SHARE
Paprika ปาปริก้า | เครื่องเทศจาก Satoshi Kon

ผมเคยเขียนผู้กำกับอะนิเมะชื่อดังผู้ล่วงลับอย่าง Satoshi Kon ไปเมื่อหลายสิบวันก่อน เขาผู้มีเครดิตจากอะนิเมะเรื่องแรก Perfect Blue ในปี 1997 ก่อนที่จะตามมาด้วย Millennium Actress (2002), Tokyo Godfathers (2003), Paranoia Agent (2004) และ Paprika (2006) ขณะที่งานชิ้นสุดท้ายยังไม่ทันเสร็จ เขาก็มาเสียชีวิตไปเสียก่อน

วันนี้ ผมจะขอหยิบผลงานหนึ่งของผู้ชายคนนี้มาเขียนถึงให้อ่านกัน งานที่ชื่อ “Paprika” นั่นเอง

Paprika ปาปริก้า | เครื่องเทศจากซาโตชิ คอน

หลังประทับใจไปก่อนหน้าแล้วกับ Magnetic Rose ใน Memories และ Tokyo Godfathers ผมพบว่า นี่คือ งานที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดของ Kon มันเกือบจะได้เป็นงานกำกับชิ้นที่สองของเขาอยู่แล้ว ถ้าหากว่า Rex Entertainment บริษัทจัดจำหน่ายของ Perfect Blue ไม่ล้มละลายไปเสียก่อน สุดท้ายงานนี้ก็ต้องถูกพับไป ก่อนที่จะถูกดึงกลับมาสร้างอีกครั้งในอีกสิบกว่าปีถัดมา

ลักษณะงานโดยส่วนใหญ่ของ Kon คือการผสมผสานเรื่องราวของความจริงและจินตนาการเข้าด้วยกัน นำเสนอเรื่องราวปมในจิตใจอันดำมืดออกมาเป็นงานภาพเคลื่อนไหว ที่น่าตื่นตา ตื่นใจ และ Paprika ก็อยู่ในข้อนั้น เรื่องราวของความฝันของมนุษย์ที่ปกติก็อยู่จิตของใครของมัน ไม่อาจแบ่งสรรร่วมฝันกับใครได้ และเป็นความลับเฉพาะตัวที่มีเพียงผู้ฝันเท่านั้น ที่จะสร้างมัน จดจำ หรือลืมมันไป ไอเดียของการเก็บข้อมูลความฝันจากสมองอัจฉริยะของเด็กหนุ่มร่างอ้วนๆ คนหนึ่ง กลายมาเป็นเทคโนโลยีที่สุดล้ำเหนือจินตนาการ

อุปกรณ์เก็บข้อมูลความฝันที่ชื่อ “ดีซีมินิ” ที่ยังอยู่ในขั้นทดลอง และยังเขียนโปรแกรมควบคุมได้ไม่สมบูรณ์ ได้ถูกขโมยไปอย่างไม่รู้สาเหตุ ทีมค้นคว้าวิจัยจำเป็นต้องสืบหาเจ้าเครื่องนี้ที่หายไป ก่อนที่ท่านประธานจะรับรู้ แต่ดูเหมือนทุกอย่างจะสายไป ท่านประธานล่วงรู้ข่าวนี้เสียแล้ว ทั้งยังตั้งหน้าตั้งตาจะหยุดการทดลองที่มีความเสี่ยงสูงนี้เสียด้วย และดูเหมือนกับว่า ทีมทดลองเอง ก็ยังปกปิดเรื่องการนำดีซีมินิมาใช้ทดลองในการรักษา และบำบัดจิตด้วยความฝันอยู่เช่นกัน

Paprika Trailer HD (1080p)

ในวันที่ทีมวิจัยยังไม่ได้เขียนโปรแกรมการควบคุมการเชื่อมโยงความฝันเข้า กับระบบของดีซีมินิ การถูกเข้าครอบงำในความฝัน และการขโมยความฝัน คือภัยร้ายที่ยังยากที่จะควบคุม

ดร.ชิบะ ด็อกเตอร์สาว ที่ดูเหมือนจะเป็นผู้เชี่ยวชาญในการควบคุมและรักษาความฝันมากที่สุด ดร.โทคิตะ ด็อกเตอร์ร่างใหญ่ตัวอ้วนๆ ผู้คิดค้นดีซีมินิ อัจฉริยะที่ยังมีหัวใจเด็กๆ อยู่ข้างใน ส่วนโอซาไน ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญ แต่เป็นเจ้าหน้าที่ในศูนย์ที่ดูจะสนใจแต่การสร้างอำนาจให้ตัวเอง ขณะที่ ดร.ฮิมูโร่ ที่เพิ่งออกจากทีมไปก็กำลังถูกมองเป็นผู้ต้องหา

แล้วปาปริก้าเป็นใครกัน?

