SHARE

ครับ มาว่ากันต่อเลยแล้วกันครับ กับทริปเล็กทริปน้อยของพวกผมช่วงนี้…

หลังจากนั้น เราก็แว้บไปเยี่ยม “Greenery” ก่อนจะตัดสินใจไปต่อกันที่ “ทองสมบูรณ์คลับ” ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสไตล์ Adventure พื้นที่กว้างใหญ่ แถมมีอะไรให้เราได้เล่นกันหลายต่อหลายอย่าง บางอย่างก็เหมาะกับเด็ก ขณะที่บางอย่างก็มีไว้สำหรับทั้งผู้ใหญ่และเด็ก

ราคาค่าเครื่องเล่นนั้นก็สูงพอประมาณ ในที่สุด ก็ซื้อบัตรมาเล่นกันในปริมาณที่ไม่มากไม่น้อย แต่ปรากฏว่า เริ่มจะเกี่ยงๆ กันเล่น หลังจากผมสะสมพลังงานอยู่อึดใจหนึ่ง ก็ปลดเปลื้องสัมภาระออกไปเล่นกับเขาบ้าง

สนุกดีเหมือนกันแฮะ!

แต่ความสนุกก็เช่นเคย มันผ่านไปเร็วมาก พร้อมๆ กับผลาญเงินในกระเป๋าของพวกเราไปเร็วมากอีกเช่นกัน ผมได้เล่น Dry Sledge กับ ล่องแก่ง ที่เหลือก็ดูเขาเล่นละครับ มีภาพสวยๆ จากที่นี่มาฝากกันนิดหน่อย

————————————-

จากนั้น เราก็ได้เวลาเดินทางต่อครับ คราวนี้ เรามุ่งหน้าไปที่ “เขื่อนลำตะคอง” เรามาถึงในเวลาสี่โมงเย็นแล้ว ทำให้เราอยู่ที่นี่ได้ไม่นาน เพราะต้องไปให้ถึงร้านอาหารให้ทันดูพระอาทิตย์ตกดิน แต่ก็ได้น้ำได้เนื้อพอสมควรแหละน่า

เขื่อนนี้ ตัวผมเองก็เคยผ่านมาหลายหน แต่ไม่เคยลงมาเดินเที่ยวถึงสันเขื่อนสักที มีหนนี้แหละที่ได้มาเห็นใกล้ๆ ช่วงหน้าน้ำนั้น น้ำจะเยอะมาก แต่วันนี้ น้ำน้อยกว่าที่เคยเห็นพอสมควร


เราลงไปดูกันถึงใต้เขื่อน ซึ่งพบว่าเป็นเพียงทางน้ำช่องเล็กๆ ที่มีน้ำไหลแรงมาก มีดอกหญ้าขึ้นอยู่เต็มสันเขื่อนด้านนี้ เมื่อต้องแสงอาทิตย์ยามบ่ายคล้อย ก็เลยได้ภาพสวยๆ มาฝากกัน


เอาละ คงถึงเวลาแล้ว ที่เราจะไปต่อ…

คราวนี้ เราขับรถข้ามไปยังอีกฝั่งของถนนใหญ่ เพื่อไปเยือนร้านอาหารในสวนที่ชื่อ “สวนเมืองพร” ในนั้น เราจะผ่านสวนที่ปลูกพันธุ์ไม้ดอกนานาชนิดเอาไว้ขาย(พวกเรา) มีที่จอดรถแทรกอยู่ในนั้น ก่อนที่ถัดมาจะเป็นส่วนของร้านอาหาร

เราได้เห็นป้ายที่บอกที่มาของชื่อ “สวนเมืองพร” แล้วเราก็ได้เห็นบ้านหลังเก่าๆ ของเจ้าของเก่าอันผุพังหลังนั้น แต่ที่มาที่มากกว่านั้น ผมก็ไม่ได้ถามหรอกครับ เลยบอกอะไรมากกว่านี้ไม่ได้

ที่นี่ มีพันธุ์ไม้ดอกสวยๆ ขายมากมาย เพื่อนๆ ผมก็ซื้อกันไปหลายต้น ผมไม่ได้ซื้อเพราะไม่มีที่จะไว้ มื้อนี้ เราสั่งอาหารมาเพียบ ทุกคนเอร็ดอร่อยกับมื้อนี้เอามากๆ ตั้งตารอคอยพระอาทติย์ตก ซึ่งก็ผิดหวัง เพราะเมฆมาบดบังเสียหมด

