ขอกลับมาเขียนถึงเรื่องท่องเที่ยวๆ บ้างนะครับ หลังจากห่างหายกันไปนานทีเดียว คราวนี้ ขอออกไปนอกประเทศอีกครั้ง
เราจะไปเที่ยว “สิงคโปร์” กันครับ
สิงคโปร์นั้น เรียกได้ว่าเป็นเมืองท่องเที่ยวที่อยู่ใกล้บ้านเราเอามากๆ แม้จะเป็นประเทศที่มีเพียงเกาะเล็กๆ แต่เขาก็สร้างแหล่งท่องเที่ยวให้เราได้เพลิดเพลินไว้หลากหลายทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นภาพลักษณ์ของเมืองใหญ่ที่สะอาดตา , The Esplanade โรงละครที่ยิ่งใหญ่ , The Merlion ณ Merlion Park สิงโตทะเลพ่นน้ำที่เป็นสัญลักษณ์ของสิงคโปร์ , อาคารที่มีศิลปะแบบ Colonial, ชุมชนชาวอินเดียอย่าง Little India และชุมชนชาวจีนอย่าง China Town หรือจะชมแห่งบันเทิงทางน้ำก็มีหลายที่ เช่น Dolphin Lagoon หรือไม่ก็ Under Waterworld หรือจะเป็นบรรยากาศแบบบกๆ บ้างก็มี สวนนกจูล่ง ไปชมและสัมผัสกับนกนานาชนิดในพื้นที่สวนนกที่ใหญ่ในอันดับต้นของเอเชีย หรือจะไปเที่ยวตอนกลางคืนก็ต้อง Night Safari
ครบครันหลากหลายไม่พอ ยังเป็นที่เหมาะกับคนชอบช้อปปิ้งอีกด้วยล่ะครับ
เอาล่ะ ถึงเวลาเล่าเรื่องครึ่่งวันที่เหลือ ณ ปายกันเสียที
10.52 น.
เรากลับเข้าสู่ตัวเมืองปายอีกครั้ง ทีนี้ เราหาที่จอดแล้วลงเดินกัน ตรงจุดที่เป็นใจกลางของปาย อากาศเย็นๆ เริ่มเปลี่ยนเป็นร้อน จึงถอดเสื้อแขนยาวออกเหลือเสื้อยืดตัวเดียว ลาย “Seasons Change เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย” — ตัวโปรด
เราผ่านร้าน “แมวชมภู” ข้ามแยก “ปายหนาว” ที่มีร้าน Star Bucks แบบปายๆ ไปยังอีกฝั่งหนึ่ง ที่ที่เราจะได้พบกับร้านดังของที่นี่
วันที่ผมไปทำหน้าที่ในงาน “แฟตเฟสโชว์เหนือ ตอน โชว์เหนือกว่า” ที่ จ.เชียงใหม่นั้น กับ @9aum ก็ได้รู้จักแบบเห็นหน้าค่าตากับน้อง @NaiOhm ที่เป็นเจ้าถิ่น เราพาน้องเข้างานก่อนจะนัดแนะกันไปเที่ยว จากที่ไม่มีความคิดตายตัวว่าจะไปเที่ยวไหนกันดี ในที่สุดก็ตกลงกันว่า จะไปเที่ยว “ปาย” กัน
เป็นการเยือนปายครั้งแรกในชีวิตของผม
ตีสี่ เสียงเรียกเข้ามือถือปลุกพวกเราตื่นขึ้นมา โอมมาถึงแล้ว นอนมาแค่ 3 ชั่วโมงเท่านั้น งัวเงียลุกไปขึ้นรถ วันนี้ ทั้งวันเราจะไปเที่ยวกันแบบเต็มๆ แล้วต่อด้วยการนั่งรถทัวร์กลับกรุงเทพฯ กันเลย ร่างกายจะพร้อมลุยแค่ไหนน่ะหรือ?
