SHARE

นั่นสิ ชีวิตบนลานสนจะเป็นยังไงนะ ขึ้นไปถึงแล้ว เราไปทำอะไรกันบ้างละ ใครไม่เคยไป วันนี้จะเล่าให้อ่านกันเสียหน่อย เผื่อจะอยากไปกันมั่ง หลายคนในทริปนี้ได้แต่บ่นว่า ถ้าให้มาอีก คงไม่มาแล้ว ที่พูดไปก็เพราะความเหนื่อยนั่นแหละ แต่ก็อย่างที่รู้กัน มาภูสอยดาวหน้าหนาว จะให้เจออะไรสวยๆ อย่างในหน้าฝนได้จะได๋ แต่เดือนไหนปีไหนจะว่างมากันอีกละเนี่ยท่าน…

ณ ลานสนสามใบ แห่งภูสอยดาว เรียกได้ว่า เกือบอะไรไม่มีอะไรสะดวกสบายเลยก็ว่าได้ ทุกอย่างดูจะทำให้เราใกล้กับธรรมชาติมากๆ ที่นั่น ไม่มีร้านค้า ไม่มีร้านอาหาร หรือว่าเครื่องอำนวยความสะดวกใดๆ มีเพียงลานเอียงๆ เทๆ ที่มีต้นหญ้าหลากชนิดขึ้นอยู่ทั่วไป มองออกไปรอบๆ ก็จะเห็นต้นส้นสามใบยืนต้นตระหง่านกระจายอยู่ทั่วลาน

มีสิ่งปลูกสร้างอยู่ไม่กี่หลัง แค่ที่พำนักของเจ้าหน้าที่อุทยานฯ บนลานสนหลังเล็กๆ มีห้องน้ำ+ห้องส้วม ที่ไม่มีอะไรข้างในนอกจากโถส้วมแบบนั่งยองๆ ให้ในแต่ละห้อง น้ำน่ะเหรอ คุณต้องไปตักเอาเองจากห้วยสายทิพย์ที่อยู่ข้างๆ ใช้อะไรตัก เขาก็มีถังน้ำกับขันไว้ให้คุณเช่าในราคาชุดละ 10 บาท ในห้องนำไม่มีแสงไฟ สามารถจะมืดได้แม้กลางวัน

…เข้าห้องน้ำทีต้องเตรียมไฟฉายติดตัว มิฉะนั้น ต้องทำธุระกันในที่มืด

เรื่องความหนาวเย็นไม่ต้องพูดถึง ไม่มีเครื่องทำน้ำอุ่น ก็ต้องอาบกันแบบหนาวๆ อย่างนั้นแหละ จากที่คิดจะสระผมก็ล้มเลิกความคิดไปได้เลย วันต่อๆ มายิ่งไม่ต้องห่วง แทบจะไม่อยากอาบกันเลยทีเดียว

วันที่สอง พวกผู้ชายหาไม้มาสุมไฟกัน หวังให้อบอุ่น แต่กลับเป็นความร้อนแทน เพราะเปลวไฟลุกโชติช่วงเกินไป ในที่สุด มันก็กลายเป็นที่ย่างมัน ปิ้งกล้วย แทน…

ความที่เรามาก่อน เราเช่าถังไว้ถึง 5 ถัง โดยไม่ได้นึกว่า คนที่มาทีหลังจะเดือดร้อน พวกนั้น ไม่มีถังน้ำใช้กัน น่าสงสารเนอะ เหอๆ

แต่ความที่เรามาก่อนอีกเช่นกัน เราเลือกที่จะกางเต็นท์ในทำเลที่ออกจะห่างไกลผู้คน ทำให้ไม่มีใครมาเดินผ่านเต็นท์เราก็จริง แต่เราต้องเดินไปห้องน้ำ และเดินขนน้ำจากห้วยกันไกลมากเช่นกัน

——————————

กลางวันนั้น พวกเราทนกันได้สบายมาก เพราะแดดจ้าำพาให้อากาศอุ่นจนถึงร้อนด้วยซ้ำ แต่พอตกเย็น อากาศก็เริ่มเย็นตาม กลางดึก อากาศจะเย็นจัดมากๆ ผมใส่เสื้อ 3 ชั้นเลยละ บวกกับถุงนอนอีกชั้น ในเต็นท์ขนาดกลางที่ไม่ค่อยจะมีอะไรกันน้ำค้างสักเท่าไหร่

แต่เราก็ผ่านมันมาได้ทั้งสองคืน…

——————————

เรื่องอาหารการกิน ไม่ต้องห่วงครับ เราเตรียมกันอย่างดิบดี กระจายรายได้สู่ชุมชนไปเพียบ เพราะของที่เราซื้อมานั้นมากมายพอกินได้หลายวัน จนกลัวว่าจะไม่หมด (ซึ่งก็ไม่หมดจริงๆ อะแหละ)

การประกอบอาหารน่ะเหรอ ฝากท้องไว้กับบรรดาแม่ครัว(ฝึกหัด)ทั้งหลาย ขนาดที่บ้านไม่เคยทำกับข้าวเลย ก็ยังทำอะไรให้เรากินกันตายได้นี่นับว่าเก่งน่าดู ฝึกไว้ๆ ว่าแต่ หุงข้าวนี่ ให้พี่ถิตย์หุงได้ไงอะ เสียเชิงหญิงหมด เหอๆ

