"เพลง" จากของซื้อของขาย กลายเป็น ของขอของแจก

8
450

คุณเคยโพสต์ข้อความขอเพลงจากใครๆ ในบอร์ดโน้นบอร์ดนี้บ้างมั้ย?

ผมเดาว่า ต้องมีคนเคยครับ มันเป็นความจริงที่เกิดขึ้นแล้วในสังคมไทย โดยที่จะรู้ตัวหรือไม่ก็แล้วแต่ “เพลง” คือศิลปะอย่างหนึ่ง ถูกมั้ยครับ เป็นศิลปะที่เกี่ยวพันกับเรื่องพาณิชย์กันจนแยกไม่ออก ส่วนใหญ่ คนทำเพลงออกมาก็เพื่อขายหาเลี้ยงชีพ

เพลงจึงต้องมีลิขสิทธิ์ เพลงจึงมีการซื้อขาย …

แต่ดูสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันสิ มันเกิดอะไรกันขึ้นหนอ… “ขอเพลง…หน่อยสิครับ” “อยากได้เพลง…จังเลย ใครมีบ้าง” “ช่วยหาเพลง…ให้หน่อยสิคะ” … และอีกสารพัด

หลายเว็บก็เริ่มเปิดบริการให้เข้ามาขอ มาแจกเพลงกันได้ตามสบาย เพลงออกใหม่ หรือออกนานแล้ว

อืมมม บางคนอาจจะบอกว่า “ก็..มันก็เรื่องธรรมดา”

แต่สำหรับบางคน อาจจะกำลังรู้สึกห่อเหี่ยวหัวใจ โดยเฉพาะคนทำเพลง หลายคนไม่รู้ว่า กว่าแต่ละเพลงจะเสร็จสิ้นออกมาและได้เป็นเพลงที่สมบูรณ์พอจะขายได้ ต้องผ่านกระบวนการต่างๆ มามากมาย และหลายๆ ขั้นตอนใช้เงินลงไปไม่ใช่น้อยๆ รวมเข้าต้นทุนชีวิตอย่าง ฝีมือการเล่นดนตรีที่ฝึกฝนมาหลายปี ฝีมือการแต่งเพลง ฝีมือการร้องที่ฝึกปรือมาหลายปี ต้นทุนเหล่านี้ คนอาจมองไม่เห็น แต่มูลค่ามันสูงเกินคาดเดา

การที่จะมีเพลงดีๆ ออกมาสักเพลงหนึ่ง จึงมีต้นทุนมากพอ ที่จะต้องจ่ายไปก่อนจะถูกนำมาออกจำหน่าย

แต่ปรากฏว่า ต้องมาเจอถ้อยคำ “ขอ” และ “แจก” ตามเว็บต่างๆ …

มันคงบั่นทอนกำลังใจในการทำเพลงของคนดนตรีลงไปอย่างมากมาย หลายคนหยุดทำเพลงไปแล้ว ไม่ก็เปลี่ยนไปทำเพลงที่ทำรายได้ทันทีอย่าง เพลงโฆษณา เพลงสปอต เพลงไตเติ้ล แทนแล้ว และถ้าเป็นเช่นต่อไปเรื่อยๆ ประเทศไทยก็คงจะไม่มีเพลงใหม่ๆ ออกมาให้ฟังกันอีก จนกว่าจะทนกันไม่ไหวกันไปข้างและต้องออกมาทำเพลง อุดหนุนเพลงกันใหม่นั่นแหละ

——————————-

ก็อยากจะฝากบอกกันนิดนึงนะครับว่า หลังจากโหลดๆ ขอๆ แจกๆ กันไปแล้ว หากชื่นชอบผลงานของพวกเขา ก็ช่วยๆ กันซื้อและอุดหนุนผลงานแบบถูกต้องลิขสิทธิ์กันบ้าง เพื่อเกื้อหนุนให้พวกเขายังมีเงินไปทำงานต่อได้ …

…ก่อนที่จะไม่มีเพลงไทยให้ฟัง

PatSonic Blog Comment

8 COMMENTS

  1. ให้เห็นอีกบางมุมนะครับ
    1. ซื้อแผ่น MP3 พวก Vampire ซื้อไม่ได้ขอ แต่ตังค์ใครได้
    2. โหลดผ่าน bit อาจไปทางเดียวกับหัวข้อนี้
    3. ซื้อ MP3/WMA แบบถูกกฎหมาย

    ขอเอาข้อ 3. มาคุยให้ฟังนะครับ (ว่าจะเขียนลงบล็อกอยู่..ไว้วันหลัง) สมมติว่า คุณเป็นคนเคารพลิขสิทธิ์ ซื้อเพลง mp3/wma ผ่านเว็บอย่าง Trueword/music ราคาเพลงละ 32 บาท (รวมภาษี) เล่นได้กับเครื่องที่รองรับ DRM เท่านั้น เขียนลงแผ่นได้ ถามว่าเกิดอะไรขึ้น ราคาต่อเพลงแพงกว่าซื้อ CD Audio แถมเล่นได้อย่างจำกัดจำเขี่ย แต่ข้อดีคือ ไม่ต้องซื้อทั้งอัลบัม ..เห็นอะไรไหม?

