SHARE
Review: Doctor Strange จอมเวทย์มหากาฬ | มหาวิชวลล้ำจินตนาการ

ในช่วงปีนี้ แทบจะมีซูเปอร์ฮีโร่เดินสวนจนชนกันไหล่หลุดไปหลายท่านแล้วกระมัง แต่กระนั้น ทาง Marvel Studios ก็ยังคงไม่หยุดที่จะส่งซูเปอร์ฮีโร่ตัวใหม่ๆ ออกสู่ท้องตลาด หลังจากผ่านไปหลากหลายแนว ทั้งคนธรรมดาแต่รวย คนอ่อนแอแต่ได้อัพเสริมกล้ามเนื้อ ลูกเทพที่ตกสวรรค์ เด็กถูกแมงมุมกัด จนไปถึงคนเล่นชุดเพื่อย่อส่วน และอีกหลายต่อหลายแนว มาครานี้ เขาจึงจัดหมอที่มาชุบตัวในเอเชียจนกลายเป็นจอมเวทย์ดูบ้าง

Doctor Strange
‘Doctor Strange’ จอมเวทย์มหากาฬ

นั่นแหละ ผมกำลังพูดถึง ‘Doctor Strange จอมเวทย์มหากาฬ’ หนังสไตล์ซูเปอร์ฮีโร่อีกตัวจากมาร์เวล ที่ผสมผสานทั้งความเป็นไซไฟ-แฟนตาซีและแอ็คชั่นผจญภัยเข้าไว้ด้วยกันอย่างแนบเนียน โดยมีนักแสดงฝีมือดีที่โดดเข้ามารับงานหนังซูเปอร์ฮีโร่อีกคน

เขาคือ Benedict Cumberbatch นั่นเองครับ

เรื่องย่อหนัง ‘Doctor Strange จอมเวทย์มหากาฬ’

ภาคต้นกำเนิดซูเปอร์ฮีโร่ก็ย่อมต้องปูพื้นกันก่อน เริ่มด้วยชีวิตของ ดร.สตีเฟน สเตรนจ์ (Benedict Cumberbatch) หมอหนุ่มคนหนึ่งที่ดูจะเชี่ยวชาญในงานของตัวเองเป็นพิเศษ แต่แฝงแง่ลบอยู่บ้าง ตรงที่มีความภาคภูมิใจและทะนงตนพอตัวในความสามารถของตัวเอง แถมยังดูเป็นหมอที่รวยมากเสียด้วย เพราะขี่ซูเปอร์คาร์เลยเชียวนะ

ด้วยอุบัติเหตุทำให้เขาไม่สามารถใช้สองมือผ่าตัดใครได้อีก และเฝ้าวนเวียนหาทางรักษาให้กับตัวเองซึ่งเป็นเคสที่ยังไม่มีใครทำได้ ความเครียดพาให้เขาต้องตัดขาดกับเพื่อนสนิทที่รู้ใจอย่าง ดร.คริสตีน พาล์มเมอร์ (Rachel McAdams) จนกระทั่งเขาได้ยินเรื่องชายหนึ่งที่รักษาอาการอัมพาตจนหาย ทั้งหมดทั้งมวลทำให้เขาเดินทางสู่ตะวันออกเพื่อค้นหาและนำพาเขาออกจากสิ่งที่ทรมานเขาทุกเมื่อเชื่อวัน

ที่นั่นเขาได้พบหนทางเดินใหม่ของชีวิต…

ตัวอย่างหนัง ‘Doctor Strange จอมเวทย์มหากาฬ’ [ซับไทย]

ณ ที่แห่งนี้ เขาได้พบกับอาจารย์ที่พาเขาเข้าสู่โลกแห่งเวทมนตร์ ดิแองเชียนวัน (Tilda Swinton) เธอไม่ได้สอนอะไรเขามากนักหรอก เพียงแค่ไกด์ให้เขาศรัทธาและใฝ่ใจในการฝึกจิต เพราะด้วยความปราดเปรื่องในตัวเขา ก็มากพอจะส่งให้เขากลายเป็นจอมเวทย์คนใหม่ได้แล้ว หน้าที่ของเขาคือร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการกำจัดจอมเวทย์อีกคนที่แปรพักตร์ไปสร้างความเดือดร้อนและอาจกลายเป็นหายนะแห่งโลก

จอมเวทย์ผู้นั้นคือ แคลิเชียส (Mads Mikkelsen) อีกอาจารย์ผู้เก่งกาจหากแต่เลือกเข้าสู่ด้านมืด และจอมเวทย์ที่เหลือจะต้องปกป้องโลกนี้เอาไว้ให้ได้