ไม่พร้อมหรอกครับ
แล้วล้อก็หมุน เราเดินทางออกจากตัวเมืองเชียงใหม่ มุ่งหน้าไปยัง อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ความสะลึมสะลือทำให้จำไม่ค่อยได้ว่า ผมผ่านอะไรบ้าง จำได้แค่ว่า ผ่าน อ.แม่ริม, อ.แม่มาลัย ก่อนจะพบกับถนนที่เริ่มคดเคี้ยวมากขึ้นเรื่อยๆ จนต้องหลับตาด้วยหวังจะหลับไปเลย แต่เหตุการณ์หาได้เป็นเช่นนั้นไม่ ตายังหลับ แต่จิตยังตื่น ในที่สุด เมื่อเริ่มรู้สึกว่าจะไม่ไหวแล้ว จึงเอียงตัวซบกระเป๋าเป้ ในที่สุดก็รอดตัวมาถึงทางเข้า “ห้วยน้ำดัง” จนได้
26.12.2552
เวลา 07.50 น.
ได้เวลาตื่นแล้วสินะ ไม่อยากตื่นแต่จำใจต้องตื่นขึ้นมาในเช้าวันสุดท้ายบนฝั่งลาว วันนี้ดูท่าหมูกะหมาจะอ้อยอิ่งกันมากไปหน่อย กว่าจะลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัว จนออกมาทานข้าวต้มก็ปาเข้าไป… แล้ว มาถึงร้านอาหารริมน้ำซองก็เกือบจะไม่เหลืออะไรให้รับประทานกัน ตักข้าวต้มที่มีใส่ถ้วยมากินประทังหิวไปก่อน ก่อนที่จะไปทำหน้าที่ตากล้องให้กับบรรดาแก๊ง “สะบายดี” ทั้งหลายต่อ
บรรยากาศยามเช้าที่วังเวียงดูสดใส วันนี้ คงเป็นวันที่อากาศเย็นที่สุดตั้งแต่เข้ามา “ปะเทดลาว” แต่ก็ไม่ถึงกับต้องเสื้อกันหนาวกันสักเท่าไหร่ แสงแดดช่วยให้อุ่นได้ เสื้อกันหนาวจึงเป็นได้แค่ผ้าผูกเอว
หมูกะหมาเดินกลับมาเก็บข้าวเก็บของใส่เป้ให้เรียบร้อย แล้วก็เดินออกมารวมตัวกันที่หน้าโรงแรมทะวีสุก ถ่ายรูปกันเป็นเที่ยวสุดท้ายก่อนขึ้นรถทัวร์ เดินทางกลับสู่เวียงจันทน์
ในที่สุด เราก็มาถึงแล้ว เมืองที่สาม “วังเวียง” รถเข้าสู่โรงแรมที่พักของเราทันที คืนนี้ เราจะพักกันที่โรงแรม “ทะวีสุก” (ทวีสุข ถ้าเขียนแบบไทยๆ)
25.12.2551
เวลา 16.45 น.
หมูกะหมาแบกเป้-กระเป๋าเข้าห้องเรียบร้อย เราได้ห้องชั้นหนึ่งอีกครั้ง มองออกไปด้านหลังเห็นคนกำลังทาสีเก้าอี้กันอยู่ ไกลออกไปน่าจะเป็นรีสอร์ต ถัดจากนั้นน่าจะลำน้ำซอง เดี๋ยวเราคงได้เดินไปดูกัน
ห้องที่โรงแรมนี้ใหญ่กว่า วิลลาดาวเหนือที่หลวงพระบางอยู่พอสมควร แถมห้องน้ำก็ทำเก๋ เปิดบานเลื่อนมาโชว์ให้คนในห้องยลกายได้ด้วย
ด้วยความที่รู้แกวมาแล้ว หมาน้อยจึงเปิดตู้เย็นดู ที่นี่ไม่แตกต่างจากหลวงพระบางนัก ในตู้เย็นไม่มีอะไรให้ ไม่มีเครื่องดื่มที่คิดเงินอยู่ในนั้นเลย มีแต่ตู้ที่ว่างเปล่า แต่มีน้ำเปล่า (น้ำบอลิสุด) 2 ขวดตั้งไว้ให้ ไม่เสียบปลั๊กไว้ให้เช่นกัน จึงจัดการเสียบปลั๊กแล้วแช่น้ำเอาไว้เลย
Recent Comments