Journey to the Center of the Earth 3D วู้ว…
ซื้อตั๋วไว้แล้วนี่ ยังไงก็ต้องไปดู สำหรับ “Journey to the Center of the Earth” ในแบบ 3D ซื้อบัตรไว้ล่วงหน้าพร้อมรับกระเป๋าผ้าไปเชยชมเล่นเป็นที่เรียบร้อย แม้ว่าจะมีภารกิจโน่นนี่นั่น แต่ก็ต้องไปดูให้ได้ เพราะว่านี่เป็นครั้งแรกที่ได้ดูหนังโรงในระบบ 3 มิติ ตั้งแต่มี IMAX มาก็ยังไม่เคยไปดูสักที
แต่วันนี้ เขาว่าเป็นการฉาย 3 มิติในโรงแบบใหม่ ปรับเอาโรงเดิมมาฉายระบบ 3 มิติด้วยซะงั้น เป็นครั้งแรกเช่นกันที่ก่อนเข้าโรง มีแจกแว่นตาด้วย
ช่วงโฆษณายังเป็น 2 มิติอยู่ไม่ต้องใช้แว่น แต่ก็มีหนังตัวอย่างอยู่เรื่องเดียวที่เป็นระบบ 3 มิติ โอ้ว..ว้าว.. น่าตื่นตาจริงๆ ว่าแต่ทำไมตัวอย่างหนังไม่มีซับหว่า
เอาล่ะ ได้เวลามุดสู่สะดือโลกซะที…

เมื่อหนังเริ่มต้นขึ้น ทุกคนเริ่มใส่แว่นตาแล้วเข้าสู่ความหฤหรรษ์เต็มตา ดูท่าว่า คนทำตั้งใจเล่นสนุกกับคนดูและความเป็น 3 มิติเต็มที่ หลายช็อตตั้งใจให้ผู้ชมได้รู้สึกมีส่วนร่วมกับหนัง เพราะความเป็น 3 มิติ สร้างสรรค์ให้ทุกอย่างในภาพดูเหมือนจริง น้ำลายไดโน่ที่ตกลงมาโดนหน้าเด็กชายฌอน (ในตัวอย่างหนัง) นั่นน่ัะ มันมีช็อตที่เหมือนจะตกลงมาที่หน้าคนดูด้วยซ้ำ…
มันไม่ได้มีแค่ช็อตนั้น ช็อตเริ่มต้นที่เป็นความฝันของเทรเวอร์ก็เล่นกับคนดูเีีสียแล้ว
ผมก็ไม่รู้นะ (เพราะไม่เคยดู) ว่าหนัง 3 มิติเรื่องอื่นๆ มันจะขี้เล่นแบบนี้มั้ย หนังสูตรผจญภัยสามประสาน พระเอก เด็ก แล้วก็นางเอก ที่ดูลงตัวใช้ได้ เพราะขนาดของกรุ๊ปนั้นเพียงพอแก่การเล่าเรื่อง เพราะการเล่ามันต้องเฉลี่ยไปที่การผจญภัยกับสถานการณ์ต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น (เอาที่มีในตัวอย่างก็แล้วกัน) ดอกไม้กินคนที่หน้าตาเหมือนต้นกาบหอยแครงพันธุ์ยักษ์, ทางเดินที่เป็นหินแม่เหล็กลอยคว้างเสียวตก, ไดโน่หิวโซน้ำลายหก หรือนกเรืองแสงที่คงได้ยีนมาจากหิ่งห้อย
Trevor Anderson (Brendan Fraser) ศาสตราจารย์สติเฟื่อง ผู้สอนวิชาไรก็ไม่รู้ที่ไม่ค่อยมีคนเรียนอะแหละ สนใจเรื่องราวของโลกใต้พื้นพิภพ ประกอบกับ Max พี่ชายที่สนใจเรื่องเดียวกัน แถมเป็นแฟนหนังสือของเวิร์นอย่าง “Journey to the Center of the Earth” อย่างเข้าขั้นก็หายสาปสูญไปจากการค้นหาโลกดังกล่าว เมื่อหลานชายผู้เป็นลูกของพี่ชายมาพักอยู่ด้วยกันที่บ้าน ก็เป็นช่วงเวลาที่เกิดแผ่นดินไหว 4 จุดพร้อมกันทั่วโลกเช่นเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นในอดีต ทั้งสองจึงเดินทางไปตามร่องรอยในหนังสือเล่มนี้ที่พ่อของฌอนโน้ตเอาไว้
จนไปเจอกับนางเอก Hannah ?sgeirsson (Anita Briem) ลูกสาวของศาสตราจารย์คนที่อยู่ในลายมือของแมกซ์ ทั้งสองว่าจ้างให้เธอนำทาง นั่นแหละ มันจึงกลายเป็นสามประสานที่พาคนดูไปสนุกกับการผจญภัยในดินแดนที่ไม่กี่คนจะไปถึง
ซึ่งจริงๆ มันจะมีอยู่รึเปล่าก็ไม่รู้….
แต่มันสนุกๆ จริงๆ นะ ตอนแรกนึกว่าซีจีจะไม่เนียน แต่พอไปดูจริงๆ ผ่านแว่นแล้ว ก็เห็นว่าเออ ก็เนียนดีนี่หว่า เสียดาย กำลังสนุกเลย จบซะและ…
——————————–
Same Planet, Different World.



พึ่งออกจากโรงหนัง กลับมาถึงบ้าน เปิดเว็บมาก็เจอพอดีเชียว
เสียดายว่าไม่ใช่โรง IMAX ที่ไปดู ทำให้บางฉากถึงเป็น 3D
ก็ดูไม่ตื่นเต้นเท่าไหร่ (เพราะมันไม่ได้ยื่นออกมาใกล้มากนัก)
ช่วงแรกของหนังเล่นเอาปวดตาไปเลยประมาณนึง
บวกกับแสงสะท้อนจากด้านหลัง ทำให้มีแสงแยงตาตลอดเรื่องเลย >_<
สรุปว่า ถ้าจะดูหนัง 3D ดูโรงใหญ่ๆน่าจะดีกว่าโรงเล็กๆแฮะ …
ตัวหนังทำได้โอเคนะครับ แต่ส่วนนึงก็รู้สึกเหมือนกับว่าหนังมันสั้นไปหน่อย
ทำให้ไม่มีเวลาพอจะอินกับตัวละคร หรืออุปสรรคมากนัก
ไม่รู้ว่าในเวอร์ชั่น 3D กับแบบ ธรรมดา มีรายละเอียดอะไรที่แตกต่างกันบ้างหรือเปล่าด้วย
โดยทั่วไปผมว่าผูกเนื้อเรื่องได้ดีนะครับ เป็นหนังแนว ไซไฟ-แฟนตาซี ที่สนุกดีเรื่องนึงเลยทีเดียว