SHARE

เอาล่ะ ถึงเวลาเล่าเรื่องครึ่่งวันที่เหลือ ณ ปายกันเสียที

10.52 น.

เรากลับเข้าสู่ตัวเมืองปายอีกครั้ง ทีนี้ เราหาที่จอดแล้วลงเดินกัน ตรงจุดที่เป็นใจกลางของปาย อากาศเย็นๆ เริ่มเปลี่ยนเป็นร้อน จึงถอดเสื้อแขนยาวออกเหลือเสื้อยืดตัวเดียว ลาย “Seasons Change เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย” — ตัวโปรด

แยกปายหนาว จุดที่ตั้งของร้านแมวชมภู

เราผ่านร้าน “แมวชมภู” ข้ามแยก “ปายหนาว” ที่มีร้าน Star Bucks แบบปายๆ ไปยังอีกฝั่งหนึ่ง ที่ที่เราจะได้พบกับร้านดังของที่นี่

ร้านมิตรไทย อิน ปาย ร้านดังของที่นี่

“ร้านมิตรไทย” (Mitthai in Pai) ร้านนี้ขายของที่ระลึกมากมายหลายอย่าง เป็นร้านที่ชาวไทยและชาวต่างชาติรู้จักดี ขายทั้งเสื้อ โปสการ์ด เข็มกลัด กระเป๋าผ้า เดินดูอยู่สักพัก ก็ได้ของ ซื้อเสื้อไซส์ M มา 2 ตัว ตัวละ 210 บาท เขาลดให้เหลือ 400 ถ้วน เสื้อที่นี่ มีทั้ง SSS, SS, S, M, L, XL เลยล่ะ ตอนขาเดินกลับ ยังมาซื้อเข็มกลัดเพิ่มอีก 3 อัน 100 แต่ผมซื้อ 10 อัน 300 เขาแถมให้อีก 1 อันด้วยแฮะ

อ้ำบอกว่า มีอีกร้านหนึ่งชื่อ “สบายดี” ที่อยู่ไม่ไกลกันนัก กำเนิดขึ้นมาพร้อมๆ กัน แต่ความนิยมกลับพุ่งขึ้นมาไม่เท่า ประกอบกับร้านนี้ ผมเคยได้ยินชื่อมาตั้งแต่เริ่มเขียนบล็อกใหม่ๆ แถมยังมีหนังหยิบมาเล่าถึงอีก ร้านจึงดังกันไปใหญ่

บรรยากาศดีๆ ในร้าน All About Coffee

อีกร้านที่ดูจะเป็นจุดหมายที่ขาดไม่ได้ของเรา “All About Coffee” ร้านกาแฟบรรยากาศดีๆ ตกแต่งได้โดนใจ ร้านก็อยู่ตรงข้ามกับมิตรไทยนั่นแหละ ผมเลือก Earl Grey Tea เพราะไม่เคยลิ้มแต่แรงบันดาลใจสั่งให้ลอง พร้อมสั่ง Binoffi Pai มากินไปพร้อมกันด้วย

ชาเอิร์ลเกรย์ กับบิน็อฟฟี่ ในร้าน All About Coffee

ชาเอิร์ลเกรย์เป็นชาที่มีสีเข้ม มีนมมาให้ด้วย ลองเติมไปครึ่งถ้วย ได้ชาสีนวลๆ มาแก้วหนึ่ง ลองลิ้มแล้ว รู้สึกไม่โดนเท่าไหร่ รู้งี้ไม่ใส่นมคงอร่อยลิ้นกว่า ไว้คราวหน้า ผมจะดื่มชานี้แบบไม่เติมนมบ้าง ส่วนบิน็อฟฟี่นั่นแสนอร่อยนุ่มลิ้นได้ใจ

โต๊ะที่นี่น่านั่งมากมาย เจาะช่องตรงกลางไว้ใส่ของชิ้นเล็กๆ หลายตัวเริ่มโยกเยกเพราะถูกลูกค้าเขย่าเล่น แต่ละโต๊ะก็มีชื่อ อย่างของเรา ตั้งชื่อว่า “โต๊ะบันได” เพราะตั้งอยู่ติดบันได

