SHARE

ตื่นมาในเช้าวันสุดท้ายบน เกาะนางยวน บรรยากาศที่แสนเงียบสงบในตอนทานบุฟเฟต์ยามเช้าทำให้ใจมันอาลัยอาวรณ์ ทำไมเราถึงจากมันไปไวเช่นนี้ ไม่ทันไรก็ชีวิตที่เดินช้าก็กำลังจะจากไปเราไปเสียแล้ว เก็บกระเป๋าข้าวของเรียบร้อยเพื่อมาเช็กเอาต์ แล้วก็รอเวลาเรือเร็วมารับออกไปจากเกาะ

24 March 2012

แดดจากดวงตะวันในยามสายเริ่มสาดแสงแรงขึ้นเรื่อยๆ เดินไปบนสะพานไม้ มุ่งหน้าไปยังเรือ Katamaran ลำใหญ่อย่างอ้อยอิ่ง ก้าวขึ้นเรือก่อนจะมันจะเคลื่อนตัวและลอยห่างจากเกาะเล็กที่เรานอนมา 2 คืนไปทุกทีๆ

เที่ยวเกาะนางยวน-สมุย นาทีสุดท้ายการมองเห็นเกาะนางยวน

สี่สหายย้อนกลับด้วยเส้นทางสายเดิม จาก “เกาะนางยวน” กลับไปพักแวะรับคนที่ “เกาะเต่า” แล้วไปต่อที่ “เกาะพะงัน” ก่อนจะขึ้นเหยียบพื้นดินกันจริงๆ ที่ “เกาะสมุย” ด้วยวันหยุดที่ยังเหลืออีกวัน ที่นี่จึงเป็นทริปที่เพิ่มเติมขึ้นมา และนี่คือ การมาเยือนเกาะสมุยครั้งแรกในชีวิตของผม

11.50 น.

เราใช้เวลาช่วงเช้าทั้งเช้าในทะเล จาก 9 โมงสิบห้าที่เราออกมาจากเกาะนางยวน บัดนี้ เราได้ขึ้นฝั่งบนเกาะสมุยเรียบร้อยแล้ว ขึ้นปุ๊บก็ลากกระเป๋าไปยังรถตู้ที่มารอรับพาเราไปส่งที่รีสอร์ตที่ซื้อแพ็คเกจแบบสั้นๆ เอาไว้แล้ว รถตู้จอดส่งผู้โดยสารที่ผ่านทางร่วมกัน จนมาถึงจุดหมาย “บ้านหินทราย รีสอร์ท” ที่หาดเฉวงน้อย (ระหว่างหาดเฉวงและหาดละไม) หนึ่งในรีสอร์ทที่ถูกระบุให้เป็น Unseed Thailand บนเกาะสมุย

ด้วยสภาพพื้นที่ที่เป็นทางลาด บ้านต่างๆ ในรีสอร์ทก็ถูกจัดวางอยู่บนความสูงต่ำของพื้นที่ ทางเดินระหว่างแต่ละบ้านเอียงลงไปยังทะเล ทางรีสอร์ทมีรถกอล์ฟคอยบริการ เมื่อไหร่ที่ลูกค้าต้องการก็สามารถกดโทรเรียกได้ทันที จุดเด่นๆ ของที่นี่คงไม่พ้น สระว่าย 2 จุด (มีจากุซซี่ด้วย) และมีสปาในบรรยากาศที่น่าภิรมย์

เที่ยวเกาะนางยวน-สมุย บ้านหินทราย รีสอร์ท

แต่ที่ผมชื่นชอบก็คงจะเป็นการตกแต่งภายในห้องด้วย “ไม้” เกือบจะล้วน ไม่ว่าโต๊ะ เตียง เก้าอี้ หรือประตูห้องน้ำ

บ่ายคล้อย เรานั่งรถตู้ของโรงแรมให้เขาพามาส่งที่อ่าวเฉวง หวังว่าจะได้พบกับร้านอาหารสักร้านเพื่อจะฝากท้อง ทว่า เมื่อมาถึงก็ไม่พบอะไรมากไปกว่า ร้านรวงที่ล้วนรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ กับร้านอาหารที่ยังไม่เปิด กับสนนราคาที่พี่คนในพื้นที่เขาว่าสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ คนไทยอย่างพวกเราก็เลยได้แต่แวะเที่ยวบิ๊กซี

