SHARE

มาถึงตอนที่ 4 แล้วสิ ขอบคุณทุกคนที่ติดตาม

อ่านพ็อกเกตบุ๊คไปได้ค่อนเล่มแล้ว สหายจากทริปม่อนจองมาถึงจนได้ พาพันธมิตรมาให้รู้จักเพิ่มเติมอีกสอง จองห้องสวีทไว้ให้เพิ่มอีก 1 ห้องแล้ว เลยกลายเป็นพักกัน 3 ห้องเลยทีเดียว

หลังจากปล่อยให้ผู้มาใหม่อาบน้ำล้างหน้าล้างตัวเสร็จเรียบร้อย พวกเราก็ออกเดินทางกันอีกครั้ง ความรู้สึกมันแปลกดี เรามากับกลุ่มหนึ่ง แล้วเราก็มาเที่ยวกับอีกกลุ่มหนึ่ง เป็นประสบการณ์ที่ไม่เคยทำ บางคนอาจจะว่าแปลก บางคนอาจจะมองด้วยความสงสัย ไม่เห็นเป็นไร ชีวิตมันต้องมีสีสันที่แปลกใหม่ ทำอะไรที่ไม่เคยทำเสียบ้าง ก่อนจะไม่มีชีวิตให้สนุกกับมันอีก

โคมไฟกับรูปวาดเก๋ในห้องนอน

ในที่สุด ทุกคนก็พร้อมออกเดินทางด้วยกัน เรามุ่งหน้าไป “ถนนคนเดิน – ประตูท่าแพ” ถนนคนเดินที่ใหญ่ที่สุด มีชื่อที่สุดของเชียงใหม่ หลังจากซักซ้อมมาประมาณหนึ่งจากเมื่อวันก่อน วันนี้ได้เวลาเดินของจริงอีกครั้ง ถนนคนเดินแห่งนี้ ผมเคยได้มาเดินเพียงหนเดียวเท่านั้น และนี่ก็เป็นครั้งที่สอง

กว่าเราจะไปถึงก็ผ่านสองทุ่มไปไกลแล้ว ผู้คนมากมายจึงคลาคล่ำเต็มถนน ของต่างๆ เรียงรายตามสองข้างของถนนเช่นเคย

เมื่อกระเพาะเริ่มชินกับน้ำย่อย มันคงคุยเล่นเป็นเพื่อนกันจนไม่รู้สึกอยากทะเลาะกันอีกแล้ว จากที่หิว ก็เลยเปลี่ยนเป็นไม่หิว เดินเป็นกลุ่มกันไปสักพัก เห็นว่าถ้าเกาะกลุ่มกันไปเรื่อยๆ ท่าจะไปไม่ถึงไหน ก็เริ่มแตกพันธะออกเป็นกลุ่มย่อยๆ เริ่มเดินกันสะดวกขึ้น

คราวนี้ เราก็เดินดูของกันไปตามทาง ไล่ไปตั้งแต่หัวถนนยันสุดถนน แยกย่อยตรงไหน เราก็ไปมันหมด แวะดู แวะซื้อกันไปเรื่อยๆ เงินไหลออกจากกระเป๋าไปเรื่อยๆ อย่างไม่ทันรู้ตัว

เมื่อผ่านร้านน้ำ ขอแวะซื้อหน่อยนะ

ร้านขายน้ำ ในกระบอกไม้ไผ่

น้ำผลไม้หวานๆ ในกระบอกไม้ไผ่

แพ็กเกจแสนเท่ แต่ดูจะเปลืองไม้ไผ่ไปพอสมควรทีเดียว ป้าคนขายใจดีมากมาย เหลือน้ำเก็กฮวยไม่พอเต็มกระบอก ให้เราดูดให้หมดแล้วเติมใหม่ได้ แก้วถัดมาจึงเป็นน้ำมะพร้าวเต็มกระบอก กินไม่หมด รับภาระกันไป ผ่านร้านหนึ่ง มีตุ๊กตาน่ารักๆ ขาย หันไปเจอเด็กน้อยน่ารักเต้นดุ๊กดิ๊กอยู่ ยืนงง ไม่รู้ตัวไหนเป็นตุ๊กตา!!

