“ปืนใหญ่จอมสลัด” ขัดลำกล้องนิดหน่อย

24 Oct
2008

วันหยุดปีิยมหาราช นายแพทเดินทางไปเมเจอร์ รัชโยธิน อีกหน หลังไม่ได้แวะเวียนไปเยี่ยมมานานเกือบปี ด้วยวันนี้ มีภารกิจต้องไปดูหนังไทยเรื่องใหม่เพิ่งเข้าโรงวันแรก “ปืนใหญ่จอมสลัด” ของพี่อุ๋ย นนทรีย์ นิมิบุตร

เรื่องราวย่อเป็นเช่นใด ไปหาอ่านเอาจากลิงก์ข้างบนนะครับ

คราวนี้ เป็นอีกคราวที่ได้ดูหนังในราคาถูกสุดๆ เพียงที่นั่งละ 20 บาท อิอิ เพราะได้ Gift Voucher จาก Citibank นั่นเอง แต่ดันอยากนั่งฮันนีมูลซีท เลยต้องเพิ่มเงิน เข้าไปในโรง 15 ที่เป็นโรง IMAX เก่า ที่ไหนได้ ไม่เห็นจะพิเศษอะไรกว่าข้างหน้าเลย เหมือนกันเดี๊ยะ แถมพนักหลังเตี้ยอีกต่างหาก

ภาพใบปิด ภาพยนตร์ ปืนใหญ่จอมสลัด

นั่งดูหนังรอบ 15.10 น. แต่กว่าที่จะได้ “ปืนใหญ่จอมสลัด” ของจริง ก็ปาเข้าเฉียดสี่โมงเย็น ไม่รู้จะอัดโฆษณาอะไรใส่เข้ามานักหนา คุ้มค่าตั๋วเสียจริงๆ

เอ้า มาว่ากันที่หนังดีกว่าครับ ด้วยความที่หวังไว้มาก ว่าจะเป็นหนังที่ทุ่มทุนสร้างมหาศาลมโหฬารที่สุดในปีนี้ ด้วยเนื้อเรื่องที่แหวกแนวกว่าหนังไทยใดๆ ที่ที่ทำกันมา มีผู้กำกับฯ ที่ยิ่งใหญ่ทำเงินร้อยล้านมาแล้ว และอยู่ในวงการมา 10 ปี มีผู้เขียนบทเป็นมือซีไรท์ 2 สมัย มีดารานักแสดงชั้นนำของเมืองไทยหลายหน้ามาร่วมงาน ไม่มีหนังไทยเรื่องใดยิ่งใหญ่เท่านี้แหละในปีีนี้

แล้วผมจะตัดใจไม่ดูได้ยังไง…

แต่เมื่อถึงเวลาของการเสพเข้าจริงๆ ก็เริ่มพบตั้งแต่ต้นเลยว่า หนังเรื่องนี้มีองค์ประกอบที่ดีแต่ไม่เข้ากันหลายอย่าง จนทำให้บทความบทนี้ต้องออกมาในรูปนี้

เริ่มต้นเล่าเรื่อง 2 ฝั่งสลับกันไป ฝั่งกำเนิดที่มาที่ไปของพระเอก “ปารี” (อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม) เด็กกำพร้าที่ถูกพบกลางทะเล และเติบโตอยู่กับลุงผู้หนึ่ง กับฝั่งกรุงลังกาสุกะที่นำโดย “ราชินีฮีเจา” (จารุณี สุขสวัสดิ์) ผู้มีองค์หญิงขนิษฐา 2 นาง กับรัฐเดี่ยวที่มีศัตรูรอบด้าน และหวังพึ่งในพันธมิตรเดียวอย่างปาหัง ซึ่งต้องแลกมาด้วยการสมรสที่ไม่ิยินยอมพร้อมใจของ “อูงู” ขนิษฐาองค์เล็ก

แค่เริ่มต้นก็เล่าอย่างตะกุกตะกักเสียแล้ว การตัดต่อที่ใส่ฉากเล็กฉากน้อยลงไป เพื่อสื่อเรื่องราวที่จำเป็น แต่กลับทำให้ผู้ชมไม่รู้สึกว่า มันเป็นเนื้อหนังเดียวกัน ไม่มีอารมณ์ร่วมไปกับเรื่องราว ผมว่า การตัดต่อเป็นปัญหาสำหรับหนังเรื่องนี้ เลือกที่จะให้ภาพเหตุการณ์มันบอกเล่าเรื่องราวเอง แทนที่จะให้ใครสักคนมาเ่ล่าให้ฟัง