เราใช้อะไรทำอาหารน่ะเหรอ เรามีเตาแก๊สครับ ขนกันมา 2 ตัวทีเดียว มีหม้อกับกะทะครบครัน ใช้แก๊สกระป๋องเป็นเชื้อเพลงเอา ส่วนใหญ่ไม่เจอข้าวดิบ เพราะเราหุงให้แฉะไว้ก่อน

ใส่น้ำเพิ่มก็เป็นข้าวต้มได้แล้ว 5555

——————————

สรุปว่า มาทริปนี้ ทริปที่ควรจะต้องมีมาม่าลงท้องสักมื้อ แต่อนิจจา เหลือมาม่ากลับบ้านซะงั้น

—————————–

ที่นี่ ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์มาตั้งแต่เข้า อ.น้ำปาด แล้วมั้ง พวกเราเลยได้อยู่กับธรรมชาติอย่างใกล้ชิดสุดๆ แต่ก็ใช่ว่า จะไม่มีโอกาสใช้มือถือติดต่อใครนะครับ

บัง ได้ข้อมูลมาว่า มือถือ DTAC สามารถใช้โทรได้ แต่ต้องข้ามไปเขตแดนลาวโน่น พวกเราเดิมดุ่มๆ กันไป 3 คนในตอนหัวค่ำ แต่มันก็มืดมาก ในที่สุด หลังจากพยายามค้นหาหลักเขตแดนอยู่ 3 หน ก็ต้องล้มเลิกความตั้งใจ เพราะไม่มีใครกล้าไปส่งเรา (คงกลัวถูกทหารลาวยิงเอาละมั้ง) แถมรองเท้าแตะที่ซื้อมาดันขาดเสียอีก เดินกลางคืนบนลานสนนี่ลำบากน่าดู ดีนะ ที่ข้อเท้าไม่พลิกเอาอะ

วันต่อมา เราก็ได้ไปโทรศัพท์กันสมใจในเขตแดนลาว เพราะกลางวันเห็นหลักเขตชัดเจน แต่โทรไปไม่ได้คุย เพราะอีกฝั่งเขาไม่รับ เซ็งเลย…

—————————–

บรรยากาศดูอบอุ่นตอนกลางวัน แปรเปลี่ยนเป็นบรรยากาศรอบกองไฟในตอนค่ำ เสียงร้องเพลงในลักษณะตะเบ็งแว่วเข้าสู่โสตประสาทเป็นระยะๆ แต่ยังพอทนกันได้ เขาให้ใช้เสียงดังได้แค่ 22.00 น.

คืนแรกก็ดูเรียบร้อยดี คืนที่สองนี่สิ คนมากันเยอะขึ้นมาก ก็เลยมีพวกไม่เกรงใจคนอื่นมากขึ้นไปด้วย เมามายร้องเพลงกันเสียงดัง ผิดกับพวกเราที่แสนสงบเสงี่ยมเจียมตัว เล่นไพ่กันในเต็นท์ ส่วนผมก็ปลีกตัวมาซุกถุงนอนก่อนเพื่อน

ตกใจตื่น เมื่อได้ยินเสียงปืนดังขึ้น …

พวกที่เตือนให้เงียบแล้วไม่ฟังนั่นเอง หลังเจ้าหน้าที่ตะโกนเตือนอีกครั้ง มันก็เห่าด้วยความเมาว่า “อย่าไปกลัวมัน พวกเจ้าหน้าที่อะ” แล้วมันก็ร้องต่ออีกสัก 2-3 เพลง ก่อนจะเงียบเสียงไป…

——————————

ลืมบอกไป กลางคืน ดาวสวยมากๆ สมกับชื่อ “ภูสอยดาว” จริงๆ ดาวเต็มท้องฟ้าเลยละ น่าเสียดาย ที่ถ่ายรูปดาวตอนกลางคืนมาไม่ได้ ไม่งั้นจะอวดให้ดูแล้ว

——————————

บรรยายมาเยอะแล้ว เดี๋ยวคราวหน้า ผมมาเล่าบรรยากาศการใช้เวลากลางวันบนลานสนของพวกเรากันดีกว่า อยากอ่านกันมั้ยเนี่ย ทุกท่าน?

PatSonic Blog Comment

10 COMMENTS

  1. วาวๆ
    อากาศดีมั้ยย รูปสวยน่าไปมากๆ
    บรรยากาศเหมือนตอนจอยไปเขาใหญ่เลยคะ
    ฮ่าๆๆ

  2. อากาศดีมากๆ ครับ หายใจเข้าได้เต็มปอด อยู่บนลาน สามวัน สองคืน เหมือนไปฟอกปอดเลยครับ

  3. เรื่องของคนเมานั้น พบเจอกันได้ทุกที่ล่ะครับ ไม่เว้นกลางวันและกลางคืน ดีนะเจ้าหน้าที่ไม่ยิงหมกภูไว้ เอิ๊กๆ ทิ้งฝั่งลาวเสียเลยจะมีคนเห็นป่าว พูดเล่นนา อิอิ แต่บรรยาศหนาวกี่องศาเอ่ย พอทราบมั๊ยครับ เห็นภาพแต่ละภาพ เป็นตาสนุกจัง

  4. การไปเที่ยวแบบนี้ ที่น่าเบื่อก็คือการเจอคนเที่ยวแบบกรูจะมาร้องเพลง ดื่มเหล้าเมามายแล้วไม่สนใจใครหน้าไหน ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่น่าจะมาคู่กับธรรมชาติงามๆได้เลยค่ะ

    น่าเสียดายไม่เห็นรูปดาว เพราะไม่รู้ว่าสักวันจะได้ไปมองดาวจากที่ตรงนั้นไหม

LEAVE A REPLY