มีอะไรเป็นเนื้อเป็นหนังเอาเสียเลย และเรียกร้องขอให้ผมเขียนรีวิวมันสักที วันนี้ ผมก็เลยกะจะบ้าจี้ ลองเขียนดูสักหน่อย แม้จะไม่ใช่แนวที่ถนัดนักก็ตามเถอะ

ผมซื้อเจ้า iPod Video 80GB White ตัวนี้มาจากเจ้าของเก่าอีกทีนึงครับ แต่เป็นตัวที่ยังไม่เคยถูกใช้งานเลย จะเรียกว่าเป็นมือหนึ่งก็คงจะได้ เหตุผลที่ผมเลือกจะซื้อต่อ หรือเลือกหาของมือสอง ก็เพราะเหตุผลที่ว่า ผมมีงบไม่เยอะครับ ตอนแรกคิดไว้ว่าจะเอา iPod Video มือสองเสียด้วยซ้ำ แต่ก็อย่างว่า เห็นประกาศว่าเป็น iPod Classic 80GB Silver มือหนึ่ง ราคาดีเสียด้วย เลยเปลี่ยนใจ ที่ไหนได้ กลับมาได้ตัวเดิม

แน่นอน ผมเสียฟังก์ชั่นลูกเล่นใหม่ Cover Flows ที่เป็นรูปปกเลื่อนไปเลื่อนมานั่นแหละ กับเสียงเพลงที่ดีกว่าเดิม (เขาว่ากันอย่างนั้น) แต่ได้โอกาสที่จะอ่านภาษาไทยได้ทันทีหลังแก้ไข Firmware ขณะที่ถ้าผมได้ iPod Classic มา ผมคงได้ฟังก์ชั่น Cover Flows แต่ไม่รู้จะแก้ไขให้ใช้ภาษาไทยได้วันไหน เผลอๆ อาจจะใช้ไทยไม่ได้เลยก็เป็นไปได้อีกเช่นกัน

โดยรวม ผมจึงไม่เสียดายมากนักที่ไม่ได้ iPod Classic

เอาละ คราวนี้ มาลองจับมันมารีวิว (ในมุมของผม) ดูบ้างดีกว่า คงต้องบอกก่อนว่า นี่คือ iPod ตัวแรกในชีวิตของผม ได้มาจับมันใช้มันจริงๆ จังๆ ก็เพิ่งจะคราวนี้ เพราะฉะนั้น มันอาจไม่ใช่รีวิวที่ถูกใจคนที่เล่น iPod อยู่แล้วนัก แต่คงเหมาะกับพวกไม่เคยใช้แบบที่ผมเคยเป็นอะนะครับ

————————————

iPod Video 80GB White

ข้อมูลทางเทคนิค

  • Height: 4.1 inches
  • Width: 2.4 inches
  • Depth: 0.55 inch
  • Weight: 5.5 ounces

หลังจากใช้งานมาประมาณหนึ่ง จากที่เคยเป็นผู้ไม่คุ้นเคยกับ iPod กลายเป็นรู้จักมักจี่กันพอประมาณ ไม่รู้จะพอหรือเปล่านะ

ลักษณะภายนอก

โดยทั่วไป เชื่อว่า ผู้คนคงชื่นชอบในดีไซน์ของ iPod กันเป็นอย่างดีอยู่แล้ว ดีไซน์ที่เรียบง่ายดูดี แต่เท่โดนใจ คงเป็นปรัชญาในการออกแบบของ Apple ไปแล้ว Click Wheel ดูเท่ไม่เหมือนใคร แต่สำหรับคนที่ไม่เคยชิน จำต้องใช้เวลาในการปรับตัวอยู่บ้าง แต่ไม่นาน คุณก็จะคุ้นชิน

สีขาวของ iPod Video อาจดูสวยในช่วงแรก แต่ก็อาจเป็นจุดด้อยหากใช้ไปนานวันเข้าก็ได้ ไม่แน่ใจว่า สีมันเหลืองเหมือนผลิตภัณฑ์สีขาวทั่วๆ ไปหรือเปล่านะ ด้านหลังเป็นโลหะสีเงิน ดูดีแต่เป็นรอยนิ้วมือได้ง่ายมากๆ น้ำหนักของ iPod Video 80GB นั้นเยอะไปหน่อย คงไม่เหมาะกับผู้หญิงเท่าไหร่ 30GB คงเหมาะมือสาวๆ มากกว่า เพราะน้ำหนักก็น้อยกว่า แถมเพรียวบางกว่าด้วย (น้ำหนัก 4.8 ounces, หนา 0.43 inch)

คุณภาพเสียง และหูฟัง

นับเป็นจุดด้อยได้เลยนะครับเนี่ย หูฟังสีขาวที่มากับตัวเครื่องนั้น เรียกได้ว่า เป็นหูฟังระดับธรรมดา ให้คุณภาพเสียงไม่ดีเท่าไหร่นัก เหมาะกับเพลงฟังสบายๆ ที่ไม่ต้องเน้นเสียงเบสอะไรมากนัก ซึ่งคุณภาพผิดกันไกลกับ Sennheiser PX100 ของผม ที่ให้เสียงทุ้มได้ดีกว่าเยอะ เพราะฉะนั้น หากใครอยากซื้อรุ่นนี้ คงต้องไปหาหูฟังดีๆ มาใช้ ยกเว้นไม่แคร์ว่า เสียงต้องออกมาดีเลิศอะไร ขอให้ฟังได้ก็เป็นพออะครับ