ตัวละครในเรื่องนั้นค่อนข้างมากในจำนวน เป็นปัญหาเสมอสำหรับภาพยนตร์แนวนี้ ที่ผู้ชมจะจดจำชื่อให้เชื่อมโยงกับหน้าตาได้ก็ต้องพบเห็นตัวละครตัวนั้นมากกว่า 2 ฉากขึ้นไป ยิ่งมาเจอการตัดต่อแบบฉากเล็กฉากน้อย บางคนคงสับสนว่าใครเป็นใครในบางตัว

สิ่งที่พบในหนังก็คือ อลังการงานสร้างด้านคอมพิวเตอร์กราิฟิก ที่ดูเนียนกว่าภาพยนตร์ไทยเรื่องอื่นๆ แสดงว่า ให้ความสำคัญอยู่พอสมควร เพราะเป็นกำลังหลักที่ทำให้หนังออกมาแฟนตาซีเช่นนี้ได้ อีกส่วนหนึ่งที่ไม่ชมคงไม่ได้ เพราะเห็นเด่นชัดมาก นั่นคือ องค์ประกอบด้าการแต่งกาย องค์หญิงและราชินีแต่งองค์ทรงเครื่องอย่างสวยงามสมพระเกียรติ อีกทั้งยังมีชนหลายเผ่าปะปนอยู่ในเรื่องเดียวกัน มือออกแบบเครื่องแต่งกายจำต้องทำงานหนัก เพื่อสร้างความแตกต่างของคนต่างลำดับชั้น และต่างชนเผ่า อันจะส่งผลต่อการจดจำและทำความเข้าใจเรื่องของผู้ชมยิ่ง เพลงประกอบก็ทำออกมาได้อลังการยิ่ง การได้ชมหนังเรื่องนี้ในโรง ย่อมได้อรรถรสความยิ่งใหญ่ของ “ปืนใหญ่จอมสลัด” ได้อย่างแม่นมั่นหากดนตรีนั้นรับอารมณ์กับภาพได้อย่างลงตัว

เสียอยู่ที่ว่า ภาพนั้นไม่ได้รับกับดนตรีอย่างที่ควรจะเป็นนี่สิ

องค์หญิงอูงู และราชินีฮีเจา

ผมไม่ได้บอกว่า ตนเป็นผู้ชำนาญการด้านการตัดต่อ จึงริมาติติงทีมงานเช่นนั้นหรอกนะครับ แต่คงต้องบอกว่า ความรู้สึกขณะชมก็คือ บางจุดใส่ดนตรี 2 เพลงคนละอารมณ์มาพร้อมกัน ผมไม่แน่ใจว่า ผมจะอยู่ในอารมณ์ไหนในตอนนั้น การเล่าเรื่องของหนังแฟนตาซี จะตัดฉับแบบหนังสยองขวัญคงไม่ได้ สองครั้งสองคราที่ตัดแฟลชแบ็คอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ดูแปลกแยกเหมือนหนังที่มีรอยปริ

หรือบางครั้ง ดนตรีมาอย่างอึกทึกครึกโครม แต่ภาพยังไม่ยิ่งใหญ่รับกับเสียงดนตรีนัก จวบจนผ่านไป 10 วินาที จึงค่อยพบฉากที่รับกันได้ทีหลัง มันอาจแสดงให้เห็นว่า ของดีที่ทำมาแต่ละด้าน จากผู้มากฝีมือแต่ละสาขา เมื่อมาอยู่รวมกัน กลับประกอบกันได้ไม่สนิท

ก่อนที่จะเขียนบทความนี้ ผมเองก็ไม่มั่นใจนักว่า จะเขียนออกมาเช่นไร แต่หลังจากได้ไปสืบเสาะหาข้อความที่สะท้อนออกมาหลังจากไปดู ก็พบว่า หลายคนรู้สึกไม่ต่างอะไรจากผมมากนัก จึงเริ่มมั่นใจที่จะเขียนมันมากขึ้น

หนังเรื่องนี้ อาจได้รับอิทธิพลจากหลากหลายที่มา หลายคนดูแล้ว อาจจะนึกไปถึง Star Wars อาจสงสัยว่า ปารีที่ฝึกวิชา “ดูหลำ” กับอาจารย์กระเบนขาว (สรพงษ์ ชาตรี) นั้น อาจกำลังฝึกเป็นพาดาวันของเจไดกระเบนขาวอยู่ก็เป็นได้

อย่างไรก็ตาม ผมยังเชื่อว่า หลายคนที่ไปดูหนังเรื่องนี้มาแล้ว ยังคงมีภาพความประทับใจในบางฉากอยู่เป็นแน่ ซึ่งเป็นรายละเอียดปลีกเล็กปลีกน้อยที่แทรกอยู่ในหนัง