ดูท่าทางปุ๊กจะชอบเด็กคนนี้มาก เลยถ่ายมาฝากเสียหน่อย เด็กน้อยกินไอติมจนเลอะปาก หมดอันแรก ก็ไปเอาอันที่สองมากินต่อ ท่าทางจะอร่อย

ที่เหลือก็ตั้งตารอคอยวงดนตรีที่จะมาเล่นในตอนค่ำกันต่อ

รู้สึกจะชื่อวง “มยุรา” ถ้าได้ยินไม่ผิด

วงนี้ เล่นดนตรีหลากหลายแนว แต่ดูท่าจะถนัดเพลงของ “มะลิลา บราซิลเลี่ยน” เป็นพิเศษ เล่นซะ 4 เพลงรวดเลย

เอาล่ะ เราคงได้เวลากลับกันแล้ว วันนี้ ภารกิจที่เหลือคือการคลำของปุ๊กเพื่อหาบ้านตัวเองให้พบ เพื่อเราทั้งแปดจะได้นอนกันให้เต็มคราบ อ้อ! ก่อนนอน เรามีเซอร์ไำพรส์วันเกิดให้กับตรีด้วย ที่เหลือก็เล่นไพ่ตามประสา ส่วนผม ขอตัวไปนอนก่อนล่ะ

แล้วจะมีเล่าอีกวันต่อนะครับ ไปล่ะ!?

PatSonic Blog Comment

18 COMMENTS

  1. thanks พี่แพท ที่ถ่ายรูปเด็กคนนี้ไว้ให้ด้วย ช่าย ชอบมากเลย

    PUK

  2. thanks พี่แพท ที่ถ่ายรูปเด็กคนนี้ไว้ให้ด้วย ช่าย ชอบมากเลย

    PUK

  3. มีความสุขกับชีวิตเสียจริง ความฝันผมคือการเดินทาง และทำวิจัย นี่จะเติมกำลังใจผมอีกครั้ง

  4. มีความสุขกับชีวิตเสียจริง ความฝันผมคือการเดินทาง และทำวิจัย นี่จะเติมกำลังใจผมอีกครั้ง

  5. ไม่สงสัย ในเรื่องมองมุม และ การวัดแสง
    สงสัยเพียงว่า คุณทำอย่างไร …

    ดอกหญ้าสีเซ็งๆ จึงมีชีวิตชีวา “ดีดเด้ง” ซะงั้น ?

    : )

  6. ไม่สงสัย ในเรื่องมองมุม และ การวัดแสง
    สงสัยเพียงว่า คุณทำอย่างไร …

    ดอกหญ้าสีเซ็งๆ จึงมีชีวิตชีวา “ดีดเด้ง” ซะงั้น ?

    : )

  7. จริงๆ ผมถูกมองว่าเก่งเกินจริงครับ ผมไม่เชี่ยวชาญการวัดแสงอะไรนั่นเลย ทุกครั้งที่ถ่าย ผมไม่เคยวัดแสงเลยด้วยซ้ำ ผมแค่เลือกโหมดตามสภาวะแสงเท่านั้น ที่เหลือ ผมใช้สัญชาตญาณค้นหามุมมองเอา แล้วก็ถ่าย เท่านั้นเองจริงๆ ผมไม่เคยเรียนเทคนิคการถ่ายภาพ ยังไม่ค่อยเข้าใจวิธีการถ่ายแบบ manual เลยด้วยซ้ำครับ

    เหะๆ จะเชื่อกันมั้ยเนี่ย

  8. จริงๆ ผมถูกมองว่าเก่งเกินจริงครับ ผมไม่เชี่ยวชาญการวัดแสงอะไรนั่นเลย ทุกครั้งที่ถ่าย ผมไม่เคยวัดแสงเลยด้วยซ้ำ ผมแค่เลือกโหมดตามสภาวะแสงเท่านั้น ที่เหลือ ผมใช้สัญชาตญาณค้นหามุมมองเอา แล้วก็ถ่าย เท่านั้นเองจริงๆ ผมไม่เคยเรียนเทคนิคการถ่ายภาพ ยังไม่ค่อยเข้าใจวิธีการถ่ายแบบ manual เลยด้วยซ้ำครับ

    เหะๆ จะเชื่อกันมั้ยเนี่ย

LEAVE A REPLY