Death Race ซิ่งระห่ำโหด เด็กน้อยไม่ควรดู

เป็นภารกิจประจำไปเสียแล้ว ทุกเสาร์ ผมต้องได้ดูหนังสักหนึ่งเรื่อง แม้ว่าวันหยุดแทบจะไม่เหลือก็ตามที ในที่สุด ก็ได้ดูหนังที่สุดระห่ำเต็มไปด้วยฉากรุนแรงถึงขนาดต้องระบุไว้ก่อนเข้า เรื่อง
พอดี วันนี้ที่ดูๆ ไม่เห็นมีลูกเล็กเด็กแดงเข้าไปดู เลยค่อยยังชั่วหน่อย ผู้ใหญ่ที่แยกแยะเป็นเข้าไปดูกันอย่างบันเทิงเริงใจ กับ “Death Race ซิ่งสั่งตาย” หนังเรื่องล่าของ Jason Statham
เมื่อนักแข่งระดับพระกาฬมีอันต้องเข้าคุกซ้ำสอง ด้วยข้อหาฆ่าเมียที่ตนเองไม่ได้ทำ เข้าไปอยู่ในคุก Terminal ที่ยากที่ใครจะได้กลับออกมา คุกที่มีรายการทีวีอันลือลั่น “Death Race” การแข่งรถสุดหฤโหดด้วยเดิมพัน ชนะ 5 ครั้งได้เป็นอิสรภาพ…
แต่ทว่า ยังไม่เคยมีใครทำได้มาก่อนเลย
คนเดียวที่เฉียดเข้าใกล้มันที่สุด คือ บุรษในหน้ากากนาม “แฟรงเกนสไตน์” ผู้คว้าชัยชนะสี่ครั้ง ก่อนบาดเจ็บและรักษาตัวอยู่เป็นนานแต่นั่นคือสิ่งที่คนทั่วไปรับรู้ ความจริงคือ เขาผู้นี้ม่องเท่งไปนานแล้ว
เมื่อเข้าไปในคุกจึงรับรู้ว่า นี่คือธุรกิจของสถานกักกันนักโทษแห่งนี้ เขาถูกเชื้อเชิญให้เข้าร่วมการแข่งขันและแสดงตัวเป็นแฟรงเกนสไตน์ผู้ไม่เคย ตาย โดยมีเดิมพัน “ชนะอีกครั้ง..จะได้อิสรภาพ” แต่การแข่งครั้งนี้เดิมพันด้วยชีวิตเชียวนะ…

Mummy 3 | มัมมี่โอลิมปิก

ช่วงนี้ เหมือนหนังใหญ่ๆ จะเข้าโรงมายั่วน้ำลายและน้ำเงินในกระเป๋า พาขาเราก้าวไปซื้อตั๋วดู ทำให้คนไทยเดินหน้าเข้าโรงหนังเป็นว่าเล่น โดยอาจไม่คาดคิดว่า หนังที่ว่าใหญ่และน่าดูนั้น มันอาจจะไม่ใช่ทุกเรื่องก็ได้
ล่าสุด ผมก็ได้ไปดูหนังเรื่องล่าสุดมา Mummy 3 หรือ The Mummy : Tomb of the Dragon Emperor หรือชื่อไทย คืนชีพจักรพรรดิมังกร

ที่พูดอย่างนี้เขียนอย่างนี้ ไม่ได้แปลว่า หนังมันไม่ดีนะครับ เพียงแต่การคาดหวังที่สูงอาจจะได้ผลเป็นการ “ไม่ได้อย่างที่หวัง” ก็เป็นได้ ลองอ่านๆ ไปก็แล้วกันครับ
ผมเอง บอกตรงๆ ว่า หลังๆ นี่ชักไม่ค่อยพอใจงานเขียนเกี่ยวกับเรื่องหนังของตัวเองสักเท่าไหร่ เพราะแต่ก่อนผมจะหาข้อมูล และความคิดเห็นของผู้คนต่อหนังแต่ละเรื่อง ก่อนจะมานั่งเขียนวิจารณ์หรือแนะนำ แต่ช่วงนี้ ผมไม่ค่อยจะมีเวลาสักเท่าไหร่ เขียนไปตามความรู้สึกที่ได้มาเพียวๆ ระหว่างตัวเองกับหนัง

Journey to the Center of the Earth 3D วู้ว…

ซื้อตั๋วไว้แล้วนี่ ยังไงก็ต้องไปดู สำหรับ “Journey to the Center of the Earth” ในแบบ 3D ซื้อบัตรไว้ล่วงหน้าพร้อมรับกระเป๋าผ้าไปเชยชมเล่นเป็นที่เรียบร้อย แม้ว่าจะมีภารกิจโน่นนี่นั่น แต่ก็ต้องไปดูให้ได้ เพราะว่านี่เป็นครั้งแรกที่ได้ดูหนังโรงในระบบ 3 มิติ ตั้งแต่มี IMAX มาก็ยังไม่เคยไปดูสักที
แต่วันนี้ เขาว่าเป็นการฉาย 3 มิติในโรงแบบใหม่ ปรับเอาโรงเดิมมาฉายระบบ 3 มิติด้วยซะงั้น เป็นครั้งแรกเช่นกันที่ก่อนเข้าโรง มีแจกแว่นตาด้วย
ช่วงโฆษณายังเป็น 2 มิติอยู่ไม่ต้องใช้แว่น แต่ก็มีหนังตัวอย่างอยู่เรื่องเดียวที่เป็นระบบ 3 มิติ โอ้ว..ว้าว.. น่าตื่นตาจริงๆ ว่าแต่ทำไมตัวอย่างหนังไม่มีซับหว่า
เอาล่ะ ได้เวลามุดสู่สะดือโลกซะที…

