Evangelion 1.0 ปฐมบทฉบับใหม่
เลี่ยงการแกว่งเท้าหาเสี้ยน มาเขียนเรื่องนี้ดีกว่า…
เมื่อไม่กี่วันมานี้ ผมบังเอิญไปเจอข่าวแอนิเมชั่นเรื่องหนึ่งเข้า ข่าวเล่าว่า มันกำลังถูกนำมาฉายในบ้านเรา มันถูกนำมาทำใหม่จากแอนิเมชั่นต้นฉบับที่ฉายทางทีวี บางคนเรียก Remake บางคนเรียก Rebuild ผมเองที่เคยแต่ได้ยินชื่อ แต่ไม่เคยรู้เรื่องราวสักกระผีก เหมือนถูกเรียกร้องให้สนใจ ด้วยเพราะไม่ได้เสพแอนิเมชั่น (โดยเฉพาะอะนิเมะ) มาได้สักพักใหญ่ๆ ช่วงนี้ ไม่มีอะไรน่าดูเท่าไหร่ เลยขอปลีกวิเวกคนเดียวไปตีตั๋วดูหนังเรื่องนี้สักหน่อย
ลิโ้ด้ 3 คือเป้าหมาย
เดินดุ่ยๆ ไปหน้าโรง จ่ายเงินซื้อตั๋วแล้วเดินเข้าโรงเลย นานๆ ครั้งที่ชีิวิตการดูหนังของผมจะเป็นแบบนี้

“Evangelion 1.0″ คือชื่อของอะนิเมะเรื่องนั้น
อ่านเรื่องราวคร่าวก่อนเข้าโรงไปบ้างแล้ว แต่ก็ถือว่ายังไม่เข้าหัวนัก ยังไงก็ต้องไปซึมซับเอาในโรงอยู่ดี ข้อมูลบอกมาว่า มันมีทั้งหมด 4 ภาค Evangelion 1.0, Evangelion 2.0, Evangelion 3.0 และภาคสุดท้าย ไม่แน่ใจว่าจะชื่อ Evangelion Finale หรือเปล่า ข้อมูลยังบอกอีกว่า เป็นการนำภาพจากเวอร์ชั่นฉายทางทีวีมาปรับแต่งสีเสียใหม่ เติมบางช็อตเข้าไป แถมอาจมีการปรับปรุงพล็อตเรื่องบางส่วนด้วย
ผมเองก็ไม่รู้หรอกครับ ว่ามันปรับเปลี่ยนไปยังไงบ้าง ต้องให้แฟนตัวจริงเขามาบอกเอง เอาเป็นว่า นี่เป็นประสบการณ์การสัมผัสกับ Evangelion เป็นครั้งแรกของผมก็แล้วกัน ส่วนใครจะรู้มากกว่า ก็เมนต์มาเป็นวิทยาทานด้วยก็คงจะดี
เอ้า มาอ่านเรื่องย่อกันก่อน
หลังจากเกิดหายนะของโลกที่เรียกว่า เซคันก์อิมแพกต์ ประเทศญี่ปุ่นก็เหลือเพียงเมือง โตเกียว-3 เท่านั้น และเมืองนี้ก็กำลังถูกสิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์โจมตี สิ่งมีชีวิตนี้ถูกเรียกว่า สาวก หรือ แองเจิล มันกำลังพยายามกำจัดเผ่าพันธุ์มนุษย์ให้หมดสิ้น
หลังจากไม่เคยพบหน้าพ่อมานานกว่า 8 ปี จู่ๆ ชินจิ อิคาริ (เมงุมิ โองาตะ) ก็ได้รับโทรศัพท์จากเขา ชินจิได้รับคำสั่งด่วนให้เร่งเดินทางไปที่สำนักงานใหญ่เนิร์ฟ ซึ่งเป็นองค์กรที่รับมือกับสาวก โดยใช้เครื่องจักรขนาดใหญ่ยักษ์ที่เรียกว่า อีวา
หน้าที่ของชินจิก็คือเป็นผู้บังคับอีวาหมายเลข 01 โดยต้องร่วมงานกับผู้ได้รับเลือกให้ขับอีวา 00 เรย์ อายามามิ (เมงุมิ ฮายาชิบาระ)
อันนี้คือเรื่องย่อที่ได้ SiamZone ครับ ช่างย่อสมชื่อจริงๆ