ข้างๆ โต๊ะประดับด้วยงานศิลปะน่ารักๆ รูปช้างที่ใส่ชุดต่างๆ บรรยากาศมันคงจะดูดีมาก ถ้าเมืองนี้สงบเงียบแบบที่มันเคยเป็นตอนไม่ดัง ผมคิดเอาเอง

ภาพศิลปะเล็กๆ ในร้าน All About Coffee

คนมาใหม่อย่างพวกเราจะงงๆ ว่า น้องเขามายืนทำไม รึจะมาบอกว่า “อาหารที่สั่งไปได้ครบมั้ยคะ?” ไม่ใช่ครับ พอได้ชา-กาแฟตามที่สั่งครบ เขาก็จะมาเก็บตังค์เลย

ลิ้มชากาแฟเสร็จเรียบร้อย เดินเล่นกันต่อ เราเดินมาถึงร้าน “สบายดี” ร้านเก่าร้านแก่อีกแห่ง พบว่าที่นี่ไม่มีเสื้อขาย สิ้นค้าไม่หลายหลากเท่า แต่โปสการ์ดก็เป็นจุดเด่นของร้านนี้ มีลูกค้ามานั่งเขียนและส่งโปสการ์ดอยู่หน้าร้านพอควร

เวลา 12.04 น.

เห็นรถประจำทาง เป็นมินิบัสคันใหม่เอี่ยมวิ่งผ่านไป ไม่นานเราก็มาถึงสถานที่สำคัญของที่นี่ “สถานีรถประจำทาง” ที่มีทั้งรถตู้และมินิบัสหลากหน้าตาจอดอยู่

สถานีรถประจำทางที่ปาง

ขาว-แดง เป็นสีของรถประจำทางสายนี้ “เชียงใหม่-ปาย-แม่ฮ่องสอน”

เดินเลยมาอีกหน่อย ก็ถึงสะพานไม้ไผ่ที่ขึ้นชื่อ ซึ่งไม่ได้มีสะพานเดียวหรอก เท่าที่เห็นมันมี 2 แห่งใกล้ๆ กัน ไม่รู้ว่า ที่คนชอบถ่ายรูปมาโชว์นั้นมันคือสะพานไหน แต่สะพานนี้ เชื่อมต่อกับถนนสายสำคัญ น่าจะมีคนมาเยือนมากที่สุด

สะพานไม้ไผ่ ที่ปาย

สะพานทำจากไม้ไผ่สอดประสาน ด้านล่างรองด้วยท่อนไผ่ลำยาว มีชำรุดบ้างเล็กน้อยแล้ว เดินข้ามสะพานไปอีกฝั่ง เจอแต่รีสอร์ตที่พัก หวังจะเดินไปหาสะพานอีกแห่ง แต่เดินไปได้ไม่กี่ก้าว ก็เจอป้าย “ห้ามผ่าน” เลยเดินกลับ

แม่น้ำปาย ถ่ายจากสะพานไม้ไผ่

ถ่าย “แม่น้ำปาย” มาฝาก

กลับสู่ถนนสายเล็กๆ สายเดิม เห็นจักรยานให้เช่าวางเรียงราย กดเงินจากตู้เอทีเอ็ม โดนคิดค่าธรรมเนียม 10 บาท ก่อนกลับไปมิตรไทยซื้อเข็มกลัด เจอนักร้องนำ Kai-Jo Brothers ใช้ iPhone ถ่ายรูปหมาด้วย

นักร้องนำ Kai-Jo Brothers กับหมา

เมืองปายในวันนี้ดูคึกคัก อาจจะเพราะเป็นช่วงที่มีงานเร้กเก้สกาเฟสติวัล ทำให้มีทั้งศิลปินและผู้ชมมาเที่ยวชม แต่ก็น่าจะยังมีผู้คนมากมากที่มาเที่ยวเพราะเรื่องอื่น ทำให้ยังรู้สึกว่า แม้จะไม่มีงานเฟสติวัล ผู้คนก็ยังจะมีปริมาณพอสมควรอยู่ดี