เธอเป็นผู้หญิงในฝันของสารวัตรโคนาคาว่า ผู้ที่เข้ามารับการรักษาบำบัดจิต เธอเคยถามว่า “คุณไม่คิดว่าความฝันหรืออินเตอร์เน็ตนั้นเหมือนกันหรอกหรือ มันต่างก็เป็นที่ผู้คนเข้ามาพักผ่อนทางจิตใจ”

ดูเหมือนกับ Satoshi Kon จะไม่ค่อยชอบวิทยาศาสตร์สักเท่าไหร่ คำพูดของประธานบริษัทสะท้อนอะไรบางอย่างออกมา “วิทยาศาสตร์ไม่มีอะไร นอกจากเด็กที่ยังไม่โต” อาจเป็นจริงในบางแง่มุม บางครั้งก็เราก็ฝันเฟื่องเรื่อยเปื่อยไปว่า อยากทำโน่น อยากมีนี่ สุดท้าย ด้วยความปราดเปรื่องที่เรามี เราก็ทำมันขึ้นมาให้เป็นจริงจนได้ แต่เรากลับหลงลืมที่จะคิดถึงผลกระทบบางอย่างจากการใช้มันโดยมนุษย์ที่มีทั้ง ดีและชั่วปะปนกัน

การสร้างเทคโนโลยีด้วยแรงขับเคลื่อนแบบเด็กๆ ภายใน ทำให้ไม่ได้ใส่ใจคิดให้รอบคอบถึงผลที่จะเกิดขึ้นภายหน้า มีความฝัน ก็สร้างสิ่งประดิษฐ์อันมีแรงบันดาลใจจากความฝัน แต่ลืมคิดถึงผลร้ายจากคนไม่ดีที่จะนำเทคโนโลยีสุดล้ำนั้นไปใช้ สุดท้าย เรื่องร้ายก็เกิดขึ้นและลุกลามใหญ่โตมากมาย

Paprika ปาปริก้า | เครื่องเทศจากซาโตชิ คอน Paprika ปาปริก้า | เครื่องเทศจากซาโตชิ คอน

หลายครั้ง คนเราแสวงหาอำนาจ หรือการได้มีอิทธิพลในการสั่งการควบคุมผู้อื่น แต่กลับปล่อยให้ความคิดด้านมืดเข้ายึดกุมจิตใจตัวเอง หลงไปร่วมมือหรือแม้กระทั่งกลายเป็นเครื่องของคนเลว ซึ่งคนเลวอีกคนนั่น ก็มีอำนาจอยู่ในมือ แถมยังมีความฝันอันแสนโลภอยู่ภายในใจด้วย สองสิ่งจากสองคนรวมกัน สร้างความยุ่งเหยิงอย่างมากมายให้กับตัวละครฝ่ายดีต้องเข้ามาแก้ ส่วนหนึ่งก็เพื่อลบล้างความผิดส่วนหนึ่งที่ตนได้ก่อไว้ แต่ในความคิดของผม มันไม่ใช่จะลบล้างไปได้ทั้งหมดหรอกครับ สิ่งที่เหลืออยู่หลังฝันร้ายต่างหาก ที่ยังคงเป็นดั่งอนุสรณ์พาให้รำลึกถึงความทรงจำที่เลวร้ายในอดีต

โดยส่วนตัว ผมชอบ Paprika ที่เลื่อกเดินเรื่องบนสองปมที่อยู่ซ้อนทับอยู่ด้วยกัน การบำบัดจิตของสารวัตรที่เกิดจากปมในใจในช่วงวัยรุ่น กับเรื่องร้ายที่ลุกลามในโลกของความฝันที่ใครคนหนึ่งกำลังก่อการอยู่

ดูอะนิเมะเรื่องนี้แล้วอาจจะคิดถึงภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดเพื่อเข้าฉายไปไม่ นาน ผมมีความเชื่อว่า Inception คงได้แรงบันดาลใจไปบ้างจากอะนิเมะเรื่องนี้ มันพาให้เราเข้าอยู่ในฝันนานจนเกินไป จนบางที เราต้องกลับมาถามตัวเองบ่อยครั้งว่า “นี่เราตื่นจากความฝันหรือยังเนี่ย”

งานภาพช่างน่าตื่นตาตื่นใจ เมื่อจินตนาการมาบรรจบกับความเป็นจริงผ่านลายเส้นเนียนๆ ผนวกเข้ากับเพลงประกอบสะดุดใจ ไปๆ มาๆ ผมคงต้องไปหยิบผลงานเก่าๆ มาเขียนถึงบ้างแล้วสิเนี่ย

แล้ว Satoshi Kon ก็จากโลกไปในวันที่ 24 สิงหาคมที่ผ่านมาด้วยโรคร้ายมะเร็งในตับอ่อน กับวัยเพียง 46 ปีเท่านั้น ขอให้ไปสู่สุคตินะครับ แล้วเราจะจดจำผลงานชิ้นเยี่ยมๆ ของคุณไว้ตลอดไป

PatSonic Blog Comment

LEAVE A REPLY