SHARE

ในที่สุด เวลาแห่งการรอคอยก็มาถึง วันนี้ ผมได้รับเชิญไปร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการชมภาพยนตร์แนวมิวสิกคัลเรื่องดังที่คว้ารางวัลลูกโลกทองคำมาหมาดๆ ก็ “Les Misérables” (เล มิเซราบล์) นั่นไง

Les Misérables เล มิเซราบล์ | ความรัก อยุติธรรม และการปฏิวัติ

ก่อนอื่น คงต้องยอมรับอย่างเปิดอกว่า เป็นพวกที่ไม่ได้ชื่นชอบการดูหนังเพลงสักเท่าใดนัก เรียกว่าดูนับเรื่องได้ แถมไม่เคยได้อ่านและรู้จักกับวรรณกรรมสไตล์บทกวีอย่าง Les Misérables มาก่อนเลยสักนิด นอกจากอ่านข้อมูลคร่าวๆ (ซึ่งก็ลงไปลึกพอสมควร) จากนิตยสารหนังหัวหนึ่งก็เท่านั้น เพราะฉะนั้น การเข้าไปชมครั้งนี้ถือว่าสดใหม่ได้อยู่เหมือนกัน

เรื่องที่เขียนมานานเป็นร้อยปี เรียงร้อยอ้างอิงจากชีวิตจริงของกวีเลื่องชื่อในดินแดนฝรั่งเศส นาม วิกตอร์ อูโก ในยุคที่ฝรั่งเศสพบกับเหตุการณ์ยุ่งยากมากมาย ก่อนที่ประชาธิปไตยจะเบ่งบานไปทั่วยุโรป ปารีสต้องผ่านยุคของการแบ่งชนชั้น กษัตริย์ที่ข่มเหงประชาชน และการปฏิวัติต่อสู้ของภาคประชาชนเพื่อความเท่าเทียม Les Misérables กลายเป็นวรรณกรรมที่ได้ความนิยมอย่างสูง และวันหนึ่ง มันได้กลายเป็นละครเวที ละครบรอดเวย์ และในที่สุด มันได้กลายเป็น ภาพยนตร์ฟอร์มใหญ่

ที่ยังไม่ทิ้งลายความเป็นมิวสิกคัล…

งานนี้ Tom Hooper (แห่ง The King’s Speech) รับหน้าที่กำกับการแสดง เขาเลือกที่จะทำมันออกมาในรูปแบบของภาพยนตร์ที่มีการร้องเพลงกันทั้งเรื่อง แถมเลือกที่จะให้นักแสดงร้องเพลงเองแบบสดๆ ไม่ใช้การใส่เพลงที่ร้องในสตูดิโอมาวางทับแต่อย่างใด ทั้งนี้ก็เพื่ออรรถรสทางอารมณ์ที่จะออกมาแตกต่างจากฉบับละครเพลง

Les Misérables เล มิเซราบล์ | Poster 1 Les Misérables เล มิเซราบล์ | Poster 2

ซึ่งจะว่าไป มันก็มีทั้งจุดดีและจุดด้อย เพราะการให้นักแสดงร้องสดๆ ในการถ่ายทำ ก็ต้องแคสต์คัดนักแสดงมาอย่างดี ว่าจะสามารถเปล่งเสียงออกมาเป็นเพลงที่ไพเราะได้และใช้เสียงได้นานเพียงพอ เพราะการถ่ายแต่ละฉากมิใช่เพียงเทคเดียวผ่านเสียเมื่อไหร่ การร้องสดอัดสดจะได้ฟีลของอารมณ์ที่ใส่เข้ามาพร้อมกับการแสดง (ที่นักแสดงทุกคนทำกันได้อยู่แล้ว) ได้การตีความที่ออกมาในอารมณ์นั้นๆ ของนักแสดง ขณะที่การร้องในสตูดิโอ มีการตัดแต่งเสียงเรียบร้อยเป็นเสียงที่ดีที่สุดของนักแสดงคนนั้น อาจจะได้เสียงที่สมบูรณ์แบบ และนักแสดงไม่ต้องทำงานหนักมากในขณะถ่ายทำ แต่เวลาผู้ชมนั่งดู จะรู้สึกถึงความไม่จริงเพราะเสียงร้องจะดูเนี้ยบเกินไป แต่ก็จะได้มุมหนึ่ง คือ การรักษาระดับของคุณภาพเสียงจะควบคุมได้ง่ายกว่านั่นเอง