    ไม่ได้คิดแย้งนะครับ เพียงยกให้เห็นอีกด้าน และก็รับกันตรงๆ และครับหาบางเพลงจากบิตเหมือนกัน ซื้อซีดีก็นานๆครั้งเฉพาะที่อยากได้จริงๆ

  2. ประเด็นที่คุณ n-blue ยกมาก็เป็นประเด็นที่เกิดขึ้นจริง แต่บางอย่างก็ยังเป็นแค่ข้อสันนิษฐาน ยังไม่มีใครพิสูจน์ (ข้อ 1) จริงๆ ผมไม่ได้มองไปถึงค่ายใหญ่นะครับ ผมมองไปที่ค่ายเล็กมากกว่า เพราะเงินมันวิ่งไปถึงคนทำเพลงโดยตรงมากกว่า

    ข้อ 3 สำหรับเมืองไทยยังเป็นปัญหาอยู่เพราะคนขายใจคับแคบ จำกัดการใช้งานคนซื้อ แต่จะโทษแต่คนขายทั้งหมดก็ไม่ได้ เพราะรูปแบบอื่นๆ อย่างซีดีก็ยังมีขายอยู่ มีปกมีเครดิตมีเนื้อมาให้พร้อมสรรพ แต่ไม่ซื้อกัน

    อย่างไรก็ตาม บางสิ่งที่ยกมาก็ยังคงเป็นข้ออ้างของการไม่ซื้อของจริงอยู่ดี

  3. ผมว่า ราคาต่อเพลงที่นำ มาขาย ไม่ค่อยเหมาะสมกับประเทศเรานัก
    ราคาเพลงละ 32 บาท ประมาณ1 dollar ซึ่ง ราคานี้ เท่ากับราคาที่ขายกันบน iTunes Music Store
    ซึ่งอันที่จริง เค้าขายกันราคานี้ได้เพราะ ค่าครองชีพ บ้านเค้าสูงกว่าบ้านเรา
    ในบ้านเรา ควรจะลดราคาลงมา กว่านี้จะได้ขายดี เหมือนใน iTunes Music Store

  4. ของแบบนี้มันอยู่ที่สามัญสำนึกอะค่ะ
    ไม่รู้คำนี้แรงไปไหม แต่ว่ามันเป็นแบบนั้นจริงๆ
    สำหรับฉัน ไม่เคยโพสท์ขอเพลง
    แต่ก็พร้อมจะให้เพลงที่เราแนะนำแล้วมีคนชอบในกรณีที่เพลงนั้นหายากในไทย ซึ่งถ้าเพลงที่ถูกขอมีขายในไทยแบบราคาปกติ ฉันก็จะไม่ให้นา
    อย่างไรก็ตาม เพลงไทยฉันว่าไม่ควรจะมาละเมิดกันแบบนี้เลย เพราะคุณก็หาซื้อกันได้ง่ายๆนะ แต่อย่างว่าแหละคนเรามักมีข้ออ้างให้กับการกระทำของตัวเองเสมอแหละ

  5. จริงหรอครับที่ธุรกิจเพลงจะไปไม่รอดเพราะ mp3/wma ??? ผมว่าถ้าไปไม่รอดแล้วที่ america ทำไมมันรอดละครับ??

    เพราะว่าเรื่องแบบนี้ มันอยู่ที่คนเป็นคุมธุรกิจครับว่าจะมองวิกฤตเป็นโอกาสหรือจะเน้นกับอุดมการเดิมๆ ?

    ทำไม Concert ถึงมีคนไปมากขึ้น ??
    ทำไมเครื่องประดับของนักร้องมีคนซื้อมากขึ้น ??
    ฯลฯ

    ยังมีอีกมุมที่ดีอยู่นะครับ 🙂 เพราะมันช่วยประชาสัมพันธุ์แล้วทำให้คนรู้จักได้อย่างรวดเร็วดู Retrospect เป็นตัวอย่างครับ

  6. ขอตอบประเด็นเดียวนะครับ ธุรกิจเพลงไม่ได้ไปไม่รอดเพราะ mp3 ครับ แต่ไปไม่รอดเพราะคนต่างหาก

    หลายประเด็นกำลังถูกแยกย่อย เอาไว้วันหลัง ผมจะมาเขียนมุมมองของผมเพิ่มเติมนะครับ

  7. ผมไม่เึคยคิดว่า “เพลง” หรือผลงานจากศิลปินนี่เป็นของซื้อของขายเลยครับ ส่วนเรื่องการซื้อ mp3 ที่ถูกต้องจากศิลปินนั้น ไม่ได้หมายความว่าเราเสียตังค์ไปเพื่อค่าไฟล์ราคาเท่านั้นเท่านี้ แต่หมายความเราได้สนับสนุนเค้าโดยตรงที่สุดเท่านั้นเองครับ

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.