SHARE

กลับมานั่งประจำการ เขียนบอกเล่าเรื่องราวการเดินทางสู่ ภูสอยดาว ที่เพิ่งผ่านพ้นไปไม่นานกันอีกครั้ง ไม่รู้จะอยากอ่านกันหรือเปล่านะ เอาน่า แต่ก็จะเขียนละกัน ช่วยๆ กันอ่านหน่อยนะ …

นี่มันต้นอะไร ใครรู้ช่วยบอกหน่อย…

—————————————–

ศ.7.12.2550 | 12.40 น.

หลังจากพักกินข้าวเที่ยงกันเรียบร้อยแล้ว ก็มุ่งหน้าเดินทางกันต่อ แต่คราวนี้ พันธมิตรทั้งเก้าต้องแตกกลุ่มกันแล้ว เพราะขืนเกาะกลุ่มกัน คงถึงลานสนค่ำๆ เป็นแน่แท้ ทำให้กลายเป็น 3 ก๊ก ก๊กแรกมุ่งหน้าไปให้ถึงก่อนใคร เพื่อจองที่และกางเต็นท์ อีกก๊กก็ต้องตามเพื่อทำอาหารรอเอาไว้ ส่วนก๊กสุดท้าย ซึ่งมีผมรวมอยู่ด้วย คอยประคับประคองดูแลส้มให้เดินทางสู่จุดหมายให้สำเร็จ

ก็ดีเหมือนกันครับ ผมจะได้ถือโอกาสพักและถ่ายรูปไปในตัว…

ทางเดินช่วงต่อมานั้น เริ่มที่จะรกมากขึ้นแล้วละครับ แต่ก็ลาดชันน้อยลงไปด้วย ทางเดินแบบขั้นบันไดหายไป เหลือแต่ทางเดินแบบเอียงอย่างกับขึ้นสะพานนั่นแหละ หญ้าใบยาวสร้างความระคายเคืองผิวหนังอยู่บ้างเหมือนกัน คันแขนไปพักใหญ่เลยละ แถมยังมีผึ้งป่าที่นิสัยเสีย ชอบบินมากวนใจ มีเพื่อนผมโดนผึ้งต่อยไปทีนึง เพราะดันเอาแขนไปพับทับตัวมันไว้ เหอๆ

เดินไปก็บ่นไป เมื่อไหร่มันจะไปถึงเนิ่นต่อไปกันนะ ช่วงนี้ เริ่มสับสนแล้วว่า แต่ละเนิ่นมีจุดเริ่มและจุดจบที่ตรงไหนกันแน่

ทางเดินค่อยๆ โล่งขึ้นเรื่อยๆ เงาของต้นไม้ใหญ่สร้างร่มเงาให้กับป่า พวกเรารู้สึกเย็นตัวมากขึ้น หลังเหงื่อโทรมกายมาหลายชั่วโมง

ผมเองก็ถ่ายรูปไปเรื่อยเปื่อย มากบ้างน้อยบ้าง เดินเร็วบ้างเดินช้าบ้าง รอคนข้างหลัง จนมาโผล่ตรงนี้ เห็นได้ชัดเลยว่า หนทางข้างหน้ากำลังลาดลง เพื่อไปลาดขึ้นอีกครั้งบนเขาอีกลูกหนึ่ง

ยังไม่พอ คุณเห็นเขาอีกลูกที่อยู่ไกลโน่นมั้ย นั่นแหละยอดที่เราจะต้องไปให้ถึง (แต่ตอนที่เดินอยู่ ไม่รู้หรอกนะครับ มารู้เอาตอนไปถึงมาแล้วนี่แหละ)

13.47 น.

แล้วเราก็มาถึงเนินถัดมาจนได้ เนินป่าก่อ คือชื่อของมัน หลายคนไปจำผิดว่า เนินป่ากอ ตามข้อมูลที่อ่านมา เขาว่า “ก่อ” เป็นชื่อของพันธุ์ไม้ชนิดหนึ่ง เรียกว่า ไม้ก่อ ซึ่งเขาว่ามีหลายชนิด ทั้งก่อรัก ก่อเดือย พบในพื้นที่ความสูง 1,200-1,300 เมตร คงพอบอกใช่ไหมละครับ ว่า เราเดินมาถึงบริเวณที่สูงแค่ไหนจากระดับน้ำทะเลปานกลาง

เนินป่าก่อ

นี่คือ ป้ายของเนินป่าก่อ แสนจะยับเยินกว่าทุกเนินที่ผ่านๆ มา บอกระยะทางไว้ ว่า 900 เมตร แต่เดินผ่านไปได้ไวกว่าที่คิด อาจจะเพราะเป็นทางลาดเสียเป็นส่วนใหญ่