ซึ่งนักแสดงทุกคนมีความสามารถในการร้องได้อย่างดี ไม่ว่าจะเป็น Hugh Jackman, Russell Crowe, Anne Hathaway, Amanda Seyfried รวมไปถึง Eddie Redmayne ด้วยครับ

ในเรื่องของเพลงประกอบคงไม่ต้องห่วง เพราะขนาดเพิ่งได้ฟังครั้งแรก ยังยอมรับเลยว่าหลายเพลงเพราะมาก เรียบเรียงดนตรีประกอบได้ดี หลายหนเห็นการใช้กีตาร์โปร่งผสมผสานไปกับดนตรีคลาสสิก นุ่มนวลไพเราะจริงๆ ในด้านเนื้อเรื่องที่อาจดูไร้ความสมเหตุผลไปบ้างก็เป็นตามยุคสมัย แต่สิ่งที่หนังเรื่องนี้พูดถึง ก็คงจะมีอยู่ 3 เรื่องใหญ่ๆ อย่าง “ความรัก” ในหลากหลายรูปแบบที่ก็ปรากฏอยู่เป็นปกติในหนังเกือบทุกเรื่อง, “อยุติธรรม” ความไม่เท่าเทียมของคนบางกลุ่มในสังคม พวกเขาแร้นแค้นและเฝ้ารอชีวิตที่ดีขึ้นกว่าปัจจุบัน และ “การปฏิวัติ” คนบางกลุ่มแสวงหาความเท่าเทียมให้กับผู้อื่นด้วยการเสียสละตนเองออกมาเรียกร้องสังคมโดยอาจต้องแลกกับ… ความตาย

ตัวอย่าง Les Misérables เล มิเซราบล์ [ซับไทย]

ผมพบว่า ทั้งเรื่องประทับใจการแสดงและการร้องของ Anne Hathaway ที่สุดละ การแสดงของเธอเรียกได้ทุกอย่าง ทั้งน้ำตา อารมณ์ และความทึ่ง หลายคนว่าดูเพลงก็ฟินไปทั้งเรื่องแล้ว ซึ่งมันก็เป็นไปตามนั้นจริงๆ ขณะที่การแสดงและร้องเพลงของ Hugh Jackman ก็ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน ส่วนการแสดงของคนอื่นๆ ก็ถือว่าทำได้ดีพอสมควร ที่สร้างสีสันดีคงเป็นเด็กน้อยคนนั้นแหละครับ

สำหรับผมนะ Les Misérables เป็นมิวสิกคัลที่ทำได้ดี แม้จะง่วงบ้างนิดหน่อย แต่ก็เรียกน้ำตาได้ ไม่ได้สมบูรณ์แบบแต่ก็ควรค่าน่าไปดู

——————————

ชื่อภาพยนตร์: Les Misérables / เล มิเซราบล์
ผู้กำกับภาพยนตร์: Tom Hooper
ผู้เขียนบทภาพยนตร์: Claude-Michel Schönberg (book), Alain Boublil (book), Victor Hugo (novel), Herbert Kretzmer (lyrics), Alain Boublil (original: French text), Jean-Marc Natel (original: French text), James Fenton (additional text), William Nicholson (screenplay)
นักแสดงนำ: Hugh Jackman, Russell Crowe, Anne Hathaway, Amanda Seyfried, Sacha Baron Cohen, Helena Bonham Carter, Eddie Redmayne
แนว/ประเภท: Drama, Musical, Romance
เรท: ไทย/ , USA/PG-13
ความยาว: 157 นาที
ผู้สร้าง/ผู้จัดจำหน่าย: Working Title Films, Cameron Mackintosh Ltd.
วันที่เข้าฉายในประเทศไทย: 31 มกราคม 2556

PatSonic Blog Comment