วิเคราะห์ วิจารณ์หนัง รีวิว ‘Doctor Strange จอมเวทย์มหากาฬ’

ภาคต้นกำเนิดของซูเปอร์ฮีโร่ตัวใหม่ที่น่าจะได้มีบทบาทสำคัญในทีม Avengers ในอนาคต ที่มีที่มาอันแตกต่าง ดร. สเตรนจ์ เป็นนักวิทยาศาสตร์ก็จริง แต่วันหนึ่งกลับเจอจุดเปลี่ยนจนต้องหันเหมาเชื่อในเวทมนตร์ และกลายเป็นว่าเขากลับเก่งกาจในการพัฒนาตัวเองในฐานะจอมเวทย์ ที่ต้องเจอกับศัตรูตัวร้ายของโลกพร้อมๆ กับการพบเจอสิ่งที่ไม่คาดฝันอันนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงของชีวิต ดร.คนนี้

Visualization in Doctor Strange
งานวิชวลล้ำจินตนาการใน ‘จอมเวทย์มหากาฬ’

เดินเรื่องไม่ซับซ้อนและฉับไว ใส่มุกตลก

เริ่มต้นเรื่องอย่างรวดเร็วรวบรัด โดยไม่บอกอะไรมากนักว่าอะไรคืออะไร แค่เปิดให้เห็นฉากอลังการน่าตื่นตาก่อนในช่วงแรก ก่อนจะนำไปสู่จุดกำเนิดก่อนจะมาเป็นซูเปอร์ฮีโร่จอมเวทย์ นาม “Doctor Strange”

ถือว่ามันเป็นหนังที่ค่อนข้างสั้นอยู่นะถ้าเทียบกับหนังซูเปอร์ฮีโร่จากมาร์เวลทั่วๆ ไป หนังให้เวลากับการซึมซับเบื้องหลังที่มาของตัวละครวายร้ายน้อยไปนิด แต่ก็คนตัดต่อก็ทำหนังให้เดินทางอย่างไหลลื่นไม่มีช่วงใดน่าเบื่อ

Doctor Strange
โปสเตอร์เวอร์ชั่นไทยของ ‘Doctor Strange’ จอมเวทย์มหากาฬ

เป็นปกติของภาคต้นกำเนิด ที่ต้องให้เวลาการบอกเล่าที่มาที่ไปก่อนจะกลายเป็นซูเปอร์ฮีโร่ที่ถูกวางให้เป็นแกนนำหลักคนใหม่ในจักรวาลอะเวนเจอร์สระลอกใหม่ ตั้งแต่เขายังเป็นหมอศัลย์ในโรงพยาบาล จนเกิดอุบัติเหตุ ค้นหาวิธีเยียวยาด้วยตัวเอง ก่อนจะไปจบที่วิถีเวทย์ตะวันออก

น่าเสียดายที่ใส่ฉากโรแมนติกมาไม่เต็มที่นัก

แต่สิ่งที่หนังภาคกำเนิดของ ‘Doctor Strange’ ทำได้ดีพอประมาณ คือ การแทรกใส่มุกตลกเข้ามาพอหอมปากหอมคอที่ช่วยให้ผู้ชมได้บันเทิงเพิ่มอีกส่วนหนึ่ง แม้แต่ละมุกอาจไม่ถึงกับฮาก๊าก แต่ก็ชวนหัวเราะไปมุกที่ไม่คิดว่าจะออกมาจากหมอผู้เคร่งขรึมเฉกเช่นเขา

งานด้านภาพที่สวยล้ำ ผสานดนตรีอลังการ

พล็อตโดยรวมอาจจะไม่มีอะไรแปลกใหม่นัก นั่นเพราะเราเสพหนังซูเปอร์ฮีโร่กันมามากเกินแล้วกระมังจึงต้องการอะไรเช่นนั้น ก็ในเมื่อคาแร็กเตอร์ของ ‘Doctor Strange’ นั้นต้องอะไรที่เป็นอภินิหารเหนือจริง โดยการเฉพาะเล่นกับการควบคุมเวลาและการควบคุมเชิงโครงสร้าง

การสร้างภาพสามมิติที่พลิกความจริงที่คุ้นเคยจึงเป็นสิ่งที่เหมาะและควรจะทำยิ่ง

และการรับชมในบรรยากาศของจอยักษ์ IMAX 3 มิติที่ให้เสียงคมชัดรอบทิศทางจึงเป็นอะไรที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่ต้องการได้รับอรรถรสที่เต็มเปี่ยมกว่าคนอื่น