ป้ายห้ามจอดน่ารักในเมืองปาย

ในบางช่วงของถนนในตัวเมือง จะมีป้ายห้ามจอดตลอดแนวอยู่ และบางจุดก็มีข้อความน่ารักๆ ประกอบอยู่ด้วย อย่างเช่น “อย่าจอด นะโยม”, “อย่าจอดนะ จะมิได้นำพา”, “อย่าจอดนะ เด็กโง่” รถหลายคันฝ่าฝืนจอด ก็โดนล่ามโซ่ โดนล็อกกันไปตามระเบียบ บางคันอาจจะเล็ดรอดไป ก็ได้ลุ้นกันไปอีกแบบในเมืองเล็กๆ แห่งนี้

เวลาที่เหลือ เราขับรถเล่นไปบนถนนรอบเมือง ถนนที่สามารถวิ่งวนกลับมาที่จุดเดิมได้อีกครั้ง แต่เป็นถนนที่ยาวไกลเป็นสิบกิโลเมตรเลยเชียว

ก่อนจะกลับมาหาข้าวกินที่ร้าน “น้องเบียร์” ร้านเดียวมีร้านเล็กๆ หลายร้าน ทั้งข้าวแกง หมูสะเต๊ะ ร้านขายน้ำ ที่นี่มีระบบคูปองใช้ด้วย เสริมด้วยระบบบริการตัวเอง น่าแปลกที่หมูสะเต๊ะกลับเป็นรายการเดียวที่ไม่อยู่ในระบบคูปอง จากวันที่ที่ปั๊มอยู่บนคูปอง แสดงให้เห็นว่ามันถูกใช้ซ้ำวันแล้วซ้ำเล่า แต่อาหารที่นี่ก็อร่อยดีทีเดียว

ได้เวลาของการล่ำลาปายแล้วสินะ บ่ายสองออกเดินทางกลับกันแล้ว กลับสู่เส้นทางเจ็ดร้อยโค้งนั้นอีกครั้ง เช่นเดิมต้องหลับตาซบเป้บ้างเป็นบางช่วง เพราะสภาพร่างกายไม่ได้สมบูรณ์เพียงพอนัก กับทริปที่ไม่ได้เตรียมการไว้อย่างครั้งนี้ สังเกตว่า มีช้อปเปอร์วิ่งสวนมาเป็นช่วงๆ ปายเป็นที่ที่แก๊งช้อปเปอร์ชอบมาเที่ยวกันรึนี่?

17.16 น.

สุดท้าย เราก็กลับมาถึงตัวเมืองเชียงใหม่อีกครั้ง มานั่งเล่นกันที่ “อ่างแก้ว” ภายในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ครั้งแรกที่ได้เข้ามาเยี่ยมถึงข้างใน ได้เห็นทิวทัศน์ที่คุ้นตาจากในหนังสือบางเล่มก็วันนี้

อ่างแก้ว ม.เชียงใหม่

ก่อนจะร่ำลา เรานั่งกินข้าวมื้อเย็นด้วยกันแถวหลังม. แล้วคืนนั้น ผมกับอ้ำก็นั่ง+นอนในรถทัวร์ยาวนาน 9 ชั่วโมงครึ่งมาจนถึงกรุงเทพฯ …