บริเวณนี้ เริ่มจะเห็นแล้วว่า พบเฟิร์นขึ้นถี่มากขึ้นทุกที น่าจะสัญญาณถึงความชื้นและเย็นของพื้นที่ได้เป็นอย่างดี ผมปล่อยให้วองและส้ม เดินนำหน้าในบางช่วง และบางช่วง ก็เดินนำหน้าบ้าง ความที่รู้สึกได้ว่า เข้าใกล้จุดหมายเข้าไปทุกทีแล้ว เริ่มอดรอไม่ได้ อยากไปให้ถึงลานสนเร็วๆ การเดินอย่างรั้งรอจึงเริ่มน้อยลง เร่งฝีเท้ามากขึ้น เพื่อให้เวลาตัวเองกับความเงียบสงบในป่า

รอบกายไม่มีใครเลย นอกจากตัวเราเอง กับ ป่า ได้ยินแม้แต่เสียงชีพจรชีวิตของตัวเอง…

iPod ที่พกมา ก็ได้แค่พกมากับตัวเท่านั้น ไม่เคยถูกหยิบขึ้นมาเปิดฟังแม้แต่น้อย เวลานี้ ขอซึมซับบรรยากาศของธรรมชาติให้เต็มที่… สักครั้ง

น่าป่าก่อ

14.24 น.

และแล้ว เราก็เดินมาถึงเนินถัดมา ชื่อ เนินเสือโคร่ง ที่มีป้ายบอกไว้เรียบร้อย กันคนขวัญผวาเพราะคิดว่า จะมีเสือโคร่งเดินมาจ๊ะเอ๋เอาจริงๆ ป้ายเขาบอกไว้ว่า

“ระดับความสูง 1,500 เมตร เหตุที่ชื่อนี้เพราะพบพญาเสือโคร่งขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังเป็นต้นน้ำของน้ำพรายและน้ำภาค”

อ่านแล้วรู้เรื่องไหมครับ พญาเสือโคร่ง หรือ นางพญาเสือโคร่ง ในที่นี้ก็คือต้นไม้ชนิดหนึ่งที่พบมากตามป่าดิบเขา ความสูงที่ 1,000-2,000 เมตร ออกดอกราวเดือน ธ.ค. – ก.พ. แต่ตอนที่เดินขึ้นไป ไม่ยักกะเห็นสักดอก เลยอดเห็นความงามของ “ซากุระเมืองไทย” ไปโดยปริยาย

เนินเสือโคร่ง

เมื่อเดินมาถึงแถบนี้ ก็ต้องกลับมาผจญกับพืชพันธุ์จำพวกหญ้าที่ขึ้นหนาแน่น และเต็มสองข้างทางไปหมด เป็นธรรมดาล่ะครับ ใครจะมาถางให้ ที่ทางจึงเห็นว่างแค่เส้นทางกว้างแค่คนเดียวเดินนั่นแหละ

เนินเสือโคร่ง

เส้นทางนี้ ก็ยังคงหาอะไรสวยๆ มาถ่ายยากตามเคย สงสัย จะต้องมาใหม่หน้าฝนจริงๆ ละมั้ง แต่ในที่สุดก็ได้ ภาพผีเสื้อตัวน้อยบนดอกไม้ที่พบเห็นได้ทั่วไปมาตัวหนึ่ง

จริงๆ แล้ว จะหาสิ่งมีชีวิตมาถ่ายนั้นยากมากๆ ตามทางที่เดิน เจอแต่ต้นไม้ สัตว์ป่าช่างหายาก เจอแค่จิ้งเหลนตัวหนึ่ง ผีเสื้ออีก 2 ตัว กับผึ้งป่า 2 – 3 ตัวที่คอยมาสร้างความรำคาญใจเป็นพักๆ

ส้ม กับ วอง เดินตามมาจนทันแล้ว เราพักกันที่ป้ายเนินสุดท้ายกันดีกว่า เดี๋ยวมานะ….

——————————–

(โปรดติดตามตอนต่อไปจ้า)

PatSonic Blog Comment

6 COMMENTS

  1. ผมว่าไปหน้าฝนจะลำบากกว่านะ พวกแมลง+สัตว์เลื้อยคลาน ไม่รู้เหมือนกันไม่เคยขึ้นเขา

  2. สงสัยมาถึงเนินนี้ แต่ก่อนเสือชุมแหะ แต่ป่าดูโล่งดีครับ บรรยาศธรรมชาติเช่นนี้ คิดถึงบ้านยังไงไม่รู้

    ปล.รูปสุดท้าย แทบดูไม่ออกแหะ ว่ามีผีเสื้อด้วย

  3. สงสัยมาถึงเนินนี้ แต่ก่อนเสือชุมแหะ แต่ป่าดูโล่งดีครับ บรรยาศธรรมชาติเช่นนี้ คิดถึงบ้านยังไงไม่รู้

    ปล.รูปสุดท้าย แทบดูไม่ออกแหะ ว่ามีผีเสื้อด้วย

LEAVE A REPLY