อันแสดงให้เห็นว่า ผู้สร้าง สร้างอย่างตั้งใจ แต่ไม่ได้ทุกจุดนั่นเอง

ที่ติติง มิใช่เพราะ “นี่เป็นหนังไทย” แต่เพราะ “รักในการดูหนัง” เท่านั้นนะครับ

บทความที่เกี่ยวข้อง

หากเห็นว่าบทความน่าสนใจ ฝากบุ๊คมาร์กให้ด้วยนะครับš

DekDigg MaDigg DekADD HippoBa MonoJung VoteJung BookmarkDigg SiamSocialBookmark SiamDigg Digg in Thai Submit in Thai Voyage Digger DukDigg FollowADD WordThai SiamBookmark SpiceDay ThaiZad Techkr DiggSa DayADD DoogDigg DigGaza DukeDig NungLub

 

18 Responses to “ปืนใหญ่จอมสลัด” ขัดลำกล้องนิดหน่อย

Avatar

idiotao

October 24th, 2008 at 2:46

กำลังคิดจะไปดูอยู่เลยครับ
ด้านกราฟฟิคเท่าที่เห็นในตัวอย่างนี่ดูดีทีเดียว เมื่อเทียบกับหนังไทยเรื่องอื่นๆที่เคยดูมา
เนื้อเรื่องก็น่าจะเจ๋งดีด้วย
เอาเป็นว่า คงไม่พลาดแน่

Avatar

iboibo

October 24th, 2008 at 2:51

ผมไม่ได้ตั้งใจไปดูหรอก
เลยไม่ได้อ่านเรื่องย่อไปก่อน
ไปดู พระเจ้า! ทำไมผมจำชือตัวละคร ( ตัวภาพยนตร์ ) ไม่ได้เลย

ผมดู เหมือนเห็นฉากหลุดหนะครับไม่แน่ใจ
ตอนทหารของเจ้าชายราไว ยิงธนู (ก่อนยิงโดนขาเจ้าหญิงคนเล็ก อูงู)
เหมือนกับว่ายิงแล้วลูกธนูไม่ไป แล้วตัดกลับมายิงใหม่อีกที
จังหวะนั้นเร็วมากต้องดูให้ดู ผมคิดว่าใช้ หนังมี บัก

ไม่รู้้ว่ามีใครเห็นเหมือนผมบ้าง

Avatar

klugsang

October 24th, 2008 at 9:47

ยังไม่ได้ไปดูเลยครับ แต่ดูตัวอย่างนี้น่าสนใจมากกราฟฟิค สวยมากครับ .ต้องไปอุดหนุนให้กำลังใจหนังไทยอีกแล้ว

Avatar

NongOff

October 24th, 2008 at 11:39

ไปดูมาแล้วเหมือนกันอะคะ แอบผิดหวังเหมือนกัน เพราะว่าคาดหวังไว้สูงจากชื่อของ “อุ๋ย นนทรีย์ นิมิบุตร” และ ” วินทร์”

Avatar

feekz

October 24th, 2008 at 13:37

ไปถึงจะดูเหมือนกัน แต่เลื่อนไปดูเรื่อง city off ember ก่อน พิมถูกมั้ยหว่า

Avatar

kohsija

October 24th, 2008 at 23:22

จากสามภาค หดเหลือภาคเดียวก็เลยแปร่งๆครับ

ผมดูตัวอย่าง เจอแค่ฝึกวิชาดูหลำใต้ทะเล ก็จบสำหรับผมแล้วครับ

Avatar

พรหมจารีย์ แห่งกรุงโอนิสุกะ

October 25th, 2008 at 2:34

ตอนดู ได้ยินชื่อ ลังกาสุกะ แล้วนึกถึง โอนิสุกะ (ไม่เกี่ยว)

ตะงิดๆ ตอนท้าย ว่า เจ้าชายปาหังมาช่วยอะไร (ไม่ได้เอากองทัพใหญ่หรืออาวุธยุทโธปกรณ์สงครามมาเลย (มีปืนมากระบอกเดียว ยิงไส้ศึก กับลูกน้องอีก 10 กว่าคน)

เพราะฮีโร่ตัวจริง ที่ช่วยลังกาสุกะไว้ คือ วาฬ 555+

ชอบ ท่านลิ่มเคี่ยม มาก นักประดิษฐ์ตัวจริง ถ้าอยู่ในยุคปัจจุบันคงได้รับรางวัลโนเบลไปแล้ว เหอๆ