ขณะที่เสียงที่ได้จาก iPod Video รุ่น 5.5 นี้ ผมว่า ยังมีปัญหาต้องปรับปรุง (ซึ่งคิดว่า ในรุ่น 6 อย่าง iPod Classic น่าจะดีขึ้นแล้ว) เท่าที่ฟัง พบว่ามีบางเพลงที่เสียงออกจะแตกๆ บางเพลงก็แตกที่เสียงทุ้ม ขณะที่เสียงกีตาร์ในบางเพลงก็ยังแตกๆ เลยละครับ เท่าที่จำได้ ไม่เจอปัญหาแบบนี้ใน Kingston KPEX100 ตัวเก่าของผมนะ

ฟังก์ชันการใช้งาน

Click Wheel เป็นจุดขายที่โดนใจบรรดา iPoder ทั้งหลายอย่างยิ่ง มันตอบสนองได้รวดเร็วใช้ได้เลยเชียวละ เมนูต่างๆ บน iPod ก็เข้าใจไม่ยาก จับไม่กี่นาทีก็เริ่มเก็ต แต่จริงๆ แล้ว ในการใช้งานอย่างจริงๆ จังๆ ยังมีอีกหลายอย่างต้องศึกษาเพิ่ม

สำหรับมือใหม่ อาจต้องใช้เวลาปรับตัว และศึกษาการใช้งาน iTunes ร่วมกับ iPod ไม่ว่าจะเป็น

  • การแปลงไฟล์เพลงจากซีดีเข้าสู่คอมพิวเตอร์ ฟอร์แมตที่ iPod นั้นสนับสนุนมีหลายตัวด้วยกัน ข้อนี้ ไม่ยากมาก มั่วๆ ไปก็ทำได้แล้ว
  • การถ่ายโอนไฟล์เพลงผ่าน iTunes ลงสู่ iPod ซึ่งมีอยู่ 2 วิธีด้วยกัน คือการ Sync และการเลือกตามใจชอบ ต้องศึกษาให้เข้าใจ ก่อนจะทำเพลงหายซ้ำๆ ซากๆ
  • การถ่ายโอนไฟล์วิดีโอและไฟล์ภาพผ่าน iTunes ลงสู่ iPod ไฟล์ภาพคงไม่เป็นปัญหาเท่าไหร่ แต่ไฟล์วิดีโอนั้นต้องแปลงไฟล์ให้เป็น MPEG-4 แบบ H-264 เสียก่อน มิฉะนั้นก็ถ่ายลง iPod ไม่ได้

ขนาดความจุ

ด้วยความที่เก็บข้อมูลไว้ในรูปแบบของฮาร์ดดิสก์ ทำให้สามารถเก็บข้อมูลได้เยอะ iPod Video มีให้เลือกทั้ง 30GB และ 80GB ส่วน iPod Classic ก็มีให้เลือกทั้ง 80GB และ 160GB เก็บเพลงอย่างเดียวให้เป็นหมื่นเพลง ฟังกันทั้งปีจะหมดหรือเปล่าก็ไม่รู้

แต่ก็ต้องแลกด้วยความเปราะบางจากการกระแทก ใช้งาน iPod Video ต้องระมัดระวังอย่าทำตกเชียวละครับ

แบตเตอรี่

เท่าที่ใช้งานมา พบว่า แบตเตอรี่หมดค่อนข้างเร็วในความรู้สึกผม แต่ก็ยังไม่ได้ทดลองเปิดยาวๆ แล้วจับเวลาสักทีว่า ชาร์จแบตหนึ่งครั้ง สามารถฟังได้ยาวนานแค่ไหน เลยยังบอกอะไรไม่ได้มากครับ

ภาษาไทย

ดูจะเป็นปัจจัยหลักๆ ในการพิจารณาเลือกซื้อสำหรับคนไทยเลยมั้งครับ แหงละ เราเป็นคนไทยนี่ จะให้ตั้งชื่อเพลงเป็นภาษาคาราโอเกะ มันคงขัดใจอยู่บ้างละ iPod Video รุ่นนี้สนับสนุนหลากภาษาทั่วโลก แต่ไม่สนับสนุนภาษาไทย กระนั้น ก็ยังสามารถหาหนทางแก้ไขเฟิร์มแวร์ให้ใช้งานภาษาไทยได้ ซึ่งต่างกับ iPod Classic ที่ยังแก้ไขให้ใช้ภาษาไทยไม่ได้อยู่ มิพักต้องพูดถึง iPhone หรือ iPod Touch หรอกครับ