Doctor Strange
‘Doctor Strange’ จอมเวทย์มหากาฬ

การเหาะเหินเดินอากาศและการเอาตัวรอดบนพื้นที่ปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลา บิดความเป็นจริงที่เราคุ้นตาให้เอนเอียงไปมาจนหลายหนที่เราต้องเอียงคอตาม ดั่งว่าเราเองก็อยู่ในโลกที่ถูกบิดให้เบี้ยวไปเช่นนั้นด้วย

แถมบทยังไม่เล่นท่ายาก มีเรื่องของการควบคุมเวลาก็จริงแต่ไม่ซับซ้อนจนมึนและสับสน ใช้มันอย่างเหมาะเจาะพอดี ผสมผสานกับงานวิชวลที่ออกมาละเอียด เนียนกริ๊บ และใช้ดำเนินเรื่อง มันจึงเป็นอะไรที่ว้าวมาก แม้จะมองมันคล้ายคลึงกับ ‘Inception’ แต่ก็เป็นการนำมาเป็นแรงบันดาลเพื่อสร้างสรรค์สิ่งที่เหนือยิ่งไปกว่า

หนังซูเปอร์ฮีโร่เรื่องนี้จึงเด่นในเรื่องมหาวิชวลอย่างแท้จริง

Benedict คือสิ่งดึงดูด Rachel สวยแต่ออกน้อยจัง

น่าชื่นชมที่มาร์เวลหันมาเล่าอะไรที่มันดู “ตะวันออก” ในหนังของตัวเองบ้าง ดูเหมือนบทหนังจะพยายามใส่แนวความคิดที่ดู “ตะวันออก” แม้จะยังดูผิวเผินอยู่บ้าง ก็ยังรู้สึกดีที่ได้เห็นการถอดจิตออกมาสู้กันในฮีโร่ตะวันตก

โดยเฉพาะเมื่อมีทีมนักแสดงที่คุณภาพมาเสริมทัพแล้ว คงทำให้หนังเรื่องนี้เทพขึ้นเป็นกอง ทั้ง Benedict Cumberbatch ในบทหมอแปลกที่แสนขรึม ฉลาด หยิ่งทะนง หัวกบฎ แต่ก็แฝงความเป็นพวกมีอารมณ์ขันอยู่ข้างใน หรือจะเป็นนางเอกของเรา Rachel McAdams หมอคริสตีนสาวสวยที่คอยช่วยเหลือหมอแปลกทุกคราแม้จะไม่ค่อยรู้ว่าหมอไปทำอะไรมาก็ตาม น่าเสียดายอยู่นิดที่บทของเธอน้อยไปหน่อย

แต่ที่เด่นๆ ก็เห็นจะเป็น Tilda Swinton สาวหัวโล้นดิแองเชียนวันคนที่เป็นเจ้าสำนักมหาเวทย์ที่เธอช่างแสนสงบนิ่ง แลร่ายรำเพลงเวทย์ได้แจ่มจรัส กับอีกคน Chiwetel Ejiofor อาจารย์มอร์โด คนข้างกายของดิแองเชียนวันที่มีส่วนช่วยเหลือให้หมอแปลกได้เป็นจอมเวทย์เฉกเช่นทุกวันนี้ ขอปิดท้ายด้วยประโยคเด็ดจากหนังที่มีตัวละครสำคัญที่เขาพูดเอาไว้ในหนังว่า…

That is hilarious!

————————————–

PatScore PatScore: 4.0/5

ชื่อภาพยนตร์: Doctor Strange / จอมเวทย์มหากาฬ
ผู้กำกับภาพยนตร์: Scott Derrickson
ผู้เขียนบทภาพยนตร์: Jon Spaihts, Scott Derrickson
นักแสดงนำ: Benedict Cumberbatch, Chiwetel Ejiofor, Rachel McAdams, Benedict Wong, Mads Mikkelsen, Tilda Swinton, Benjamin Bratt
แนว/ประเภท: Action, Adventure, Fantasy, Sci-Fi
ความยาว: 115 นาที
อัตราส่วนภาพ: 2.35 : 1
เรท: ไทย/ , USA/PG-13
วันเข้าฉายในประเทศไทย: 27 ตุลาคม 2559
ผู้ผลิต/ผู้จัดจำหน่าย/สตูดิโอ: Marvel Studios, Walt Disney Studios Motion Pictures

PatSonic Blog Comment

LEAVE A REPLY