กิมมิกของทีมเคาน์เตอร์ | ลักษณะพิเศษของเหล่า The Uncanny Counter ทีมล่าปีศาจ!

จะเป็นทีมไล่ล่าปีศาจกับเขาสักที ต้องมีทั้งลักษณะพิเศษหรือกิมมิกกันหน่อย มีอะไรบ้างนะ มาดูกันเร็ว!

แม้ว่าเคาน์เตอร์อาจจะมีอยู่ในอีกหลายเมือง แต่เมื่อพูดถึงเหล่าเคาน์เตอร์ในเมืองชุงจินจะมีกันอยู่ห้าคน หนึ่งในนั้นเป็นหัวหน้า เป็นเคาน์เตอร์ที่อยู่มานานสุด แต่คนที่จะออกโรงล่าปีศาจนั้นมีอยู่ 4 ตน เอ้ย 4 คนด้วยกัน หลังจากดูซีรีส์ ‘The Uncanny Counter’ มาได้ประมาณหนึ่ง ก็เลยคิดว่าน่าจะลองรวบรวมลักษณะพิเศษของคนในทีมนี้ หรือจะเรียกว่าเป็นกิมมิกก็พอได้

ประมาณว่า ถ้าจะอยู่ทีมนี้ ‘เคาน์เตอร์ คนล่าปีศาจ’ พวกเขาต้องมีอะไรบ้าง?

เริ่มด้วย…

พละกำลังที่มีมากกว่าคนปกติสามเท่า

จากที่เราได้เห็นว่า พระเอกที่เป็นเด็กนักเรียนไฮสคูลนั้นเคยประสบอุบัติเหตุทำให้เขากระเผลกมาตั้งแต่นั้น แต่เขากลับสามารถยกมือขึ้นรับหมัดของพวกเด็กเกเรได้อย่างง่ายดาย ยิ่งเมื่อเขาได้รับการฟื้นฟูขาจนกลับเป็นเหมือนเช่นคนปกติ เขาก็วิ่งปร๋อได้เร็วกว่ารถเมล์เสียอีก นี่ยังไม่นับพวกรุ่นพี่รุ่นป้าที่เป็นเคาน์เตอร์มาก่อน พวกเขานี่ขนาดกระโดดข้ามตึกยังทำได้สบายๆ โดนรถชนจนกลิ้งล้มลงไปยิ่งลุกขึ้นมาวิ่งต่อได้

พละกำลังของเหล่าเคาน์เตอร์ที่มากกว่าคนปกติถึงสามเท่า

มันก็เป็นอย่างที่พวกเขาบอกกับเด็กใหม่ว่า คนที่เป็นเคาน์เตอร์จะมีพลังมากกว่าคนปกติถึงสามเท่า แต่แน่นอนว่า พวกเขาก็ไม่ได้มีแค่พละกำลังเท่านั้น

พื้นที่เปิดที่ทำให้มีพลังมากขึ้น

เมื่อใดที่เห็นริ้วสีรุ้งพุ่งขึ้นสู่ฟ้าขึ้นทันใด หลอกล่อปีศาจเข้าไปในพื้นที่เลย ที่นั่นพวกเขาจะใช้พละกำลังได้เต็มที่ที่สุด ราวห้าเท่าของคนปกติเลยทีเดียว!

พื้นที่ที่จะปรากฏขึ้นเป็นแท่งสีรุ้ง ช่วยให้เคาน์เตอร์ใช้พลังได้สูงสุด

แต่พื้นที่เหล่านี้จะมีก็เพียงเหล่าเคาน์เตอร์เท่านั้นที่มองเห็น แต่ไม่มีใครรู้ว่ามันจะเกิดขึ้นที่ไหนและจะหายไปเมื่อใด พวกเขาทำได้เพียงล่อให้ปีศาจเข้าไปในพื้นที่และสังหารมันให้ทันก่อนที่พื้นที่จะปิดไปเท่านั้น

ชุดฮูดสีแดง

ชุดวอร์มสีแดง มีริ้วขาวสองเส้น เป็นเอกลักษณ์ของทีมเคาน์เตอร์ใน ‘The Uncanny Counter’

พวกเขาจะมีชุดทีม เป็นเสื้อและกางเกงวอร์มสีแดง มีริ้วสีขาวสองเส้น และมีฮู้ดที่กลายเป็นเหมือนเสื้อทีม ใช้ในการออกภารกิจไล่ล่าปีศาจร่วมกัน นัยว่าเพื่อแสดงถึงความเป็นทีม พอยืนรวมกันถ่ายรูปแล้วมันเท่ มันเป็นยูนิตี้ ไรงิ แต่มันไม่ได้ช่วยอะไรสำหรับพวกเขานักหรอก