อื่นๆ

เท่าที่รู้ เราจะโอนไฟล์เพลงเข้า iPod ได้ต้องผ่านทางโปรแกรม iTunes เท่านั้น แถมไฟล์เพลงที่อยู่ในนั้น ก็ไม่สามารถจะเอาออกไปไหนได้(ด้วยวิธีปกติ) คงเพราะป้องกันการก็อปปี้นั่นเอง ส่วนวิธีจะเอาเพลงออกมานั้น มีวิธีครับ แต่ผมยังไม่เคยทำสักที

นอกจากไฟล์เพลง ไฟล์ภาพ และไฟล์วิดีโอแล้ว iPod Video ก็ยังมีฟังก์ชั่นอื่นๆ ที่น่าสนใจอยู่ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการอ่านไฟล์ Audiobooks, Clock เทียบเวลาทั่วโลก, Games ที่มีมาให้ 4 เกมด้วยกัน, Contacts เก็บรายชื่ออีเมล์ผู้คนได้ , Calendar ปฏิทินส่วนบุคคล (ใช้การ Sync ตามเคย ผมยังไม่เคยลองใช้เลยครับ), Stopwatch นาฬิกาจับเวลา, Screen Lock ใส่รหัสล็อกหน้าจอกันคนอื่นมาใช้ และ Notes เปิดอ่านไฟล์ .txt

————————————

ไม่รู้ว่า จะดีพอหรือเปล่า สำหรับคนที่อยากรู้จักกับ iPod ผมก็เขียนไปตามที่ผมรู้จักมันจากการใช้เองกับมือ ส่วนเรื่องที่จะให้ผมเปรียบเทียบ iPod Video กับ iPod Touch และ iPhone นั้น คงไม่สามารถครับ เพราะผมไม่เคยใช้ สำหรับผม iPod Video ก็เพียงพอแ้ล้วครับ

หวังว่า บทความนี้ คงจะพอเป็นประโยชน์บ้างนะครับ 😛

PatSonic Blog Comment

6 COMMENTS

  1. ยังคงสยองไม่หายกับตอนที่ไอพอด 3g ของผมมันจากไป -3- แต่รุ่นใหม่ใหม่ น่าจะมีเทคโนโลยีใหม่มาช่วยแล้ว …ในใจผมก็ยังคิดว่ารุ่นที่ใช้ฮาร์ดดิสก์มันไม่เหมาะกับการนำออกไปใช้นอกบ้าน หรือในแม้แต่ในรถ เนื่องจากการสั่นสะเทือนจะทำให้ฮาร์ดดิสก์มีปัญหาในระยะยาว ทำให้มันเสียก่อนวัยอันควร หลังจากที่ตัวนั้นพัง ผมเลยเลือกใช้แต่ที่หน่วยความจำเป็นแฟลชอย่างเดียวเลย

    ป.ล. การแปลงไฟล์ด้วยไอทูนส์แนะนำให้เลือกอิมพอร์ตโดยใช้ mp3 encoder แล้วเลือก setting เป็น custom แล้วเช็ค variable bit rate encoding (vbr) ที่ 320kbps … ไม่ควรใช้ aac นะฮะ เผื่อต่อไปจะเอาไฟล์ไปใช้กับเครื่องยี่ห้ออื่น จะได้ไม่มีปัญหาต้องแปลงใหม่

  2. อยากได้เฟิร์มแวร์ภาษาไทยที่ใช้กะไอพอดได้บ้างจัง ^^”
    แต่ไม่รู้ว่าจะซัพพอร์ต ไอพอด นาโน รึป่าวอ่ะสิ
    ทุกวันนี้หน้าจอไอพอดปล่อยให้เป็นภาษาต่างดาวไปซะงั้น
    ด้วยความขี้เกียจเปลี่ยนชื่อเพลงทีละเพลง

  3. welcome to be iPoder!

    เท่าที่ใช้ตัว iPod Video 30G ซื้อเมื่อปีที่แล้ว ก็พอใจนะ คือหูฟังไม่ได้เลอเลิศ แบตก็ออกจะหมดเร็วเหมือนกัน แต่ก็จุเพลงได้เยอะดี เหมาะแก่การเอาไปฟังเวลาเดินทางไปไหนไกลๆ ทำให้หายเบื่อ เพราะชีิวตฉันก็ขาดเพลงไม่ได้เสียด้วย

    เห็นที่วัตบอกเรื่องรุ่นที่มี hdd ไม่เหมาะแก่การออกไปเดินทาง แต่ที่ฉันใช้มาก็ไม่มีปัญหานา นี่ก็จะเกือบสองปีแล้วที่ใช้อะค่ะ

  4. ตั้ง 80G ผมก็เพิ่งซื่อ Ipod เป็นเครื่องที่สอง เครื่องแรกเป็น NANO 4G ยัดเพลงเข้าไปเกือบพันเพลง แต่ดู VDO บ่ได้ ส่วนเครื่องที่สองนี่ตัดสินใจอยู่นานก็มาลงที่ Ipod Touch สำหรับคนที่เพิ่งใช้ Ipod เป็นเครื่องแรกใช้ไปนานๆจะติดนะจะบอกให้

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here