SHARE
รีวิวหนัง: All Things Must Pass | ทาวเวอร์เรคคอร์ดส ร้านเดิม...เพิ่มเติมคือคิดถึง

ย้อนเวลาไปในวันเก่า วันที่ซีดียังเป็นที่นิยม มนุษย์บ้านนอกเข้ากรุงอย่างผมยังนิยมเดินเข้าห้างไปเยือนร้านซีดีเจ้าประจำ เพื่อทดลองฟังเพลงที่ชอบ อาจจะไม่ได้ควักเงินซื้อแผ่นกลับบ้านเท่าไหร่ด้วยเพราะเงินในกระเป๋าไม่อำนวย แต่ที่นี่คือแหล่งพักพิงของคนไม่ใช่ขาช้อปที่อยู่ได้เป็นชั่วโมงๆ ในวันที่ว่างๆ ไม่ได้ทำอะไร และสถานที่แห่งนั้นคือ Tower Records ครับผม

แม้ว่ามันจะเป็นแค่อดีตเพราะร้านนี้ถูกปิดไปนานแล้ว และมันจะกลายเป็นความทรงจำที่เราอาจลืมไปชั่วขณะ แต่มันได้ถูกจุดให้นึกถึงมันใหม่อีกครั้งด้วยการมาของภาพยนตร์สารคดีเรื่องเยี่ยมที่ผมจะพาทุกท่านไปรู้จักในวันนี้ ‘All Things Must Pass’ หนังที่พูดถึงวันวานที่หอมหวานและปัจจุบันที่เต็มเปี่ยมด้วยการซึ้งซึ่งสัจธรรม

ดังได้ปรากฏไว้ชัดในชื่อของหนังเรื่องนี้…

เรื่องย่อหนัง ‘All Things Must Pass’

สำหรับคนที่มีความทรงจำทับซ้อนกับสุดยอดตำนานร้านขายเพลงแห่งนี้ ปลื้มปริ่มกันแน่ๆ กับเรื่องราวที่เป็นเหมือนประวัติย่อๆ ของมัน ‘All Things Must Pass’ เล่าเรื่องผ่านคำบอกเล่าของบุคคลผู้เป็นส่วนสำคัญในตำนานของทาวเวอร์เรคคอร์ดส

ตัวอย่างหนัง ‘All Things Must Pass ทาวเวอร์เรคคอร์ดส ร้านเดิม…เพิ่มเติมคือคิดถึง’

ตั้งแต่มันเริ่มก่อตั้งขึ้นในรูปแบบของกิจการครอบครัวที่เป็นร้านขายของสัพเพเหระมาก่อน ก่อนที่ลูกชายจะขอพื้นที่ส่วนหนึ่งมาทำเป็นร้านขายแผ่นเสียง แล้วมันเกิดไปได้ดี จนมันเติบโตขยับขยายสาขาไปทั่วฝั่งเวสต์โคสต์ของอเมริกา ก่อนที่มันจะข้ามฝั่งมาเปิดสาขาในญี่ปุ่น มันเดินทางผ่านยุครุ่งเรือง ผ่านการเปลี่ยนแปลง เพราะปรับตัวเก่งหรืออาจเพราะ “ดวง” หรืออะไรก็แล้วแต่ มันกลายเป็นประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งของวงการเพลงของโลก

ปี 1999 Tower Records มียอดขายมากกว่าพันล้านดอลลาร์ฯ …ห้าปีต่อมามันถูกฟ้องล้มละลาย

แต่ก็เหมือนกับทุกสิ่ง เมื่อพุ่งสู่จุดสูงสุดก็ย่อมร่วงหล่น จะเพราะอะไรก็แล้วแต่ เพราะการตัดสินใจที่ผิดพลาด หรือเพลงปรับตัวไม่เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภค

อย่างน้อยวันนี้ เราก็ยังมี Tower Records หลงเหลืออยู่บนดาวโลก

รีวิว วิจารณ์หนัง ‘All Things Must Pass’

ชีวิตคนยังมีขึ้นมีลง แต่ชีวิตของร้านขายแผ่นเสียงที่ประสบความสำเร็จในเวสต์โคสต์ ผู้กลายมาเป็นร้านขายซีดีที่หลากหลายแนวเพลงในเลือกในร้านเดียวแถมขยายสาขาไปทั่วโลก ก่อนจะเพิ่งรู้ตัวกำลังจะดิ่งลงเหว ก็เป็นวัตถุดิบที่ดีมากพอจะสร้างและเล่าเป็นภาพยนตร์สารคดีที่น่าสนใจมากเรื่องหนึ่ง กลุ่มเป้าหมายที่จะนิยมชมชอบและอินไปกับเรื่องราวนี้ คงต้องเป็นผู้มีอายุสักหน่อย มีชีวิตส่วนหนึ่งที่เดินเข้าออกร้าน Tower Records ไม่ต่ำกว่าสิบครั้ง ไม่ก็อยู่ในแวดวงดนตรี