ขอบคุณโอมและจอยผู้ใจดีพาเราเที่ยว แล้วเจอกันใหม่นะ… 🙂

PatSonic Blog Comment

15 COMMENTS

  1. ชอบๆ อยากไปถ่ายรูปป้าย โฟ เก๊ะ มี โน๊ะ

    ขอบคุณสำหรับรูปสวยๆ ประสบการณ์ดีๆ ที่เอามาเล่าให้ฟังครับ 🙂

  2. เป็นที่คุ้นตาไปหมดเลย ล่าสุดไปปายมาไม่ได้กิน Binoffi Pai เสียดายมากร้านกาแฟไหนบรรยากาศก็ไม่โดนเท่าร้าน All about Coffee ส่วนที่สุดท้าย ?อ่างแก้ว? เหมือนเป็นสถานที่ในความทรงจำของผมเลย… เห็นอ่างน้ำนี้แล้วทำให้คิดถึงความทรงจำดีๆ ทุกครั้งที่ไปเชียงใหม่ 🙂

    สรุปว่าไปปายวันเดียวก็เที่ยวได้คุ้ม แต่อาจจะไม่ได้ดื่มด่ำความชิลล์ที่เดี๋ยวนี้่หาได้ยาก ณ เมืองปาย

  3. ต้นเดือนหน้าก็จะไปเช่นกันครับ ไม่ได้ไปมาเกิน 3 ปีแล้วดูจากรีวิวคงเปลี่ยนไปเยอะแต่ก็ยังอยากไปอยู่ดี อยากไปให้เห็นกับตา ขอบคุณครับคุณ pat ที่รีวิวมาฝาก ช่วงนี้เที่ยวบ่อยนะครับ เหมือนผมเลยพึ่งกลับจากเสม็ดหมาดๆกับน้องๆในทีม แวะไปเยี่ยมกันได้นะครับ

  4. ดีใจมากค่ะ ที่มาเที่ยวปายแล้ว ยังสนุกกันอยู่
    เที่ยวเก่งมากเลยนะคะ เที่ยวปายวันเดียว
    เขียนก็สนุก ด้วย
    ขอบคุณมากค่ะ ที่มาแวะเที่ยวชมที่ร้านมิตรไทย

    แต่ขอแก้ข้อมูลนิดส์นึง
    คือร้านเราเปิดก่อนร้านสบายดีน่าจะประมาณเกิน 5 ปีนะคะ
    ไม่ใช่เปิดไล่เลี่ยกันค่ะ
    ถ้่าแวะมาอย่าลืมมาทักทายกันบ้างนะคะ

  5. ไม่คิดว่า บล็อกนี้จะมีคนที่ร้านมิตรไทยมาอ่านด้วย ขอโทษครับ ที่ข้อมูลอาจจะผิดพลาด เพราะผมก็ได้ข้อมูลมาจากเพื่อนอีกที ผมจัดการขีดฆ่าให้แล้วล่ะครับ

    ขออภัยถ้าเขียนข้อมูลผิดพลาดไป และขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมนะครับ

  6. ตอนนี้ปายเปลี่ยนไปเยอะมีสถานที่พักมากมาย ในเมืองปายมีแต่นักท่องเที่ยว ใช่แล้ว ไม่เงียบสงบเหมือนแต่ก่อน แต่ออกนอกเมืองไปยังเห็นสภาพชนบท วิถีของคนเมืองปาย ที่แสนน่ารัก…ปายเป็นเมืองที่มีเสน่ห์นะ

  7. ไปปายมาแล้วเหมือนกันค่ะ
    คนเยอะมากๆ ถนนคนเดิน
    แต่บรรยากาศตอนเช้าๆ ดีมากๆเลย
    ถ้ามีโอกาสจะกลับไปปายอีกครั้งค่ะ

  8. ปีใหม่ 54 นี้จะไปเหมือนกัน ไปทุกปีไม่มีเบื่อ กินฟรี อยู่ฟรี (รีสอร์ทพี่สาวเราเอง)

  9. เราชาวไทยทุกคนจะช่วยกันรักษาดูแลประเทศชาติของเราอย่างดีที่สุด และจะรักษาสถาบันศาสนา และสำคัญที่สุดสถาบันพระมหากษัตริย์ให้คงอยู่คู่ไทยตลอดไป

  10. ทำไมใครๆ ชอบไปปาย? ลองฟังเพลงจากลิงค์ดู น่ารักดี

LEAVE A REPLY