SHARE
Evangelion 2.22 You Can (Not) Advance สร้างใหม่ ในมุมที่แตกต่าง

หลายครั้ง เราพบว่า การดูหนังอะนิเมะซ้ำๆ หลายครั้งเป็นความสุขอย่างหนึ่ง ดูแล้วดูอีกเหมือนกับไม่รู้สึกเบื่อ เริ่มจากครั้งแรก ผมเดินไปซื้อตั๋วหนังเรื่องนี้ ก่อนจะเดินเข้าโรงไปดูแบบจอใหญ่ๆ ระบบเสียงแบบโรงหนัง ถึงแม้จะไม่อลังการเท่าโรงของเจ้าตลาด แต่ถ้าจะดูอะนิเมะเรื่องนี้ก็ควรจะมีสักครั้งหนึ่งที่ดูในโรงหนัง เพราะมันจะให้ความตื่นตาและตื่นเต้นได้มากอย่างที่มันควรจะเป็นจริงๆ นะ

แต่ไม่นานหรอก ผมก็ไปหามาดูซ้ำอีกหลายๆ รอบ เพื่อให้เข้าใจเนื้อเรื่องให้มากยิ่งขึ้น ซึมซับบรรยากาศของเรื่องให้เต็มอิ่มยิ่งขึ้น

อุบัติการณ์วันล้างโลก

หลังจากที่นายแพทเคยได้เขียนถึง Evangelion ฉบับ rebuild ภาคแรกกันไปเมื่อปีก่อน ก็ได้ทราบข่าวว่าภาคสองกำลังเข้าฉายในบ้านเราอยู่ จึงหาวันว่างซื้อตั๋วและเดินเข้าไปชมในโรงเสียหน่อย ในโรงนั้น มันชื่อ Evangelion 2.0 You Can (Not) Advance แต่เมื่อมาอยู่ในเวอร์ชั่นดีวีดีและบลูเรย์แล้ว มันจะถูกเรียกว่า Evangelion 2.22 ส่วนชื่อไทยนั้นคือ “อุบัติการณ์วันล้างโลก” ครับ

แม้จะเป็นเรื่องราวเดียวกันกับที่เคยฉายเมื่อสิบกว่าปีก่อน แต่ภาคที่นำกลับมาทำใหม่ กลับแตกต่างออกไปมาก ในภาคแรกนั้น อาจจะคล้ายเดิมเป็นส่วนใหญ่ แต่ภาคที่สองนั้นต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ทั้งเรื่องราวใหม่ ตัวละครใหม่ ใส่เข้ามาให้แฟนเอวานเกเลี่ยนได้ตื่นตากันในช่วงเวลา 2 ชั่วโมงตามความยาวของหนัง

เริ่มต้นมาก็เป็นฉากของตัวละครตัวใหม่กันเลย มากิมานิ มาริ อิลัสเทรียส ที่ได้เป็นผู้ขับเอวา 05 อย่างกระทันหัน ตัวละครตัวนี้ดูจะชอบการขับเอวาอยู่ไม่น้อย สังเกตได้จากอาการเริงร่าในช่วงที่เธอได้สวมชุดใหม่ และออกไปต่อสู้กับเทวทูตตัวที่สาม เธอร้องเพลงไปด้วยระหว่างเคลื่อนตัวเข้าไปหาเทวทูต ตัวเอวา 05 เองค่อนข้างมีสรีระที่แตกต่างไปจากตัวอื่นๆ มีสี่ขาที่ใช้การเคลื่อนตัว ขณะที่เทวทูตตนนี้ ก็ค่อนข้างมีหน้าตากะหร่องไปนิดเพราะเหลือแค่เพียงกระดูก การต่อสู้ที่ฐานทัพเบทาเนียเป็นไปอย่างดุเดือดแต่กลับใช้เวลาไม่นานนัก นี่คือการปูเรื่องอันสุดเร้าใจที่เป็นเพียงแค่การเริ่มต้นเท่านั้น

จากที่ผมเคยอ่านๆ มา ฮิเดอากิ อันโน เขียนเรื่องนี้ขึ้นจากเรื่องราวในวัยเด็กของตนเอง เขาเคยเป็นโรคซึมเศร้า จึงหยิบเอารูปแบบของเด็กลักษณะนั้นมาใส่ในตัวละคร ดูเหมือนว่า ชินจิและเรย์จะมีอาการเช่นนั้นอยู่ค่อนข้างสูง แม้ในภาคนี้ ชินจิจะได้พูดคุยกับ เก็นโด อิคาริ ผู้เป็นพ่อมากขึ้น แต่ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับลูกก็ยังคงอยู่ในสภาวะเหินห่างอยู่ดี

ข้อดีของเอวานเกเลี่ยนฉบับ rebuild ก็คือ เวลาที่จำกัดเพียง 2 ชั่วโมง ทำให้คุณมีเวลาพักหายใจหายคอ กับเนื้อหาสาระจากบทสนทนาของตัวละครได้ไม่นาน ก่อนที่มันส่งคุณกลับมาตื่นเต้นครั้งใหม่กับเทวทูตตัวใหม่อีกครั้ง คราวนี้ เทวทูตตัวที่เจ็ด ปรากฏกายขึ้นกลางมหาสมุทร ด้วยร่างกายที่ดูไปก็คล้ายโมไบล์ที่แขวนไว้บนหน้าต่าง ดูเก้งก้างเชื่องช้าแต่ทว่ามันก็ไม่ได้แข็งแกร่งมากเท่าตัวถัดๆ มา