ติดต่อกันด้วยเครื่องมือสื่อสาร

แม้ว่า ฮานา หนึ่งในทีมจะมีความสามารถในฟังเสียงที่มากกว่าคนอื่นๆ เธอสามารถได้ยินเสียงจากคนที่พูดอยู่ไกลได้ แต่ส่วนใหญ่ในทีมก็น่าจะไม่มีความสามารถเช่นนั้น อุปกรณ์ในการติดต่อสื่อสารต่อกันจึงเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง

อุปกรณ์สื่อสารคล้ายหูฟังบลูทูธที่เสียบไว้ในร่องหู

และอุปกรณ์ในที่นี้ก็คือเครื่องมือสื่อสารที่คล้ายกับหูฟังบลูทูธที่เสียบไว้ในร่องหู เมื่อแต่ละคนพูด มันก็จะไปดังที่อุปกรณ์ของคนอื่นในทีม ทำให้พวกเขาประสานงานในการไล่ล่าปีศาจได้อย่างเป็นทีมเวิร์ก

ผมที่หยิกเหมือนกันทั้งกลุ่ม

เป็นกิมมิกที่ดูน่ารักดีไม่หยอก ที่เราเห็นได้ชัดเจนที่สุดก็ในวันที่วีเก็น (หญิงสูงวัยผู้มีหน้าที่ประมาณยมทูต) เข้าสิงเด็กหนุ่มโซมุน ทำให้ผมของเขาค่อยๆ หยิกทีละปอยสองปอยจนเต็มหัว

เปรียบเทียบผมของโซมุน ทั้งก่อนและหลังที่จะถูกวีเก็นเข้าสิง

ยิ่งเมื่อหันไปสังเกตเหล่าเคาน์เตอร์ พวกเขาและเธอต่างก็มีผมหยิกแบบหยักศกกันหมด ท่าทางจะเป็นลักษณะเฉพาะของคนกลุ่มนี้ ไม่ว่าใครที่ถูกเลือกให้เป็น ทุกคนต้องผมหยิกแบบหยักศกกันทั้งกลุ่ม

จุดดำที่นิ้วข้อสุดท้ายและกลางฝ่ามือข้างขวา

มันคือประตูไปสู่ปรโลก ถ้าวางมือไว้บางหน้าอก หลับตาเป็นเวลาสามวินาที เขาจะไปอยู่ยังดินแดนที่เรียกว่า ยุง ที่อยู่ระหว่างปรโลกกับโลกมนุษย์ เป็นจุดที่คนตายและคนที่ยังมีชีวิตจะสามารถมาพบกันได้ ที่นี่คนดีจะได้รับรางวัล คนชั่วจะต้องชดใช้อย่างสาสม

จุดดำบนปลายนิ้วมือและกลางฝ่ามือข้างขวาของโซมุน

และแน่นอน เมื่อเขาปราบปีศาจเสียอยู่หมัดแล้ว ก็ได้เวลาแห่งการส่งปีศาจกลับไปยังที่ที่ควรอยู่ นั่นคือการส่งพวกมันไปยังปรโลก ก็มือข้างขวานั้นแหละจับมือของปีศาจทาบบนหน้าอกของพวกมันไว้ แล้วจัดการไปส่งให้ถึงที่


เท่านี้ก็คือลักษณะที่เหล่าเคาน์เตอร์ต่างมีร่วมกัน ไม่ว่าจะเครื่องแบบ เครื่องมือสื่อสารระหว่างกัน ทั้งพละกำลัง ทักษะความสามารถพิเศษ พื้นที่ที่จะช่วยให้ใช้พลังได้เต็มที่ และสิ่งที่จะพาปีศาจไปยังที่ที่ควรอยู่ ล้วนเป็นสิ่งที่พวกเขาต้องมีเพื่อให้ภารกิจหน้าที่ของพวกเขาสำเร็จลุล่วง

ขอให้เพื่อนๆ ได้ดูซีรีส์แฟนตาซีลึกลับจากเกาหลีเรื่องนี้ทางเน็ตฟลิกซ์ให้สนุกยาวไปจนจบตอนที่ 16 เลยนะครับ

Exit mobile version