ตุ๊กตาอุ้มตุ๊กตา น่ารักดีครับ

ทั้งเดิน ทั้งช้อป ทั้งถ่ายรูป ในบรรยากาศเย็นๆ แสนชิลล์มากมาย

ไม่นานเราก็พานพบอาหารที่ถูกใจกระเพาะ ร้านผัดหลากเส้น เลือกเส้นหมี่มากินกัน ใส่ในกล่องโฟม กินกับไม้แหลม 2 อัน นั่งกินบนทางเท้าข้างทางก่อนจะเดินกันต่อไป

ส่วนหนึ่งของสิ่งที่มีขายบนถนนคนเดิน

เข้าใกล้ห้าทุ่มเข้ามาทุกที พวกเรากลับมารวมตัวกันอีก ก่อนจะเดินแยกจากกันอีกครั้งในไม่กี่นาทีถัดมา ผมเดินมาอีกไม่กี่ร้อยเมตรตามถนนสามล้าน ก็พบกับร้านพิเศษๆ ร้านหนึ่ง ชื่อร้าน “ห้อยขา (ชาววัง)”

ด้วยคอนเซ็ปต์เดียวกับร้านก๋วยเตี๋ยวห้อยขา ที่ จ.พิษณุโลก คือเป็นร้านที่ยกพื้นสูง เจาะช่องให้ลูกค้านั่งห้อยขาทะลพื้นลงไปได้ แต่โต๊ะที่เราไม่ได้เจาะแบบนั้น แต่เอาประตูพร้อมวงกบมาทำเป็นโต๊ะแทน แสดงว่าเขามีโซนแบบไม่ห้อยขาด้วย เป็นโซนด้านนอกที่ไม่มีหลังคา มีจอโปรเจ็กเตอร์จอยักษ์ถ่ายทอดบอลให้ชมอยู่ ที่นั่น เราได้รู้จักคนใหม่ๆ เพิ่มขึ้นมาอีก 2 คน เป็นกลุ่มที่ไปขึ้นดอยม่อนจองมาด้วยกัน รู้จักกันที่นั่นและสานต่อความสัมพันธ์มาถึงข้างล่างด้วย

เวลาล่วงมาถึงประมาณตีหนึ่ง ก็ถึงเวลาเดินทางกลับโรงแรม พี่เขาก็มาส่งถึงที่พักเลยทีเดียว

ร่ำลากันเสร็จ ก็ได้เวลาของการพักผ่อน หลังจากเลือกเตียงกันได้แล้ว ก็ได้เวลานอนอ่านพ็อกเกตบุ๊คอีกครั้ง แม้จะอยู่ต่างที่ต่างเวลา แต่เราไม่เคยขาดโรงสีไฟ ตีสองไม่ขาดไม่เกิน ความง่วงมาเยือน จึงเอื้อมมือไปปิดสวิตช์ไฟที่หัวเตียง

…ก่อนจะเข้าสู่ดินแดนแห่งความฝันกันทุกคน

[พอดีกว่า อย่าลืมติดตามตอนสุดท้าย ท้ายสุดนะจ๊ะ]

PatSonic Blog Comment

3 COMMENTS

  1. พึ่งเดินถนนคนเดินมาวันนี้ แต่ไม่ได้ของอะไรมาเลย -_-” รู้สึกว่าของบางอย่างก็มีขายใน กทม. หรือว่าของที่อยากได้ก็ใหญ่เกินจะใส่กระเป๋ากลับมา อย่างที่แขวนฝาผนัง หรือของแต่งห้องต่างๆ เลยอดใจไว้ดีกว่า…

LEAVE A REPLY