อะนิเมะเรื่องนี้พาเราไปพบกับนักขับเอวาคนใหม่ กับ เอวาตัวใหม่นาม เอวา 02 ตัวสีแดง เปิดตัวอย่างเท่ ด้วยการโรยตัวลงมาจากเครื่องบินและทำการต่อสู้ได้ทันที

ดูเหมือน NERV จะได้เด็กนักขับเอวาที่มีฝีมือฉกาจมาอยู่ในทีมเสียแล้ว นักบินหน้าใหม่เป็นผู้หญิง (อีกแล้ว) ผมสีน้ำตาล ตาสีฟ้า นาม ชิกินามิ อาสึกะ แลงเลย์ ยอดนักบินแห่งกองทัพอากาศยุโรป เธอมาเติมเต็มเรื่องราวของ Evangelion ให้มีสีสันขึ้นด้วยบุคลิกสวยมั่นใจแหมหัวรุนแรงของตัวเธอเอง รวมไปถึงเรื่องราวรักๆ ใคร่ๆ ของหนุ่มสาวด้วยแหละ เธอต้องมาพักในห้องเดียวกับชินจิ แถมยังมีฉากฮาๆ แบบเดียวกับที่ใช้กับชินจิในภาคแรกด้วยสิ

Rebuild of Evangelion 2.0 2nd trailer

ดูเหมือนชื่อของสามสาวผู้ขับเอวาในเรื่องนี้ จะมีความเกี่ยวพันกันนะ เพราะทั้ง อายานามิ (เรย์), ชิกินามิ (อาสึกะ) และมากินามิ (มาริ) ต่างก็เป็นชื่อของเรือรบญี่ปุ่นทั้งสิ้นเลยนะครับเนี่ย

ผมชอบอยู่ช่วงหนึ่งของหนังอะนิเมะเรื่องนี้ครับ มันเป็นช่วงเวลาของเช้าวันหนึ่ง เมื่อดวงอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้า เมืองทั้งเมืองสว่างขึ้นด้วยแสงแดดอ่อนๆ ที่ส่องลงมา กิจกรรมของเมืองก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง บ่งบอกถึงว่า ชีวิตของมนุษย์และโลกที่เป็นวัฎจักร เมื่อเรื่องราวเลวร้ายผ่านพ้นไป จะทุกข์จะสุขหรือเศร้าแค่ไหน วันใหม่ก็จะมาถึงอีกครั้งเสมอ ช่วงเวลานั้นของหนัง

ผมรู้สึกอบอุ่นและมีพลังอย่างมากจากภาพและเสียงเพลงที่ประกอบอยู่นั้น

จะว่าไป เอวานเกเลียน ก็ดูจะเป็นอะนิเมะที่รวมอะไรหลายๆ อย่างเข้าไว้ด้วยกัน เรื่องราวของเด็กวัย 14 หลายๆ คนที่ต่างก็มีปมในจิตใจกันคนละแบบ แต่ต้องมาขับเอวาเพื่อต่อกรกับเหล่าเทวทูต และกลายเป็นส่วนหนึ่งของแผนการที่เหล่าผู้ใหญ่วางเอาไว้ เนื้อเรื่องที่ดูเป็นพื้นที่ของหุ่นยนต์อาวุธสงคราม แต่ก็นำพล็อตของศาสนา เทวทูต ความสุขความทุกข์ และบาปเข้ามาผสมด้วย ในภาค พrebuild นี้ก็เป็นการนำตัวละครเดิมมาเขียนบทให้ใหม่ พร้อมทั้งยังเพิ่มตัวละครและหุ่นตัวใหม่ใส่เข้าไปอีก ตัวละครเด็กที่ขับเอวาแต่ละคนกลายเป็นตัวละครที่แฟนชื่นชอบ เพราะต่างคนต่างก็มีแคแรคเตอร์และพัฒนาการของตนเอง เรียกได้ว่า นอกจากฉากการต่อสู้ที่สนุกตื่นเต้นแล้ว ฉากกุ๊กกิ๊กๆ ของหนุ่มสาววัยรุ่น ก็ทำให้หลายคนชื่นชอบอะนิเมะเรื่องนี้ได้ไม่แพ้กันทีเดียว

ยังเหลืออีก 2 ภาคให้เราได้ติดตาม แน่นอนว่า สินค้าจากอะนิเมะเรื่องนี้ยังมีออกมาได้อีกหลายคอลเลคชั่น สำหรับแฟนพันธุ์แท้ก็คงต้องเตรียมตัวเตรียมเงินในกระเป๋าเอาไว้ให้พอล่ะ

PatSonic Blog Comment

5 COMMENTS

  1. ตัวอย่างภาคต่อไป คิดว่าไม่น่าจะมีอะไรเหมือนภาคทีวีแล้วนะครับ เพราะมี อีวาตัวใหม่โผล่มาเพิ่มอีก สงสัยจะทำจบแบบภาค the end แต่เนื้อหาคงหนักกว่าเดิม

    รอภาคต่อไป

LEAVE A REPLY