ปล.น้ำทะเลสีสวยดี อิอิ

ขออภัย… ผมน้อยประสบการณ์ เลยวิจารญ์แบบเด็กๆ …อิอิ

Avatar

MiMD

October 25th, 2008 at 9:32

ผิดหวังนิดหน่อย – ดูแล้วไม่อิ่ม – บทหนังมีส่วนต้องรับผิดชอบ – แต่เข้าใจนะเมือ่โดนหั่นโดนตัดเพื่อเป็นหนังแล้ว … งานเขียนหนังสือ กับ งานเขียนบทหนัง มันต่างกันตรงเนี่ยแหละ :)
—-
ผมชอบงานเขียนของ “วินทร์” อย่างเหนียวแน่น คิดว่าอภิเชษฐ์ในงานเขียน(หนังสือ)ของเขามากกว่า หลังจากดูหนังเรื่องนี้ -**-

ส่วนที่ต้องชมในหนังคือ จินตนาการของความเป็นตะวันออก และ นัยยะแฝงแบบ พุทธะ..เซน..นิ่งและลึกดี
..”กำหนดให้ทุกสิ่งจบสิ้นอยู่ที่เจ้า แล้วเจ้าจะว่างเปล่าและหลุดพ้น”… (ประมาณนี้ จำ wording แบบเป๊ะๆ ไม่ค่อยได้..อิอิ)

แค่อยาก share ด้วยคนครับ :)

Avatar

tongzz

October 25th, 2008 at 12:19

ยังไม่ได้ดูเลยครับ ดูแต่ตัวอย่างเป็นไงอ่ะ

Avatar

ทรงชัย

October 25th, 2008 at 12:35

ผมไม่ได้ดูครับ แต่ส่งลูกชายและหลานไปดูมาเมื่อวันพฤหัส อิอิ

Avatar

PatSonic

October 25th, 2008 at 13:38

ผมก็ไปหาข้อมูลมาเพิ่มเติม เดิมจะผูกเรื่องเป็นไตรภาค ไปๆ มาๆ เหลือ 2 ภาค แล้วสุดท้าย ด้วยปัญหาความไม่สงบในภาคใต้ ผนวกการเมือง ผนวกทุนในการสร้าง เหลือเพียงภาคเดียว น่าเสียดาย หนังที่จะเชิดหน้าชูตาของไทย กำลังคิดว่า คงต้องไปอุดหนุน “บุหงาปารี” ของคุณวินทร์เสียแล้ว

แต่ดูแล้ว ไม่ถึงกับเสียดายตังค์นะครับ ของดีๆ แต่ขาดๆ เกินๆ เท่านั้นเอง

Avatar

celerachan

October 25th, 2008 at 23:58

ชอบ ปืนใหญ่อนันดา กับ วินัย ไกรบุตร
เกี่ยวม้ายยยยย

Avatar

cotton

October 28th, 2008 at 15:07

คงไม่ได้ดู แต่มาอ่านเอานี่แหละ
ถ้าหดจาก 3 ภาคเหลือภาคเดียว อาจเป็นอีกหนี่งสาเหตุที่ทำให้หนังดูไม่ราบรื่น สะดุดไปมา จากการตัดต่ออย่างที่ จขบ กล่าวมามั้งคะ เพราะถ้าเนื้อหาตอนแรกตั้งใจจะมีตั้ง 3 เหลือ 1 นี่ไม่ใช่น้อยๆเลยเนาะ

Avatar

@Sinnawat

October 29th, 2008 at 16:29

อ่า..ไปดูมาแล้วครับสนุกดีครับ ก็ถือว่าเปนหนังไทยที่กราฟฟิคโอเคเรื่องนึง

Avatar

iNhumBa

October 29th, 2008 at 16:38

เพิ่งรู้ว่าจริงๆมันมี 3 ภาค แต่หดเหลือภาคเดียว
ยังบ่นกับเพื่อนอยู่เลยว่าทำไมหนังดูรีบๆจบจัง

ผมก็ไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่ครับ อาจจะคาดหวังมากไปหน่อย

Avatar

Oaddybeing

October 31st, 2008 at 1:19

ต้องไปซื้อ บุหงาปารี มาอ่านแล้วสิ….

Avatar

ชาละวันหรรษา

November 4th, 2008 at 15:23

จากคำวิจารณ์ของคุณแพท ทำให้นึกถึงทีมฟุตบอลอังกฤษครับ อิอิ มีแต่เทพๆ แต่พอรวมตัวกันจริงๆ กลับไม่สามารถดึงความเป็นเทพของแต่ละคนออกมาได้ ^__^

Avatar

feekz feekz

November 5th, 2008 at 13:02

ได้ไปดูมาแล้ว ผิดหวังหน่อยๆ นะเนื้อเรื่องเป็นอะไรที่จะเดาได้
แนวเรื่องออกแนวเดิมๆ ไมไ่ด้ติ เพราะหนังไทยหรอกเด้อครับ

แต่พวกแอฟเฟค ต่างๆพัฒนาขึ้นนะครับขอชมๆ

Comment Form

top