เอาเป็นว่า ตัวเอกของเราเป็นเด็กก็แล้วกัน ชื่อ “ชินจิ” ที่พ่อไม่รัก ทิ้งไปแต่เด็ก แต่จู่ๆ วันหนึ่งก็ถูกรับตัวไปพบกับพ่อตัวเอง แถมสอดไส้ภารกิจมาให้อีก คือ เป็นผู้บังคับอีวาหมายเลข 01 ซึ่งจะเรียกหุ่นยนต์ก็ไม่เชิง เป็นจักรกลประเภทหนึ่ง ที่ต้องมีมนุษย์ขับเคลื่อนอยู่ภายใน นี่แหละ จินตนาการแบบญี่ปุ่นเขาล่ะ เราเจอแบบนี้มาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว เอาพระเอกไปอยู่ในหุ่นแล้วขับมันอะแหละ แต่อันนี้ก้าวล้ำกว่านะ มีของเหลวไหลเข้ามาเต็มแคปซูลที่เรานั่งอยู่ ที่เหลือ เราจะผสานใจและกายร่วมกับจักรกลตัวนี้ หากมีการต่อต้าน หรือเกิดบ้าคลั่งขึ้นมาก็เป็นอาวุธร้ายแรงที่ควบคุมไม่ได้ดีๆ นี่เองแหละ
ร่ายยาวเกินไป ผมว่า ท่าจะไม่จบ เอาเป็นว่า พล็อตเล่นกับเทคโนโลยีของโลกในอนาคต แต่เอาปมด้านจิตใจของพ่อกับลูกมาผสม ไม่พอ ยังเอาสัตว์ประหลาดที่ไม่ค่อยเก็ทกับที่มาที่ไปเข้ามาเป็นตัวร้ายอีก แถมมีหลายตัว ค่อยๆ เรียงหน้าเข้ามา ฝ่ายมนุษย์คือฝ่ายที่ต้องฆ่ามันเพื่อรักษาเมืองเอาไว้
ตัวละครอีกตัวที่ดูท่าจะมีแฟนอยู่เยอะทีเดียว คือ เรย์ ที่ท่าทางจะผูกให้มาเป็นคู่กับชินจิโดยเฉพาะ
ในโรง ซับขึ้นมาว่า มันเป็น “ยมทูต” (อ๊ะ หรือว่า “เทวทูต” หว่า ชักลืม) หมายเลขต่างๆ ผมว่าแปลถูกแล้ว จะไปเรียกมันว่า “แองเจล” ดูจะหน่อมแน้มและดูเป็นฝ่ายดีเกินไปนะ ผมว่า
การดำเนินเรื่องและโทนของเรื่อง ค่อนข้างเป็นไปในทางเคร่งเครียด หาจุดพักผ่อนหัวใจไม่ใคร่มี บทสนทนามักมีแต่แบบตะโกนใส่อารมณ์เข้าหากัน ให้สงสัยว่า คนญี่ปุ่นจะเคร่งเครียดไปไหน มันสะท้อนออกมาจากอะนิเมะอะนะ ไม่ได้คิดเอาเองหรอก บางส่วนก็เป็นบทระบายอารมณ์อัดอั้น พาคนดูอึดอัดตามไปด้วย
อย่างไรก็ตาม ก็ถือว่าเป็นอะนิเมะที่เต็มไปด้วยจินตนาการ นี่คือลักษณะเฉพาะของมัน แถมเป็นจินตนาการในอนาคต แสดงถึงความกังวลต่อชีวิตในอนาคตของนักทำอะนิเมะ แม้จะมีช่วงผ่อนคลายบ้าง แต่ก็มาเป็นช่วงสั้นๆ เท่านั้นแหละ
………………………
สุดท้าย ก็คงต้องทิ้งหน้าที่ไว้ให้เราไปนั่งศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเอาเอง เพื่อจะได้เข้าใจที่มาที่ไปของเรื่องให้มากขึ้นกว่านี้อะแหละครับ


6 Comments for this post
ไม่เคยดูแหะ แต่หน้าดูคับ
เหอๆ นึกว่าจะไม่มีคนคอมเมนต์เสียแล้วนะเนี่ย
ผมก็อยากไปดูมากๆเลยๆนะครับ
รู้สึกว่าจะลาโรงไปซะแล้วละครับ เดินโฉบๆ ไปดูรู้สึกว่าจะไม่มีชื่อบนป้ายเสียแล้ว
รู้สึกว่าหนังเรื่องนี้จะไม่เข้าโรงนิครับ หรือว่าผมไม่ขึ้นรถไฟเนี่ย อยากดูอย่างแรงเลยครับ
เข้าไปนานแล้วละครับ ไม่งั้นผมจะไปดูโรงได้ไงกันเล่า เหอๆ
Leave a comment