ที่มีกลิ่นอายของร้านแห่งนี้ไหลเวียนให้กระแสโลหิตเมื่อครั้งอดีต

บุคคลมากมายที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของร้านขายเพลงแห่งนี้ โดยเฉพาะผู้ก่อตั้ง/เจ้าของตัวจริงอย่าง รัสส์ (Russ Solomon หรือ Russell Solomon) ที่ผลัดกันเล่าถึงช่วงเวลาต่างๆ ของมัน แถมยังมีศิลปินที่คุ้นหน้าคุ้นตาที่เป็นขาประจำของร้านนี้ อย่าง Elton John และ Bruce Springsteen เป็นต้น และบางคนเป็นพนักงานในร้านเสียด้วยซ้ำ เขาคือ Dave Grohl

เริ่มต้นด้วยการดึงคนที่ร่วมทำงานด้วยกันมาก่อน บางคนก็เป็นลูกเป็นหลาน บางคนก็รู้จักระหว่างทาง ดูเหมือนพวกเขาจะรักกันมากใกล้ชิดกันมาก มีสไตล์การดูแลพนักงานด้วยรูปแบบที่แสนพิเศษ พวกเขาไว้ใจกันมาก ให้อิสระในการทำงานอย่างมาก สามารถแม้กระทั่งกินเหล้ากันหลังร้านได้ แต่ช่วงเวลาทำงานต้องไม่กินเหล้า กลางค่ำกลางคืนจะเมาที่ไหนก็ตามใจแต่ต้องตื่นมาทำงาน

แถมพนักงานยังมีสิทธิที่จะคิดจะทำอะไรในร้านได้ แนวคิดดีๆ หลายๆ อย่างเกิดจากตัวพนักงาน ทุกคนรักเสียงเพลงกันจริงจังและกระทำเป็นเหมือนเพื่อนของลูกค้า แนะนำเพลง ซึ่งนั่นทำให้ Tower Records ไม่เคยเหมือนใคร

หนังถูกตัดต่ออย่างเป็นขั้นเป็นตอน ในช่วงเวลาหนึ่งจะเล่าเรื่องๆ หนึ่งที่ชัดเจน พร้อมภาพและวิดีโอคลิปประกอบ ทำให้เราได้รู้ว่าร้านแห่งนี้เกิดขึ้นมาด้วยความรักในเสียงเพลงของรัสส์ เริ่มต้นที่หนึ่ง ผ่านไปสู่สอง สาม สี่ ตามช่วงเวลา จากร้านๆ เดียวที่ Sacramento, California ขยับขยายจนมีสาขาทั่วโลก เคยซบเซาแต่ก็กลับมาทะยานได้อีกเมื่อปรับตัวเร็วด้วยวิสัยทัศน์ของรัสส์ กลายเป็นร้านขายซีดีที่ราคามากกว่าเป็นเท่าตัว แต่ก็ไม่วายล้มละลายเพราะการเข้ามาของ MP3 และการแชร์ไฟร์

ในวันที่พวกเขายังเชื่อมั่นว่าซีดีจะได้ไปต่อ

บ่งบอกถึงสัจธรรมของโลกนี้ได้เป็นอย่างดี หนังช่วงท้ายจึงมีแต่การรำลึกถึงความหลังที่แสนปวดใจ ร้านขายเพลงอันเป็นที่รักได้จากเราไปทีละสาขาจนหมดโลก ยกเว้นเพียง…..เท่านั้น

ช่วงครึ่งแรก เราอาจยิ้มและน้ำตาซึมกับภาพของความรุ่งเรืองที่ครั้งหนึ่งมันคือส่วนประกอบในชีวิตเรา แต่ครึ่งหลัง เรากลับต้องเสียน้ำตาให้กับความล้มเหลวที่ทุกคนไม่อาจจะเก็บซ่อนความเสียใจเอาไว้ได้

ผมเชื่อว่าที่เราอินไปกับหนัง ส่วนหนึ่งก็เพราะพวกเขาพูดออกมาจากใจ เพราะพวกเขาอยู่กับมันจริงๆ ไม่ใช่บทที่พวกเขาต้องแสดง ช่วงเวลาสุดท้ายของหนัง น้ำตาก็ไหลอีกครั้ง คือความปลื้มปิติที่บางสิ่งยังคงอยู่

แม้เราต่างจะรู้ดีว่า ไม่มีอะไร “แน่นอน” ไม่มีอะไรที่ “เสมอไป” ก็ตาม

…All Things Must Pass

——————————-

PatScore PatScore: 4.5/5

ชื่อภาพยนตร์: All Things Must Pass: The Rise and Fall of Tower Records / All Things Must Pass / ทาวเวอร์เรคคอร์ดส ร้านเดิม…เพิ่มเติมคือคิดถึง
ผู้กำกับภาพยนตร์: Colin Hanks
ผู้เขียนบทภาพยนตร์: Steven Leckart
นักแสดงนำ: Russ Solomon, Chuck D., Chris Cornell, Heidi Cotler, David Geffen, Elton John, Dave Grohl, Bruce Springsteen, Ahmir-Khalib Thompson, Mike Farrace
ความยาว: 94 นาที
แนว/ประเภท: Documentary, History, Music
อัตราส่วนภาพ:
เรท: ไทย/, MPAA/
วันที่เข้าฉายในประเทศไทย: 31 มีนาคม 2559
สตูดิโอ/ผู้สร้าง/ผู้จัดจำหน่าย:

PatSonic Blog Comment

LEAVE A REPLY