หลังอิ่มกับอาหารมื้อบ่ายเรียบร้อยแล้ว พลพรรคก็ช้อปปิ้งภายในห้าง ก่อนกลับรีสอร์ทอยากไปเที่ยวดูอะไรบนเกาะบ้าง ไหนๆ ก็มาทั้งที ในที่สุดก็เลือกที่จะไปเที่ยวชม “หินตา หินยาย” หลังจากต่อรองกันได้สักพัก จาก 800 บาทที่เพื่อพาเราไปเที่ยวชมแล้วพาเรากลับรีสอร์ท เหลือ 700 บาท ไปเที่ยวชม ถ่ายรูปๆ แล้วก็กลับรีสอร์ทกัน

ช่วงเวลายามเย็น ปล่อยใจไปกับคลื่นทะเลที่กระเพื่อมเบาๆ ณ สระน้ำจุดที่สองที่ตั้งอยู่ชายทะเล แม้ที่นี่ไม่มีชายหาดเพราะมีแต่โขดหิน แต่เราก็ลงไปนั่งชิลล์ริมทะเลกันได้ ก่อนขึ้นมานอนพักกาย มองทะเล มองท้องฟ้า มองเครื่องบินของ Bangkok Airway บินผ่านไป ค่ำลงก็เข้าห้องรวมหัว

…เวลาที่เหลือ เราให้มันกับการสนทนาระหว่างเพื่อนฝูง

เที่ยวเกาะนางยวน-สมุย หินตา หินยาย ที่เกาะสมุย

25 March 2012

วันสุดท้ายของการพักผ่อน สี่สหายทานอาหารเช้าที่อร่อยที่สุดตั้งแต่มา ก่อนไปเก็บข้าวของแล้วออกมาเช็กเอาต์ที่เคาน์เตอร์ล็อบบี้ ได้เวลาต้องลากันเสียที

09.15 น.

รถตู้มาส่งถึงท่าเรือที่หน้าทอน ท่าเรือของซีทรานเฟอร์รี่ ไม่นานนัก เราก็ได้รับคำแนะนำให้ขึ้นรถบัสปรับอากาศ ไปนั่งรออยู่สักครู่หนึ่ง ก่อนที่รถจะเคลื่อนตัวไปตามสะพานและจอดที่ท่าเรือ ผู้โดยสารทั้งหมดลงเรือเฟอร์รี่ เดี๋ยวเราคงได้เจอกันอีกครั้งตอนถึงฝั่ง ไม่ถึงชั่วโมงระหว่างทาง เราใช้มันไปกับการดูภาพยนตร์ที่ฉายจากช่อง 7

เรือซีทรานเฟอร์รี่มาถึงท่าเมื่อเวลา 11.45 น. ก็ได้เวลานั่งรถบัสปรับอากาศกันต่อ มาถึงตัวเมืองสุราษฎร์ 13.00 โดยประมาณก่อนจะต่อรถอีกคันเพื่อนั่งมายังท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี แล้วก็ได้เวลาบินกลับกรุงเทพฯ กัน

เที่ยวเกาะนางยวน-สมุย ท้องฟ้ายามบ่ายระหว่างบินกลับกรุงเทพฯ

ท้องฟ้าที่ระบายด้วยสีขาวๆ ของปุยเมฆ แสงอาทิตย์สาดส่องยามบ่ายของวัน กับเครื่องบินสภาพใหม่ๆ ของ Air Asia พาเรามาส่งที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ (แม้จะใช้เวลาในการบินวนอยู่นานสักหน่อยตามประสาสนามบินที่มีความหนาแน่นของการจราจรสูงมาก) ในที่สุด ทริปของเราก็จบลง

และสุดท้ายก็คง “บ้านใครบ้านมัน” เหมือนเช่นเคย

PatSonic Blog Comment

LEAVE A REPLY