เมื่อหนังเริ่มต้นขึ้น ทุกคนเริ่มใส่แว่นตาแล้วเข้าสู่ความหฤหรรษ์เต็มตา ดูท่าว่า คนทำตั้งใจเล่นสนุกกับคนดูและความเป็น 3 มิติเต็มที่ หลายช็อตตั้งใจให้ผู้ชมได้รู้สึกมีส่วนร่วมกับหนัง เพราะความเป็น 3 มิติ สร้างสรรค์ให้ทุกอย่างในภาพดูเหมือนจริง น้ำลายไดโน่ที่ตกลงมาโดนหน้าเด็กชายฌอน (ในตัวอย่างหนัง) นั่นน่ัะ มันมีช็อตที่เหมือนจะตกลงมาที่หน้าคนดูด้วยซ้ำ…

Indiana Jones and The Kingdom of The Crystal Skull

บอกตรงๆ อยู่ช่วงนี้ ผมรู้สึกไม่ค่อยมีแรงกระตุ้นในการเขียนบล็อกเท่าไหร่ ขนาดมี source แล้วนะ รู้แล้วนะว่าจะเขียนอะไร แต่อารมณ์และฟีลลิ่งมันริบหรี่ๆ เสียเหลือเกิน
เมื่อวันก่อนไปดูหนังมาครับ เหมือนเป็นวงรอบของชีวิต ช่วงนี้ ดูแต่หนังใหญ่ๆ ทุนหนาๆ เพราะมันเข้าโรงในไทยไม่เว้นอาทิตย์กันเลย สัปดาห์นี้ ผมไปดู “Indiana Jones and The Kingdom of The Crystal Skull” มาครับ

จริงๆ แล้ว ผมคุ้นเคยกับชื่อนี้มานาน ทั้งยังเคยฟังเพลงธีมของหนังเรื่องนี้มาตั้งแต่เรียนมหา’ลัย แต่ก็ยังไม่เคยดูหนังเรื่องนี้สักที จวบจนช่อง 7 นำมาฉาย ก็มีอันคลาดแคล้วกันเสมอเพราะภารกิจวันเสาร์ของผมนั้น มีทุกเสาร์ไม่เคยหยุด จะได้ดูบ้างก็ภาคสอง ส่วนภาคสามที่ได้ดูก็เป็นช่วงใกล้จบแล้วเสียอีก เลยไมไ่ด้ซึมซับความเป็นอินเดียน่า โจนส์ สักเท่าไหร่ เท่าที่ผมซึมซับได้นั้น คือ ผมรู้สึกว่า อินดี้ของชาวโลกเป็นคนมีความรู้ด้านโบราณคดีค่อนข้างสูงมาก เรื่องราวค่อนข้างมีอภินิหารเข้ามาปนเปอยู่ประมาณหนึ่งเสมอ และหลายครั้ง ที่การไปยุ่งกับสมบัติ ก็ทำให้เขาต้องสู้กับความโลภในใจตัวเอง
ข้อเขียนของผมวันนี้ก็เลยอาจจะเป็นมุมมองจากคนที่เพิ่งรู้จัก อินเดียน่า โจนส์ ได้ไม่นาน
หลายคนชักชวนให้ผมไปดูภาพยนตร์เรื่องนี้ พวกเขาต่างชื่นชมว่าหนังดี อยากให้ไปดู ขณะที่ผมดูข่าว ก็เลยได้รับรู้ว่า [...]

จาก Dragon Wars ถึง Water Horse

ช่วงนี้ หนังไทยเข้าฉายเยอะเป็นพิเศษ เรียกว่าเป็นช่วง High Season ของหนังไทยก็ว่าได้ ปิดเทอมทั้งที เด็กๆ โตๆ เดินเข้าโรงหนังกันฮึ่ม รายได้พลอยดีไปด้วย แต่ผู้สร้างก็เลือกนำหนังมาฉายแข่งกันมากขึ้น แน่นอนว่า รายได้ก็คงเฉลี่ยๆ กันไปบ้าง
แต่วันนี้ ผมเลือกหนังสัตว์ประหลาดสองเรื่องมาชนกันซะงั้น
วันก่อน ผมเช่า D-War หรือ Dragon Wars มาดู สนุกดีเหมือนกัน วันนี้ เข้าโรงไปยล Water Horse ก็เพลินดีไม่หยอก ทั้งสองเรื่องเป็นเรื่องสัตว์ประหลาดเหมือนกัน

หนังสัญชาิติเกาหลี แต่มีฝรั่งเดินอยู่เต็มเรื่อง D-War เป็นเรื่องของตำนานงูยักษ์ ที่เล่ากันมาว่า ทุก 500 ปี จะมี “ยูอิจู” มาเกิดในร่างมนุษย์ผู้หญิง เธอจะมีปานแดงรูปมังกร ซึ่งจะเหมือนของขวัญที่สวรรค์ประทานให้กับงูยักษ์ “อิมูกิ” เธอต้องพลีชีพเพื่อให้ “ยูอิจู” กับงูยักษ์ “อิมูกิ” เพื่อมันจะได้กลายเป็นมังกรสวรรค์ มีอำนาจและพลังเหลือล้น